MOTORING

ชลิตอินดัสทรีฯเดินหน้าลงทุนสวนกระแส เสริมแกร่ง'POP'สู่เวทีตลาดสากล



กรุงเทพฯ-ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ต้นทุนพลังงานที่ยังคงไม่แน่นอน การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมยานยนต์  และการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ยุคเทคโนโลยีขั้นสูง ผู้ประกอบการไทยกำลังเผชิญกับโจทย์สำคัญว่าจะปรับตัวอย่างไร ในการรักษาความสามารถทางการแข่งขัน โดยเฉพาะการยกระดับมาตรฐานการผลิตและการบริหารจัดการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” ซึ่งดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่า 30 ปี เดินหน้าปรับกลยุทธ์การดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ควบคุมต้นทุน และลงทุนด้านเทคโนโลยี เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันและรองรับการเติบโตในระยะยาว

นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด เปิดเผยว่า ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและต้นทุนพลังงานที่ผันผวน เป็นความท้าทายที่ทุกผู้ประกอบการต้องเผชิญ  เพราะต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ รวมถึงค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น ล้วนส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตโดยตรง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้ไม่ใช่เหตุผลที่บริษัทฯจะหยุดพัฒนา  บริษัทฯมองว่าความท้าทายดังกล่าวเป็นโอกาสในการพัฒนาองค์กรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเลือกบริหารความเสี่ยงด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ใช้ข้อมูลแบบ Real-time วิเคราะห์ต้นทุน  และการลงทุนในระบบที่ช่วยลดของเสียจากกระบวนการผลิต

ในภาวะที่การแข่งขันสูง การควบคุมต้นทุนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ สิ่งสำคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกกระบวนการ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านคุณภาพสินค้า มาตรฐานการผลิต และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ลูกค้าให้ความสำคัญมากขึ้น ปัจจุบันสิ่งที่ตัดสินการแข่งขันคือ ‘มาตรฐาน’ และ ‘ระบบการผลิต’ ผู้ประกอบการไทยจึงต้องกล้าลงทุนเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของตนเอง

สำหรับแผนการพัฒนาองค์กร เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์และยกระดับศักยภาพการแข่งขัน บริษัทฯได้ทยอยปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านเครื่องจักร เทคโนโลยี และระบบควบคุมคุณภาพ รวมถึงกระบวนการผลิตครอบคลุมตั้งแต่ การคัดเลือกวัตถุดิบ การพัฒนาสูตรยางเฉพาะทาง การควบคุมการผลิตโดยผู้เชี่ยวชาญ การทดสอบคุณภาพด้าน Tensile , Hardness เเละ MDR   เพื่อให้ทุกชิ้นผ่านมาตรฐานสากลอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ บริษัทฯยังได้วางแผนขยายการลงทุนต่อเนื่องใน 3 ด้านสำคัญ  ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพเเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิต การนำระบบ Data Monitoring และ Process Control มาใช้ควบคุมคุณภาพและวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-time ตั้งแต่ต้นทาง เพื่อลดของเสียและเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่านการ Upskill และ Reskill เพื่อเตรียมความพร้อมให้สอดรับกับเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมในอนาคต

นายชวิศ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของบริษัทคือการผลักดันแบรนด์ POP ให้เป็นแบรนด์อะไหล่ยานยนต์ของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยเชื่อว่าจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านชิ้นส่วนยางช่วงล่าง ระบบควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด ความเข้าใจตลาด และความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน 

“แม้เศรษฐกิจและต้นทุนพลังงานจะยังมีความผันผวน แต่ชลิต อินดัสทรี ยังคงเดินหน้าลงทุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อว่าการแข่งขันไม่ได้วัดกันที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่จะวัดกันที่มาตรฐาน คุณภาพ และความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ เรามั่นใจว่าอะไหล่ไทยมีศักยภาพก้าวสู่เวทีโลกได้” นายชวิศ กล่าว

บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด เป็นหนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์รายสำคัญของประเทศไทย 

โดยผลิตภัณฑ์ของชลิต อินดัสทรีฯได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลที่สำคัญ อาทิ Thailand Trust Mark (T MARK) ระบบ IATF 16949:2016 ISO9001 และการทดสอบในด้านต่างๆ อาทิ Tensile , Hardness เเละ MDR  พร้อมมีเครือข่ายจัดจำหน่ายครอบคลุมเอเชีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย อเมริกาใต้ และยุโรปตะวันออก

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 6,000 รายการ อาทิ ยางแท่นเครื่อง ยางแท่นเกียร์ ยางกันกระแทก ยางเพลากลาง บูชปีกนก และบูชโช๊คอัพล่าง ครอบคลุมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถเพื่อการพาณิชย์ และรถแข่ง ทั้งในตลาดอะไหล่ทดแทน (REM ) และการผลิตให้ผู้ประกอบรถยนต์ (OEM) ที่ได้รับการยอมรับและความไว้วางใจจากอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ