POLITICS

ล้อมคอก!ปราจีนบุรีถกเครียดมาตรการ 'รถรับ-ส่งนักเรียน'ลังบดขยี้เจ็บ40ราย



ปราจีนบุรี-จากกรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญรถรับ-ส่งนักเรียนในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีที่เกิดขึ้นติดๆ กันถึง 2 ครั้งในรอบเดือน มิ.ย. 69 ส่งผลให้มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บรวมกันเกือบ 40 ราย ล่าสุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ขยับตัวครั้งใหญ่เพื่อวางมาตรการป้องกันก่อนจะเกิดความสูญเสียที่อาจถึงแก่ชีวิต

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ณ บริเวณสวนสาธารณะริมแม่น้ำปราจีนบุรี ต.หน้าเมือง อ.เมืองปราจีนบุรี นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี (ศปถ.จ.ปราจีนบุรี) ได้มอบหมายให้ นายสัญญา นามี รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เป็นประธานในการประชุมเสวนาเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุรถรับ-ส่งนักเรียนอย่างเร่งด่วน โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ทนงศักดิ์ สุวรรณเตมีย์ หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จังหวัดปราจีนบุรี เป็นเลขานุการการประชุม

การประชุมครั้งนี้เป็นการระดมสมองร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาคีเครือข่ายสำคัญ ประกอบด้วย ศึกษาธิการจังหวัด, ขนส่งจังหวัด, ผู้แทนตำรวจภูธรจังหวัด, กอ.รมน., ผู้อำนวยการสถานศึกษาในพื้นที่ (รร.ปกณ., รร.ปรอ., วิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี, รร.อนุบาลปราจีนบุรี), สำนักงาน คปภ.นครนายก, บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ รวมถึง ผู้ประกอบการและคนขับรถโดยสารนักเรียนจำนวน 50 ราย

สรุป   มติ 4 มาตรการเหล็กเพื่อความปลอดภัยของบุตรหลานจัด  ได้แก่    1.  ตั้งฐานข้อมูลดิจิทัล: มอบหมายให้สำนักงานขนส่งจังหวัด จัดตั้งกลุ่มไลน์ผู้ประกอบการและคนขับรถ เพื่อส่งข้อมูล มาตรการ และกฎระเบียบด้านความปลอดภัยอย่างทั่วถึง โดยบูรณาการข้อมูลร่วมกับสถานศึกษาและตำรวจ   2.เข้มงวดคนขับและสภาพรถ: ทางตำรวจภูธรจังหวัด สั่งกำชับให้ผู้ขับขี่ตรวจสภาพรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ และย้ำชัด "ต้องไม่ดื่มสุรา หรือเสพยาเสพติดโดยเด็ดขาด"   3.สิทธิประโยชน์ต้องครบ: บังคับให้ผู้ประกอบการจัดทำพ.ร.บ.และประกันภัยภาคสมัครใจ เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์และเยียวยาหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน 4.โมเดล "ตัวแทนโรงเรียน": ทางผู้บริหารสถานศึกษาขอความร่วมมือให้รถทุกคันจัดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยในรถและให้มี "ตัวแทนคนขับ" ในแต่ละโรงเรียนเพื่อประสานงานการรับ-ส่งอย่างเป็นระบบ

หลังเสร็จสิ้นการประชุม ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองปราจีนบุรีได้สุ่มตรวจปัสสาวะคนขับรถรับ-ส่งนักเรียนทันที 3 ราย เบื้องต้นผลตรวจเป็นปกติ (ไม่พบสารเสพติด)

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า  มาตรการคุมเข้มดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเกิดอุบัติเหตุรุนแรงกับรถนักเรียนถึง 2 ครั้งในเดือนเดียว:
•26 มิถุนายน 2569: รถตู้รับ-ส่งนักเรียนซิ่งทะยานมาจากตำบลวังดาล  อำเภอกบินทร์บุรี  ขนนักเรียนมาเต็มคันรถ เมื่อถึงหน้าวิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี ได้หักหลบรถจักรยานยนต์ที่เบรกกะทันหันอย่างรุนแรง จนรถเสียหลักพุ่งอัดก๊อปปี้เสาไฟฟ้าส่องสว่างริมทาง หน้ารถพังยับเยิน ส่งผลให้นักเรียนที่กำลังนอนหลับร่วงตกเบาะกระแทก บาดเจ็บระนาว 10 ราย เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังหามส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ กันอย่างอลหม่าน
•15 มิถุนายน 2569: เกิดเหตุรถบัสชนท้ายรถรับ-ส่งนักเรียนอย่างรุนแรง ในพื้นที่ ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ ส่งผลให้มีเด็กรวมถึงเยาวชนได้รับบาดเจ็บสูงถึง 24 ราย

แหล่งข่าว เปิดเผยกับผู้สื่อส่งท้ายว่าอุบัติเหตุทั้ง 2 ครั้งในระยะเวลาห่างกันไม่ถึงครึ่งเดือน คือสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตที่สะท้อนว่า ระบบรถรับ-ส่งนักเรียนในจังหวัดปราจีนบุรียังมีช่องโหว่ขนาดใหญ่ ทั้งในเรื่องของพฤติกรรมการขับขี่ ความพร้อมของตัวรถ และการควบคุมส่วนบุคคล

การที่จังหวัดปราจีนบุรีหันมาจับมือกับทุกภาคส่วนถือเป็นนิมิตหมายที่ดี แต่วิ่งที่สำคัญกว่า "มติในห้องประชุม" คือ "การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง" การสุ่มตรวจปัสสาวะเพียง 3 รายจากคนขับ 50 ราย อาจยังไม่เพียงพอที่จะสร้างความเกรงกลัว ขนส่งจังหวัดและตำรวจต้องร่วมมือกันตรวจตราบนท้องถนนอย่างเข้มงวด

เพราะชีวิตของเด็กนักเรียนที่เป็นอนาคตของชาติ ไม่ควรต้องมาเสี่ยงอยู่บนความประมาทของผู้ประกอบการที่ไร้ความรับผิดชอบ!

มานิตย์  สนับบุญ/ปราจีนบุรี