LIFE STYLE
เจแอลแอลมอบสน.แห่งใหม่ของอโกด้า 'วัน แบงค็อก'ต้นแบบที่ทำงานยุคใหม่
กรุงเทพฯ, 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569 -อโกด้า (Agoda) แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว เปิดสำนักงานแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ บนพื้นที่ 26,000 ตารางเมตร ภายในโครงการ วัน แบงค็อก ซึ่งนับเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาสถานที่ทำงานองค์กรที่มีขนาดใหญ่และโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แคมปัสขนาด 7 ชั้นแห่งนี้ได้รับการส่งมอบโดยทีมบริหารโครงการก่อสร้าง ออกแบบ และตกแต่ง Project & Development Services (PDS) ของเจแอลแอล ประเทศไทย และสะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของแนวทางการออกแบบ ก่อสร้าง และใช้งานพื้นที่สำนักงานในโลกการทำงานยุคใหม่
เมื่อกลยุทธ์ด้านสถานที่ทำงานสอดรับกับความคาดหวังของพนักงานยุคใหม่
ในยุคที่บุคลากรคุณภาพคาดหวังประสบการณ์การทำงานที่มากกว่าเพียงพื้นที่นั่งทำงาน แคมปัสแห่งใหม่ของอโกด้าได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานตามผลการศึกษาของเจแอลแอล โดยรายงาน Workforce Preference Barometer ซึ่งสำรวจความคิดเห็นของพนักงานกว่า 8,700 คนทั่วโลก พบว่า 66% ของพนักงานออฟฟิศทำงานภายใต้นโยบาย Hybrid Work ที่มีแนวทางชัดเจน ขณะที่ 72% มองว่านโยบายดังกล่าวส่งผลดีต่อการทำงาน หากได้รับการสนับสนุนจากสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อประสิทธิภาพและประสบการณ์การทำงานที่ดี
แคมปัสแห่งใหม่นี้ครอบคลุมพื้นที่ 7 ชั้นภายในอาคาร วัน แบงค็อก ทาวเวอร์ 5 โดยยกระดับแนวคิดสำนักงานแบบดั้งเดิม ด้วยการผสานพื้นที่ทำงานที่ต้องใช้สมาธิ พื้นที่สำหรับการทำงานร่วมกัน และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ เข้าไว้ในสภาพแวดล้อมการทำงานแบบบูรณาการที่เชื่อมโยงการใช้งานในทุกมิติ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจ Workforce Preference Barometer ของเจแอลแอล ที่พบว่าพนักงานต้องการสถานที่ทำงานที่มอบความยืดหยุ่น มีทางเลือกในการทำงานที่หลากหลาย และสนับสนุนทั้งประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตไปพร้อมกัน เพื่อสะท้อนความต้องการเหล่านี้ สำนักงานแห่งใหม่ของอโกด้าจึงมาพร้อมไฮไลต์สำคัญ ได้แก่:
- พื้นที่บริการนวดโดยผู้พิการทางการมองเห็น เพื่อส่งเสริมสุขภาวะของพนักงาน
- พื้นที่กิจกรรมอเนกประสงค์สำหรับพิลาทิส โยคะ และกิจกรรมออกกำลังกายรูปแบบต่าง ๆ
- พื้นที่ Social Pantry พร้อมมุมกาแฟระดับบาริสต้า ที่ออกแบบให้เป็นจุดนัดพบสำหรับพนักงาน เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการทำงานร่วมกันในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
- ห้องสำหรับคุณแม่และสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับความต้องการที่หลากหลายของพนักงานทุกกลุ่ม
"สำนักงานแห่งใหม่นี้สะท้อนวิวัฒนาการของกลยุทธ์ด้านสถานที่ทำงานของอโกด้า ที่เติบโตไปพร้อมกับความต้องการของพนักงานและรูปแบบการทำงานร่วมกันที่เปลี่ยนแปลงไป" นายฮาเวียร์ โกเมซ ผู้อำนวยการฝ่าย Real Estate and Workplace Services กล่าว "หัวใจสำคัญของโครงการคือการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สะท้อนวัฒนธรรมและค่านิยมของอโกด้าได้อย่างแท้จริง พร้อมส่งเสริมทั้งประสิทธิภาพการทำงานและสุขภาวะของพนักงาน ควบคู่ไปกับการตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ทีมงานของเราจะสามารถเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีระดับโลกและมอบประสบการณ์การเดินทางที่ยอดเยี่ยมให้แก่ผู้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่สถานที่ทำงานแห่งนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนพนักงานตลอดทั้งวันทำงาน"
18 เดือนสู่การสร้างสถานที่ทำงานแห่งอนาคต
การพลิกโฉมพื้นที่ในครั้งนี้ใช้เวลาดำเนินงานตลอดระยะเวลา 18 เดือน และเริ่มเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569 โครงการดังกล่าวต้องอาศัยการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างผู้รับเหมาสองรายและผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย โดยทีมบริหารโครงการก่อสร้าง ออกแบบ และตกแต่ง Project & Development Services (PDS) ของเจแอลแอลรับผิดชอบการบริหารโครงการและการส่งมอบงาน เพื่อให้มั่นใจว่าการออกแบบมีความสอดคล้องกันและเป็นไปตามมาตรฐานการควบคุมคุณภาพตลอดทุกขั้นตอนของโครงการ
"ปัจจุบันสถานที่ทำงานไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการทำงานอีกต่อไป แต่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการดึงดูด รักษา และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับบุคลากร" นายกฤช ปิ่มหทัยวุฒิ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย และหัวหน้าหน่วยธุรกิจบริการด้านการลงทุน เจแอลแอล ประเทศไทย กล่าว "รายงาน Workforce Preference Barometer ของเจแอลแอลชี้ให้เห็นว่า สมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-life Balance) กลายเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรกสำหรับพนักงานถึง 65% ความคาดหวังของผู้คนในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องค่าตอบแทนหรือรูปแบบสถานที่ทำงานแบบดั้งเดิมอีกต่อไป โครงการของอโกด้าแห่งนี้จึงเป็นตัวอย่างที่สะท้อนการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้อย่างชัดเจน และแสดงให้เห็นว่าการดำเนินโครงการอย่างเป็นระบบสามารถเปลี่ยนความคาดหวังของพนักงานให้กลายเป็นสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมทั้งคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างแท้จริง"
ผสานแนวคิดความยั่งยืนในทุกองค์ประกอบ
ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหัวใจสำคัญของโครงการนี้ โดยพื้นที่สำนักงานได้รับการติดตั้งระบบไฟ LED พร้อมเซนเซอร์อัจฉริยะ สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ และเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ ไม้รีไซเคิลและวัสดุรีไซเคิลจากกากกาแฟ นอกจากนี้ เฟอร์นิเจอร์กว่า 95% ยังจัดหาจากแหล่งผลิตภายในรัศมี 800 กิโลเมตร เพื่อลดผลกระทบจากการขนส่ง พร้อมใช้ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificates: RECs) เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงานของสำนักงาน
โครงการวัน แบงค็อก ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED for Neighborhood Development (ND) ระดับแพลทินัม ตอกย้ำสถานะของโครงการในฐานะหนึ่งในโครงการมิกซ์ยูสที่มีความยั่งยืนโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำหนดมาตรฐานใหม่ของสถานที่ทำงานยุคใหม่
ข้อมูลเชิงลึกจากรายงาน Workforce Preference Barometer ของเจแอลแอล สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง กล่าวคือ สำนักงานในปัจจุบันไม่ได้ถูกกำหนดด้วยจำนวนโต๊ะทำงานและความหนาแน่นของพื้นที่อีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการรองรับรูปแบบการทำงานและการปฏิสัมพันธ์ที่หลากหลายตลอดทั้งวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้องค์กรให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่แบบบูรณาการมากขึ้น เพื่อให้พื้นที่ใช้งาน ฟังก์ชันต่าง ๆ และประสบการณ์ของผู้ใช้งานเชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ และทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"ความท้าทายของโครงการระดับนี้ไม่ได้อยู่ที่ขนาดของพื้นที่ แต่อยู่ที่ความสามารถในการบริหารจัดการและควบคุมคุณภาพของทุกองค์ประกอบให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ" นายสตีเฟน เทย์เลอร์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารโครงการก่อสร้าง ออกแบบ และตกแต่ง เจแอลแอล ประเทศไทย กล่าว "หน้าที่ของเราคือทำให้ผู้รับเหมาหลายรายที่ทำงานครอบคลุมหลายชั้นของอาคาร สามารถส่งมอบสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นหนึ่งเดียวและมีความต่อเนื่องในทุกมิติ แทนที่จะเป็นเพียงการรวมตัวของพื้นที่ที่แยกขาดจากกัน"
โครงการนี้นับเป็นความร่วมมือครั้งแรกระหว่างเจแอลแอล ประเทศไทย และอโกด้า และยังถือเป็นหนึ่งในงานบริหารโครงการพื้นที่อาคารสำนักงานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่เจแอลแอล ประเทศไทย ได้รับมอบหมายในปีที่ผ่านมา
