LIFE STYLE

ระดมสมองพนันใน'ฟุตบอลโลก2026' 'เว็บพนัน'ก้าวเร็วจี้รัฐฯออกกม.ลั่นดาน



กรุงเทพฯ-สสส. สานพลังภาคีเครือข่าย เปิดเวทีระดมสมอง “World Cup 2026 จาก Kick Off ถึง Knock Out : เว็บพนันยังอยู่-โต๊ะบอลไม่เคยหายไป เราควรทำอย่างไร?” ประกาศเดินหน้าเร่งพัฒนากฎหมาย-นโยบาย ควบคุมแพลตฟอร์มดิจิทัล-สร้างภูมิคุ้มกันสังคม อุดช่องว่าง พนันออนไลน์คุกคามเด็ก-เยาวชน ด้านพนันโต๊ะบอลยังขยายตัว พบ 22% อยู่ใกล้สถานศึกษา 27% อยู่ในชุมชน 5% อยู่ใกล้สถานที่ราชการ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ก.ค. 2569 ที่โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ และเครือข่ายสื่อมวลชนขับเคลื่อนสุขภาวะเพื่อสังคมไทยยั่งยืน จัดเวทีระดมสมอง “World Cup 2026 จาก Kick Off ถึง Knock Out : เว็บพนันยังอยู่-โต๊ะบอลยังไม่เคยหายไป เราควรทำอย่างไร?” เพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์การพนันฟุตบอลในช่วงฟุตบอลโลก พร้อมระดมข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากหน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการ บุคลากรทางการแพทย์ ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน

นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. กล่าวว่า บรรยากาศการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 อาจไม่คึกคักเท่าในอดีต แต่การพนันฟุตบอลและการพนันออนไลน์ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ง่าย และผู้ปกครองไม่ทราบว่าบุตรหลานกำลังเข้าไปเกี่ยวข้องกับการพนัน ซึ่งแพลตฟอร์มออนไลน์ถูกใช้เป็นช่องทางการตลาดของธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น การพนันออนไลน์ บุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงการหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ สสส. จึงร่วมกับภาคีเครือข่าย บูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันปัญหาการพนันอย่างเป็นระบบ มุ่งสร้างความรู้เท่าทันภัยการพนันทุกรูปแบบ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชน และปรับสภาพแวดล้อมทางสังคม ผ่านการพัฒนานโยบาย การบังคับใช้กฎหมาย และมาตรการที่ทำให้การเข้าถึงการพนันยากขึ้น

“หากมุ่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว แต่สภาพแวดล้อมยังเปิดโอกาสให้เข้าถึงการพนันได้ง่าย ปัญหาก็จะยังคงเกิดขึ้น ดังนั้น การสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนต้องเดินควบคู่กับการจัดการปัจจัยแวดล้อมอย่างจริงจัง เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นครั้งนี้ เปิดพื้นที่ให้ผู้แทนจากหลายภาคส่วน ได้ร่วมกันระดมข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อผลักดันให้เกิดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบจากการพนันฟุตบอลและพนันออนไลน์ โดยมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองเด็ก เยาวชน ครอบครัว และสังคมไทยจากปัจจัยเสี่ยงในยุคดิจิทัล” นายวิเชษฐ์ กล่าว

.ส.รัตติกานต์ วิบูลย์พานิช  อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ กล่าวว่า จากการสำรวจโครงสร้างเว็บไซต์พนันออนไลน์ในช่วงฟุตบอลโลก 2026 พบว่า เว็บไซต์เหล่านี้มีลักษณะเป็น “แฟรนไชส์” คือ มีผู้ขายแพลตฟอร์มสำเร็จรูปให้รายย่อยนำไปสวมหน้าเว็บและเปิดใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เมื่อเว็บไซต์การพนันถูกปิด ก็สามารถเปิดเว็บไซต์การพนันใหม่ทดแทนได้ทันที นอกจากนี้ ยังพบการใช้กลยุทธ์ทางจิตวิทยาจูงใจให้ผู้เล่นใช้จ่ายต่อเนื่อง เช่น โปรโมชันคืนยอดที่เล่นเสียไป ระบบสะสมแต้มลุ้นของรางวัล และระบบสุ่มรางวัลให้กับผู้เล่น ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะหนี้สินสะสมจำนวนมากในระยะสั้น

“ที่น่าสนใจ เมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่ายการพนันออนไลน์ พบการใช้บัญชีม้าในรูปแบบบัญชีบุคคลธรรมดาและบัญชีนิติบุคคล เพื่อพักและกระจายเงินหมุนเวียนจากการพนัน ส่งผลให้การติดตามเส้นทางการเงินทำได้ยากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงให้กับเจ้าของบัญชีที่แท้จริง ซึ่งในระหว่างการเก็บข้อมูลเชิงลึก ทีมผู้ศึกษายังถูกโจมตีด้วยมัลแวร์ ถูกยึดบัญชีโซเชียลมีเดียเพื่อเรียกค่าไถ่  และถูกติดต่อกดดันในลักษณะสอบถามข้อมูลแบบเรียลไทม์ สะท้อนให้เห็นว่า เครือข่ายพนันออนไลน์มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีและมีมาตรการตอบโต้ผู้ที่เข้าไปตรวจสอบสูงกว่าที่หลายฝ่ายเคยประเมินไว้” น.ส.รัตติกานต์ กล่าว

นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า พนันฟุตบอลเป็นความนิยมของคน Gen X และ Gen Y เป็นส่วนใหญ่ มี Gen Z เป็นส่วนน้อย แม้ปัจจุบันช่องทางออนไลน์จะเป็นทางหลักของการพนันฟุตบอล แต่โต๊ะบอลที่เป็นช่องทางดั้งเดิมก็ยังคงมีอยู่ จากการสอบถามความรับรู้ถึงการมีอยู่ของโต๊ะบอลในพื้นที่ จากภาคประชาสังคมและประชาชนใน 47 จังหวัดทั่วไทย พบว่า การพนันรูปแบบโต๊ะบอลยังคงมีอยู่ในพื้นที่ โดยประชาชน 22% ระบุว่าอยู่ใกล้สถานศึกษา  27% อยู่ในชุมชน และ 5% อยู่ใกล้สถานที่ราชการ  ที่น่าสนใจคือ 40% ไม่ระบุตำแหน่งที่ตั้ง แต่รับรู้ถึงการทำงานของโต๊ะบอลที่ผ่านการทำงานของตัวบุคคล โดยใช้วิธีโทรศัพท์หรือส่งข้อความผ่านไลน์ รวมถึงการเป็นตัวกลางในการอำนวยความสะดวกในการพนันทายผลฟุตบอลในรูปแบบต่างๆ ทั้งนี้ ยืนยันได้ว่าการพนันโต๊ะบอลยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน และมีการปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป

พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวว่า การปราบปรามเว็บไซต์พนันออนไลน์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากผู้กระทำผิดสามารถสร้างเว็บไซต์ใหม่และใช้ระบบโฆษณาออนไลน์เข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้ง ยังนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาสร้างภาพและคลิปปลอมของบุคคลที่มีชื่อเสียงเพื่อโฆษณาพนันออนไลน์ ทุกภาคส่วนจึงจำเป็นต้องร่วมกันพัฒนากฎหมาย สร้างนโยบายเพิ่มความร่วมมือกับแพลตฟอร์มดิจิทัล และสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่

พ.ท.หญิง ผศ.พญ.วนิดา รัตนสุมาวงศ์ กล่าวว่า ปัญหาติดการพนันทางการแพทย์และจิตวิทยา จะเรียกว่า “โรคติดการพนัน (Gambling Disorder)” เป็นความผิดปกติทางพฤติกรรมและอารมณ์ มีพัฒนาการของโรค 4 ระยะ 1.ระยะได้ใจ ที่เริ่มต้นจากความสนุกแต่ได้รางวัลใหญ่โดยบังเอิญ ทำให้มั่นใจและหลงคิดว่าตนเองมีทักษะ 2.ระยะเสีย ที่เริ่มเสียเงินและเพิ่มความถี่เพื่อเอาเงินคืนและเริ่มโกหกปกปิด 3.ระยะสิ้นหวัง ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ หมกมุ่นจนเสียการงาน ความสัมพันธ์ หรืออาจก่ออาชญากรรม 4.ระยะหมดหนทาง ซึ่งสูญเสียทุกสิ่งจนนำไปสู่ภาวะซึมเศร้ารุนแรงและเสี่ยงต่อการทำร้ายตัวเอง การพนันส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมอง โดยเฉพาะความผิดปกติของสมองส่วนหน้าที่จะทำให้การควบคุมการตัดสินใจได้แย่ลง อีกทั้ง สมองจะถูกกระตุ้นให้หลั่งสารโดปามีนอย่างรุนแรงเมื่อคาดหวังว่าจะชนะ จนทำให้เกิดความคิดที่บิดเบือน เช่น ปรากฏการณ์เกือบชนะ ที่กระตุ้นให้อยากเล่นการพนันต่อไป