ECON & BIZ
17ปีกับ'ทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์'กับการส่งต่อ พลังแห่งการให้ไม่รู้จบ
ในชีวิตของคนคนหนึ่ง บางครั้งสิ่งที่ต้องการอาจไม่ใช่ความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ หากเป็นเพียงโอกาสเล็ก ๆ ที่เข้ามาในเวลาที่เหมาะสม โอกาสที่จะช่วยให้ก้าวข้ามข้อจำกัดของชีวิต มองเห็นความหวัง และเดินต่อไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเดิม
สำหรับ ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ โอกาสทางการศึกษาที่เคยได้รับเมื่อครั้งเรียนมหาวิทยาลัย คือ จุดเริ่มต้นสำคัญที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเขา จากนักศึกษาคนหนึ่งสู่การเป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จ และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิด ทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์ ที่ดำเนินมาต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2553 เพื่อส่งต่อโอกาสให้ผู้คนอีกจำนวนมากในสังคม
ตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา ทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์ได้สนับสนุนองค์กรด้านศาสนา การศึกษา และสังคม มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้มอบทุนไปแล้ว 112 องค์กร รวมเป็นเงิน 561 ล้านบาท โดยในปี 2569 ได้มอบทุนให้กับ 27 หน่วยงาน รวมเป็นเงิน 17.8 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่การบำรุงศาสนา การสร้างโอกาสทางการศึกษา ไปจนถึงการพัฒนาสังคม ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้สังคมไทย
แม้ตัวเลขเงินทุนที่มอบให้ในแต่ละปีจะสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคม แต่สิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าตัวเลขเหล่านั้น คือ การที่ผู้รับทุนได้รับโอกาสและสามารถนำโอกาสนั้นไปต่อยอดเป็นอนาคตของตนเอง ครอบครัว และชุมชน
โอกาสที่ถูกส่งต่อผ่านทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์ในปีนี้ ได้เดินทางไปยังผู้คนหลายกลุ่มและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน แต่ทุกเรื่องราวล้วนสะท้อนว่า เมื่อสังคมหยิบยื่นโอกาสให้ในเวลาที่เหมาะสม ย่อมสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้เสมอ
สำหรับ มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก ซึ่งทำงานกับเด็กเร่ร่อนและลูกคนงานก่อสร้างมากว่า 15 ปี ทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์เปรียบเสมือนแรงสนับสนุนสำคัญที่ทำให้โรงเรียนเด็กก่อสร้างเคลื่อนที่ของมูลนิธิฯ เดินหน้าต่อไปได้ เพื่อนำการศึกษา สวัสดิการพื้นฐาน และการดูแลด้านสิทธิของเด็ก ไปสู่แหล่งก่อสร้างในพื้นที่ต่าง ๆ โดยมูลนิธิฯ ได้รับทุนต่อเนื่องมาแล้วเป็นปีที่ 15
คุณทองพูล บัวศรี (ครูจิ๋ว) ผู้จัดการโครงการครูข้างถนน และผู้จัดการโรงเรียนเด็กก่อสร้างเคลื่อนที่ มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก กล่าวว่า “สำหรับเด็กเร่ร่อนและลูกคนงานก่อสร้าง การเข้าถึงการศึกษาและสิทธิขั้นพื้นฐานเป็นเรื่องที่ห่างไกล เด็กบางคนย้ายตามที่ทำงานของพ่อแม่ บางคนไม่มีแม้แต่เอกสารแสดงตัวตน แต่ด้วยการสนับสนุนจากทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์ ทำให้โรงเรียนเด็กก่อสร้างเคลื่อนที่สามารถเดินทางไปหาเด็ก ๆ และนำโอกาสทางการศึกษาไปให้พวกเขา ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ทุนนี้ไม่เพียงช่วยให้เรามีงบประมาณในการลงพื้นที่และดูแลเด็กกลุ่มนี้ แต่ยังเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้เรารับรู้ว่ายังมีคนที่มองเห็นคุณค่าและเชื่อว่าเด็กทุกคนควรได้รับโอกาสในการเรียนรู้และเติบโตอย่างเท่าเทียม ต้องขอขอบคุณคุณทองมาที่มอบโอกาสและยืนหยัดสนับสนุนการทำงานของเรา”
อีกหนึ่งเรื่องราวแห่งโอกาสเกิดขึ้นที่ วิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนในปีนี้ เพื่อนำไปจัดสรรเป็นทุนแก่นักศึกษาพิการที่อยู่ในความดูแลของวิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ โดยใช้เป็นค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ตลอดจนเป็นเงินทุนสำหรับการประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อในอนาคต
ดร.รัชดาภรณ์ มะลิซ้อน ผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ กล่าวว่า “นักศึกษาพิการหลายคนมีศักยภาพ และมีความฝันไม่ต่างจากคนทั่วไป แต่สิ่งที่พวกเขาขาดคือโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม เราตั้งใจจะใช้ทุนนี้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อช่วยให้นักศึกษาพิการเข้าถึงการศึกษา มีทักษะวิชาชีพ สามารถพึ่งพาตนเอง และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของครอบครัวและสังคมในอนาคต ต้องขอขอบคุณคุณทองมาที่มอบโอกาสนี้ให้กับคนพิการ ทุนนี้ไม่เพียงช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย แต่เป็นการสร้างความหวังให้คนพิการเห็นว่าสังคมยังให้ความสำคัญและพร้อมสนับสนุนให้พวกเขาเดินไปถึงเป้าหมายของชีวิต และยังเป็นกำลังใจให้พวกเขาเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองและก้าวต่อไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น”
อีกหนึ่งองค์กรด้านการศึกษาที่ได้รับโอกาสจากทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์ในปีนี้ คือ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งสถาบันฯ จะนำเงินนี้ไปจัดสรรเป็นทุนต่อเนื่องจนจบการศึกษาแก่นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธิติพันธุ์ ตริตระการ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า “นักศึกษาหลายคนมีข้อจำกัดด้านการเงิน ทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์จึงเปรียบเสมือนสะพานที่ช่วยให้พวกเขาก้าวข้ามอุปสรรคและเดินหน้าต่อบนเส้นทางการศึกษา สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่าการสนับสนุนด้านการเงิน คือ การทำให้นักศึกษารู้ว่ายังมีผู้ใหญ่ในสังคมที่เชื่อมั่นในศักยภาพของพวกเขาและพร้อมหยิบยื่นโอกาสให้ การได้รับโอกาสครั้งนี้จะช่วยให้นักศึกษามีกำลังใจในการพัฒนาตนเอง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่เส้นทางอาชีพ ทางสถาบันฯ ต้องขอขอบคุณคุณทองมาสำหรับความปรารถนาดีที่มีต่อนักศึกษาของเรา ทุนการศึกษาที่ได้รับในครั้งนี้ไม่เพียงสร้างโอกาสทางการศึกษา แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างคนคุณภาพที่จะเติบโตขึ้นไปเป็นผู้ที่สร้างประโยชน์ให้แก่ครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติในอนาคต”

เรื่องราวของทั้งสามหน่วยงานสะท้อนให้เห็นว่า แม้รูปแบบของการนำทุนไปใช้จะแตกต่างกัน แต่ทุกแห่งต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือการเปลี่ยน “โอกาส” ให้กลายเป็นพลังในการพัฒนาคน และเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้น เพราะเมื่อใดที่ใครสักคนได้รับโอกาสในการเรียนรู้ เติบโต และพัฒนาศักยภาพของตนเอง เมื่อนั้นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นย่อมไม่ได้หยุดอยู่เพียงคนคนเดียว หากยังส่งต่อไปสู่ครอบครัว ชุมชน และสังคมในวงกว้างต่อไปไม่รู้จบ
