LEARNING
ม.ขอนแก่นผนึกกำลังเครือข่ายยกระดับ 'การแพทย์แม่นยำ'พลิกโฉมรักษามะเร็งไทย
ขอนแก่น-ศูนย์บริการทางการแพทย์ชั้นเลิศ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผนึกกำลังเครือข่าย เดินหน้ายกระดับการดูแลผู้ป่วยมะเร็งสู่ยุคการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) ผ่านงานประชุมวิชาการ "ONCOVERSE Khon Kaen: The 3rd Oncology NGS Network" มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีตรวจพันธุกรรมขั้นสูงเพื่อการรักษาที่ตรงจุด พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับประเทศ พลิกโฉมการดูแลผู้ป่วยมะเร็งให้เข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพอย่างเท่าเทียม
จาก “ชนิดของโรค” สู่ “ข้อมูลระดับโมเลกุล” เพื่อการรักษาที่แม่นยำยิ่งขึ้น
.jpg)
รศ. นพ.โกสินทร์ วิระษร หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคมะเร็ง และรองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า “ปัจจุบันการรักษาโรคมะเร็งไม่ได้อาศัยเพียงการวินิจฉัยชนิดของโรคเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยข้อมูลระดับโมเลกุล เพื่อช่วยเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งการตรวจตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarkers) และเทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรม NGS (Next-Generation Sequencing) เป็นองค์ประกอบสำคัญของการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งในยุคการแพทย์แม่นยำ”
.jpg)
ผศ. นพ.กุณฑล วิชาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชพันธุศาสตร์ ศูนย์ความเป็นเลิศทางห้องปฏิบัติการตรวจวินิจฉัยระดับชีวโมเลกุลทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า “การตรวจวินิจฉัยระดับชีวโมเลกุลมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการแพทย์แม่นยำ โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง ซึ่งข้อมูลทางพันธุกรรมช่วยสนับสนุนการวินิจฉัย การพยากรณ์โรค และการเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย อย่างไรก็ตาม การสร้างประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยมาตรฐานของห้องปฏิบัติการ คุณภาพของการตรวจ และการบูรณาการข้อมูลร่วมกับทีมผู้ดูแลรักษา”
จีโนมิกส์ประเทศไทย ขับเคลื่อนเทคโนโลยีการแพทย์แม่นยำเพื่อยกระดับระบบสุขภาพของประเทศ
.jpg)
ดร.นุสรา สัตย์เพริศพราย ผู้จัดการงานวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนาจีโนมิกส์ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) นำเสนอทิศทางการขับเคลื่อน “การแพทย์แม่นยำในโรคมะเร็ง” (Precision Oncology) ผ่านโครงการจีโนมิกส์ประเทศไทย โดยชี้ให้เห็นว่า การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยชุดตรวจมาตรฐาน
ฝั่งตะวันตก ที่ตรวจเพียงสองยีน (BRCA1/BRCA2) อาจพลาดการตรวจพบการกลายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดมะเร็งเต้านมแบบถ่ายทอดทางพันธุกรรมในผู้ป่วยไทยถึง 68% โดยเฉพาะยีน ATM ซึ่งตรวจพบการกลายพันธุ์ในยีนดังกล่าวมากเป็นพิเศษในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเต้านมชาวไทย แต่พบน้อยในประชากรผิวขาว
ซึ่งสวรส. ได้สนับสนุนทุนวิจัยเพื่อผลักดันการพัฒนาชุดตรวจยีนเสี่ยงมะเร็งจำเพาะสำหรับดีเอ็นเอของคนไทย (Multi-Gene Panel) ถือเป็นตัวอย่างสำคัญจากหลายๆโครงการภายใต้แผนฯจีโนมิกส์ประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยีการแพทย์แม่นยำที่ใช้ข้อมูลดีเอ็นเอเพื่อยกระดับระบบสุขภาพของประเทศ และในแผนฯจีโนมิกส์ประเทศไทย ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2570–2575) อยู่ระหว่างเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี มีเป้าหมายถอดรหัสพันธุกรรมเพิ่มเป็น 200,000 ราย เพื่อผลักดันโรคมะเร็งและการแพทย์แม่นยำสู่ระบบสาธารณสุขไทยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
.jpg)
ยกระดับความร่วมมือเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
ผศ. นพ.กุณฑล กล่าวย้ำว่า “ONCOVERSE เป็นเวทีที่ช่วยเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ตั้งแต่นักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ แพทย์ พยาบาล นักวิจัย ไปจนถึงผู้กำหนดนโยบาย เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาเครือข่ายด้านการตรวจวินิจฉัยทางพันธุกรรม ความร่วมมือเช่นนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพของระบบห้องปฏิบัติการ และเพิ่มการเข้าถึงการตรวจที่มีคุณภาพ เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยมะเร็งด้วย Precision Medicine ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน”
"ความร่วมมือของทุกภาคส่วนจะช่วยให้การตรวจวินิจฉัยมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดระยะเวลาการเข้าถึงการรักษา และเพิ่มโอกาสที่ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาที่ตรงกับลักษณะของโรคในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในปัจจุบัน” รศ. นพ.โกสินทร์ กล่าวทิ้งท้าย
ภายในงานประชุมวิชาการยังได้รับเกียรติจาก ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการแพทย์แม่นยำ ศูนย์จีโนมิกส์ศิริราช และ นพ.ภาสกร วันชัยจิระบุญ ประธานศูนย์จีโนมิกส์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจีโนมิกส์ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง
การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การยกระดับการดูแลผู้ป่วยมะเร็งด้วยเทคโนโลยีจีโนมิกส์จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ การเสริมสร้างศักยภาพของห้องปฏิบัติการ และการบูรณาการการทำงานตั้งแต่ระดับคลินิกจนถึงระดับนโยบาย เพื่อผลักดันให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
.jpg)
