LIFE STYLE
CFO กลุ่มดุสิตธานีแนะนักบัญชีรุ่นใหม่ พัฒนาทักษะสู่ 'คู่คิดทางธุรกิจ'
กรุงเทพฯ 5 สิงหาคม 2569 : CFO กลุ่มดุสิตธานี แนะนักการเงินและนักบัญชีรุ่นใหม่รับมือความท้าทายในยุค AI มั่นใจ AI ไม่เข้ามาแทนที่นักบัญชี แต่จะมีบทบาทสำคัญในการเป็น “ผู้ช่วย” ขณะที่นักการเงินและนักบัญชีต้องยกระดับตัวเองสู่การเป็น “คู่คิดทางธุรกิจ” ให้กับผู้บริหารสูงสุด พร้อมเพิ่มทักษะด้านการวิเคราะห์เพื่อก้าวสู่การเป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ เผยผนึกกลุ่ม “เพื่อนนักบัญชี” รวมตัวลงรับสมัครชิงเก้าอี้ในสภาวิชาชีพบัญชี ด้วยเป้าหมายช่วยยกระดับวิชาชีพบัญชีสู่การเป็นผู้ร่วมขับเคลื่อนกลยุทธ์ ส่งมอบมูลค่าเพิ่มสำหรับธุรกิจในทุกระดับ โดยมีกำหนดเลือกตั้งในวันที่ 15 สิงหาคมนี้
นายสุกิจ งามสง่าพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงินกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความท้าทายของผู้บริหารสูงสุดด้านการเงินหรือ “ซีเอฟโอ” ในยุคที่การเงินก้าวสู่โลกของ AI ว่า การพัฒนาตัวเองและการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เป็นสิ่งที่นักการเงินต้องให้ความสำคัญ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ในโลกปัจจุบันที่นักการเงินผ่านประสบการณ์การเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีที่สำคัญมาแล้วหลายครั้ง จะทำให้วิชาชีพนักการเงินไม่ถูกแทนที่ด้วย AI แต่มองว่า AI จะเข้ามามีบทบาทในฐานะผู้ช่วยของนักการเงินในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่เคยเป็นจุดอ่อนหรือ pain point ของนักการเงิน เช่น งานที่ต้องทำซ้ำๆ งานวิเคราะห์ที่ต้องเข้าถึงข้อมูลจำนวนมากๆ รวมถึงการหาผลต่างหรือข้อผิดพลาดต่างๆ เป็นต้น
ขณะเดียวกัน การเข้ามาของ AI จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนักการเงินหรือนักบัญชี ที่ในอดีตมีบทบาทเป็นผู้บันทึกตัวเลข แต่เมื่อ AI เข้ามาทำหน้าที่บันทึกข้อมูลแทน นักการเงินหรือนักบัญชีก็ต้องเปลี่ยนบทบาทของตัวเองเป็นผู้ทำนายอนาคต โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลนำมาวางเป็นกลยุทธ์ รวมถึงการขยับสู่การเป็นคู่คิดทางธุรกิจ หรือ Business Partner เพื่อช่วยผู้บริหารสูงสุดขององค์กรหรือ “ซีอีโอ” ตัดสินใจ โดยการใช้เครื่องมือใหม่อย่าง generative Al ทั้ง chat GPT, Gemini, Claude สำหรับวิเคราะห์ ออกรายงานสรุปผู้บริหาร และให้คำแนะนำในการแก้ปัญหา
“ผมอยากเห็นการยกระดับนักการเงินหรือนักบัญชีสู่การเป็น “ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์” หรือคู่คิดทางการเงิน ซึ่งสภาวิชาชีพบัญชี ควรส่งเสริมให้นักบัญชีเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงผู้บันทึกข้อมูล มาเป็นผู้ที่สามารถวิเคราะห์และใช้ข้อมูลทางการเงินเพื่อมองไปข้างหน้า ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจในเชิงธุรกิจได้อย่างแม่นยำขึ้น โดยเฉพาะปัจจุบันธุรกิจเอสเอ็มอีไทยจำนวนมาก ยังมีปัญหารากฐานด้านการเงิน บัญชีไม่สะท้อนความเป็นจริง หรือขาดเงินหมุนเวียน ผมอยากเห็นสภาวิชาชีพฯ ผลักดันให้นักบัญชีมีทักษะในการเข้าไปเป็น “คู่คิดทางการเงิน” ให้กับธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจของประเทศได้อีกมาก” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงินกลุ่ม บมจ.ดุสิตธานีกล่าว
ทั้งนี้ แม้ว่าบริษัทขนาดใหญ่จะมีโอกาสพัฒนาระบบบัญชีของตนเองด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีระบบธรรมาภิบาลเพื่อปกป้องผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ และสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายกว่า แต่ก็ยังมั่นใจว่า โอกาสที่กิจการเล็กๆ จะวางรากฐานไปสู่ความยั่งยืนได้ ยังมีอยู่ 100% ภายใต้การมีระบบบัญชีที่โปร่งใส การบริหารเงินสดที่รัดกุม และสามารถวิเคราะห์ต้นทุนและบริหาร key performance drivers ต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ เพื่อสร้างโอกาสในการเป็นบริษัทที่เชื่อถือได้ (creditability)
“แนวคิดในการยกระดับและพัฒนาทักษะของนักการเงินหรือนักบัญชี เพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคต ควรได้รับการส่งเสริมจากสภาวิชาชีพบัญชี และเพื่อสนับสนุนการเติบโตและความมั่นคงของวิชาชีพบัญชี ผมจึงทำงานร่วมกับทีม “เพื่อนนักบัญชี” ซึ่งเป็นการรวมตัวจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ นักปฏิบัติงานจริงในธุรกิจขนาดใหญ่ กลาง เล็ก และรายย่อย ในการนำประสบการณ์ในช่วงที่ผ่านมา ช่วยเหลือเพื่อนร่วมวิชาชีพทางบัญชี ผ่านการลงสมัครเป็นประธานคณะกรรมการวิชาชีพบัญชี ด้านการทำบัญชี ที่จะมีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ผ่านระบบ e-Voting ด้วยเป้าหมายที่จะช่วยยกระดับวิชาชีพบัญชีสู่การเป็นผู้ร่วมขับเคลื่อนกลยุทธ์ (strategic driven partner) ส่งมอบมูลค่าเพิ่มสำหรับธุรกิจในทุกระดับโดยใช้เทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการบรรลุวัตถุประสงค์ อย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบธรรมาภิบาล และความโปร่งใส โอกาสนี้ ผมขอขอบคุณกลุ่มดุสิตธานีที่สนับสนุนและให้โอกาสผู้บริหารและพนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถของตัวเองในการทำงานให้ส่วนรวม” นายสุกิจกล่าว
