LIFE STYLE
สถานเสาวภาจับมือกทม.เตือนเลิกคิด.. 'ไม่เป็นไร'ก่อนความชะล่าใจเป็นโรคร้าย
กรุงเทพฯ-สถานเสาวภา สภากาชาดไทย ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร เปิดตัวแคมเปญรณรงค์ "HPV ไม่เป็นไร...ไม่ได้" พร้อมกิจกรรม "เต้นให้ฟิต หยุดคิดว่า HPV ไม่เป็นไร" ณ สวนลุมพินี เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ส่งตรงองค์ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) พร้อมส่งเสริมแนวการป้องกันโรคด้วยการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง การตรวจคัดกรอง และการฉีดวัคซีน โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และ เอมี่ กลิ่นประทุม ร่วมถ่ายทอดข้อมูลและประสบการณ์จริง
แม้แนวทางการป้องกันโรคจากเชื้อ HPV จะก้าวหน้าไปไกลแล้ว แต่ในบริบทสังคมไทยยังคงมีอุปสรรคสำคัญจากความเขินอายในการพูดคุยเรื่องเพศสัมพันธ์ ความกังวลว่าจะถูกตีตราหรือตัดสินจากสังคม (Social Stigma) รวมถึงความไม่กล้าเข้ารับการตรวจคัดกรอง ส่งผลให้หลายคนละเลยการป้องกันและตรวจพบโรคเมื่อสายเกินไป
แคมเปญ "HPV ไม่เป็นไร...ไม่ได้" จึงมุ่งสร้างจุดเปลี่ยนทางความคิด ให้สังคมตระหนักว่า "ความอายไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการดูแลสุขภาพ" และภัยเงียบอย่าง HPV เป็นเรื่องที่ "คิดว่าไม่เป็นไร...ไม่ได้อีกต่อไป"
HPV เป็นภาระด้านสาธารณสุขสำคัญของประเทศไทย โดยข้อมูล GLOBOCAN 2022 พบว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบบ่อยอันดับ 2 ในสตรีไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ 8,662 ราย และมีผู้เสียชีวิต 4,576 รายในแต่ละปี เชื้อ HPV ยังเป็นสาเหตุของมะเร็งอีกหลายชนิดทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย ได้แก่ มะเร็งศีรษะและคอ มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องคลอด และมะเร็งปากช่องคลอด รวมถึงหูดหงอนไก่ สะท้อนว่าความเข้าใจผิด ความอาย และการละเลยการป้องกัน คืออุปสรรคสำคัญในการลดอัตราการเกิดโรคในสังคมไทย
.jpg)
ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการสถานเสาวภา สภากาชาดไทย กล่าวว่า "สถานเสาวภา สภากาชาดไทยมีพันธกิจสำคัญในการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของประชาชนวันนี้เราต้องยอมรับว่า สังคมไทยส่วนใหญ่ยังตกอยู่ในภาวะ 'รู้จัก แต่ไม่รู้จริง' เกี่ยวกับเชื้อ HPV หลายคนเห็นประเด็นนี้เป็นเรื่องไกลตัว ทั้งที่ในความเป็นจริง ทุกนาทีทั่วโลกมีคนตรวจพบว่าติดเชื้อ HPV ซึ่งนำไปสู่มะเร็งบางชนิด โดยทั้งชายและหญิง มีโอกาสได้รับเชื้อ HPV ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต นอกจากนี้ เชื้อยังสามารถแฝงตัวอยู่ในร่างกายเป็นเวลาหลายสิบปีโดยไม่แสดงอาการ ทำให้หลายคนไม่ทราบว่าตนเองมีความเสี่ยง สถานเสาวภา สภากาชาดไทยจึงต้องการรณรงค์ให้คนไทยเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง เห็นความสำคัญของการป้องกันโรค การตรวจคัดกรอง และการฉีดวัคซีน เพื่อปกป้องคนไทยทุกเพศทุกวัยอย่างครอบคลุม”
.jpg)
นอกจากนี้ เพื่อให้ข้อมูลทางการแพทย์ในเชิงลึก พญ.สุดา พันธุ์รินทร์ หัวหน้าฝ่ายบริการและวิจัยคลินิก สถานเสาวภา สภากาชาดไทย ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “HPV ติดต่อได้ง่ายกว่าที่หลายคนคิด แม้เคยมีเพศสัมพันธ์เพียงครั้งเดียวก็มีโอกาสติดเชื้อได้ ผ่านการสัมผัสผิวหนังต่อผิวหนังระหว่างกิจกรรมทางเพศ รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ด้วยการใช้ปาก แม้การใช้ถุงยางอนามัยจะช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ไม่สามารถป้องกันได้อย่างสมบูรณ์ ขณะเดียวกัน ความเชื่อที่ว่าสามารถติดเชื้อจากการใช้ห้องน้ำสาธารณะนั้น แทบไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ เพราะเชื้อแพร่ผ่านการสัมผัสโดยตรงเป็นหลัก”
สิ่งที่น่ากังวลคือ ปัจจุบันยังไม่มียาที่กำจัดเชื้อ HPV ได้โดยตรง ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ ‘การป้องกันก่อนเกิดโรค’ ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่
-
การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง ไม่มีคู่นอนหลายคนเพื่อลดโอกาสสัมผัสเชื้อ และใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์
-
ฉีดวัคซีน HPV ปัจจุบันป้องกันได้ถึง 5 โรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องปากและลำคอ มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด รวมถึงหูดหงอนไก่ โดยสามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่วัยเด็กอายุ 9 ปีขึ้นไป ทั้งชายและหญิง จากหลักฐานการติดตามประสิทธิผลและความปลอดภัยต่อเนื่อง 20 ปี พบว่าวัคซีน HPV สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้คงอยู่ได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน หลังได้รับวัคซีนครบตามคำแนะนำ
-
ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตัดวงจรการพัฒนาไปสู่ระยะมะเร็งได้
เพื่อเปลี่ยนผ่านความตระหนักรู้ไปสู่การป้องกันอย่างเป็นรูปธรรม แคมเปญ “HPV ไม่เป็นไร...ไม่ได้” ได้จัดกิจกรรมนำร่อง “เต้นให้ฟิต หยุดคิดว่า HPV ไม่เป็นไร” ณ สวนลุมพินี โดยเปลี่ยนพื้นที่ลานแอโรบิกให้เป็นเวทีสร้างความรู้ว่า นอกจากการออกกำลังกายที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพแล้ว การป้องกัน HPV ยังจำเป็นต้องอาศัยมาตรการป้องกันที่เหมาะสมควบคู่กัน ภายในงานมีบูธให้ความรู้เกี่ยวกับ HPV และการป้องกัน พร้อมบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง (HPV DNA Self-Sampling) และกิจกรรมรณรงค์โดย เอมี่ กลิ่นประทุม
.jpg)
เอมี่ กลิ่นประทุม เปิดเผยว่า “เมื่อเข้าวงการใหม่ ๆ เอมี่ไม่เคยคิดว่า HPV จะเกิดขึ้นกับตัวเอง จนกระทั่งตรวจพบเซลล์ผิดปกติที่อาจพัฒนากลายเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ ความกลัว ความกังวล และความอาย ทำให้ต้องเผชิญกับความเครียดและติดตามอาการอยู่นานถึง 7 ปี ก่อนตัดสินใจรักษาด้วยการผ่าตัดเนื้อเยื่อที่ผิดปกติออกไป ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เอมี่อยากบอกทุกคนว่า HPV ไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่ใช่เรื่องน่าอาย โรคนี้มักไม่แสดงอาการ หากปล่อยไว้จนสายอาจนำไปสู่มะเร็งได้ วันนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก เรามีทั้งวัคซีนHPV ที่เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีทั้งชายและหญิง และมีนวัตกรรมการตรวจคัดกรองที่สะดวกและปลอดภัย การป้องกันและตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นวิธีที่เจ็บตัวน้อย แต่มีประสิทธิภาพ ดีกว่าต้องมาเผชิญหน้ากับความเครียดหรือการสูญเสียในวันที่โรคลุกลามไปแล้ว"
ความร่วมมือระหว่างสถานเสาวภา สภากาชาดไทย และกรุงเทพมหานคร รวมถึงภาคีเครือข่ายในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนงานสาธารณสุขเชิงป้องกัน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ส่งเสริมการป้องกันโรคจากเชื้อ HPV และลดภาระของโรคในสังคมไทย อันจะนำไปสู่สุขภาวะที่ยั่งยืนของประชาชนในระยะยาว
ทั้งนี้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มอบสิทธิบัตรทองให้สตรีไทยอายุ 30–59 ปี และอายุ 15–29 ปีที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง สามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA Test ฟรี 1 ครั้ง ทุกๆ 5 ปี โดยสามารถตรวจสอบสิทธิ์และจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ในเมนู "กระเป๋าสุขภาพ” หรือ “Health Wallet"
นอกจากนี้ สามารถตรวจสอบสิทธิ์และค้นหาสถานพยาบาลที่ให้บริการได้ที่www.hpvknownow.com รับชมวิดีโอสาธิตขั้นตอนการตรวจ HPV Self-Sampling ได้ทาง YouTube ที่ https://www.youtube.com/watch?v=Lm7AJw_X1qQ และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อ HPV รวมถึงแนวทางการป้องกันเพิ่มเติมที่ www.hpvth.com
