ECON & BIZ
'ทีทีบี'ปลดล็อกข้อจำกัดธุรกิจยุคดิจิทัล ด้วย'ttb business one'
กรุงเทพฯ-ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจผันผวน ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรง ผู้ประกอบการไทยต้องมีเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีทิศทาง ทีทีบีจึงเดินหน้ายกระดับบทบาทจากสถาบันการเงินสู่การเป็น “Growth Navigator” ช่วยลูกค้าธุรกิจปลดล็อกข้อจำกัด ผ่านโซลูชันที่เชื่อมโยงเงินทุน เครื่องมือดิจิทัล และองค์ความรู้ โดยมี ttb business one ธนาคารดิจิทัลเพื่อโลกธุรกิจ เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสำคัญที่ช่วยยกระดับการบริหารธุรกิจและสนับสนุนผู้ประกอบการในทุกจังหวะของการเติบโต

ในมุมของลูกค้าธุรกิจ โดยเฉพาะ SME ความท้าทายสำคัญคือการต้องบริหารหลายมิติของธุรกิจภายใต้ข้อจำกัด นางกนกพร จูฑา ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีทีบี กล่าวว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากยังต้องทำงานผ่านหลายระบบในการรับเงิน-จ่ายเงิน มีกระบวนการทำงานที่เป็น Manual จำนวนมาก ส่งผลให้เสียเวลา เกิดข้อผิดพลาด และจำกัดประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกัน ข้อมูลสำคัญของธุรกิจยังคงกระจัดกระจายอยู่หลายที่ ไม่สามารถนำมาเชื่อมโยงเพื่อสร้างมุมมองภาพรวมของธุรกิจและใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที ทีทีบีจึงพัฒนา ttb business one ให้เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่รวมทุกการบริหารธุรกิจไว้ในที่เดียว ครอบคลุมทุกประเภทธุรกรรม เชื่อมต่อข้อมูลแบบ End-to-End ช่วยให้ลูกค้าสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องสลับหลายระบบ พร้อมมองเห็นภาพรวมของธุรกิจเพื่อให้การบริหารธุรกิจทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ทีทีบียังเชื่อมต่อกับพันธมิตรใน Ecosystem ต่าง ๆ อาทิ LINE MAN Wongnai เพื่อตอบโจทย์เฉพาะของกลุ่มธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ช่วยให้ทั้งการดำเนินงานและข้อมูลไหลลื่นตั้งแต่การขาย การรับเงิน ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตและการต่อยอดทางธุรกิจ
นางสาวบุษรัตน์ เบญจรงคกุล ประธานกลุ่มบริหารธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี กล่าวว่า สำหรับผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจนำเข้า–ส่งออก ต้องเผชิญแรงกดดันมากกว่าที่เคย ทั้งจากมาตรการทางการค้า (Tariff) และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical) ที่ส่งผลให้ต้นทุนซัพพลายเชนปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจำนวนมากจึงเริ่มมองหาตลาดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย พร้อมกับปรับรูปแบบการทำธุรกรรม ไปสู่การใช้ “หลายสกุลเงิน” มากขึ้น เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการซื้อขาย
อีกหนึ่งความเสี่ยงที่เห็นได้ชัดในปีนี้ คือความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งปรับตัวมากกว่า 10% ตั้งแต่ต้นปี “โจทย์ของผู้ประกอบการในวันนี้ ไม่ใช่แค่การรับ-จ่ายเงิน แต่คือการบริหารต้นทุน และลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน”
แนวทางที่ช่วยลดความผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือการใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ซึ่งมีความเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับเงินบาทมากกว่า ซึ่งทีทีบีช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารต้นทุนได้แม่นยำขึ้น ผ่านบัญชีสำหรับบริหารหลายสกุลเงิน ทีทีบี (ttb multi-currency account) ที่รองรับธุรกรรมได้ถึง 11 สกุลเงินหลักภายในบัญชีเดียว ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขาย-รับ-จ่าย ทั้งในและต่างประเทศ
ในส่วนของธุรกรรมการเงินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ถูกเชื่อมต่อให้อยู่ในที่เดียวผ่าน ttb business one ตั้งแต่การโอนเงินไปให้คู่ค้าต่างประเทศที่รองรับถึง 24 สกุลเงินครอบคลุมกว่า 240 ประเทศทั่วโลก ทั้งการบริหารอัตราแลกเปลี่ยน ไปจนถึงสินเชื่อเพื่อการค้าที่รองรับทั้งสกุลเงินบาท ดอลลาร์ และสกุลท้องถิ่น อย่างเช่นสกุลเงินหยวน ทีทีบีมีบริการ Yuan Full Pay ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ประกอบการที่มีธุรกรรมกับคู่ค้าจีนโดยเฉพาะ ttb business one จึงเป็นเครื่องมือช่วยจัดการธุรกิจได้อย่างคล่องตัว พร้อมตอบโจทย์ทุกจังหวะของธุรกิจ
ด้านนายรัชกร ชยาภิรัต ประธานกลุ่มเทคโนโลยี ทีทีบี กล่าวย้ำว่า ttb business one ถูกออกแบบโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และพัฒนาจากความเข้าใจ Pain Point ของผู้ประกอบการ ผ่านการทำงานร่วมกันของทีมผลิตภัณฑ์ ทีมธุรกิจ และทีมเทคโนโลยี ตั้งแต่การช่วยให้ SME เข้าถึงธุรกรรมการเงินผ่านโมบายแบงก์กิ้งได้ง่ายขึ้น ไปจนถึงการพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งสำหรับธุรกรรมที่ซับซ้อนมากขึ้น พร้อมต่อยอดข้อมูลการเงินร่วมกับข้อมูลภายนอกเพื่อสร้าง Insight ที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ ลูกค้าจึงสามารถเห็นภาพรวมรายรับ–รายจ่ายและสถานะวงเงินสินเชื่อทุกผลิตภัณฑ์ผ่านแดชบอร์ดเดียว โดยในระยะถัดไป ทีทีบีเตรียมนำ AI มาช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และสร้างโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจ
ttb business one ยังรองรับการจัดทำรายงานหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ โดยสามารถดาวน์โหลดรายงานตามวัตถุประสงค์การใช้งานได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชันการจัดการสิทธิ์ด้วยตนเอง ที่ช่วยให้ลูกค้าบริหารข้อมูลบริษัท ผู้ใช้งาน สิทธิ์การใช้งาน และวงเงินต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องส่งเอกสารผ่านส่วนกลาง ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการจัดการธุรกรรมและลดขั้นตอนการดำเนินงานของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในระยะต่อไป ttb business one จะต่อยอดสู่บทบาท “Digital CFO” ที่ช่วยสรุป วิเคราะห์ และให้คำแนะนำเชิงธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้ประกอบการได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ด้วยการเชื่อมโยงเครื่องมือดิจิทัล ข้อมูลเชิงลึก และโซลูชันทางการเงินไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ttb business one จึงไม่เพียงช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารธุรกิจได้คล่องตัวขึ้น แต่ยังสะท้อนบทบาทของทีทีบีในฐานะ Growth Navigator ที่พร้อมสนับสนุนธุรกิจไทยให้ตัดสินใจได้แม่นยำ และเติบโตได้อย่างมั่นใจในทุกจังหวะของธุรกิจ
