MARKETING

ยูเซอรินเผยข้อมูลGlobal Consensus 10ผู้เชี่ยวชาญ5ทวีปทั้วโลกสู่1ข้อสรุป



กรุงเทพฯ-ยูเซอริน จัดงาน “THIAMIDOL THE LEGEND UNVEILED” เผยข้อมูลล่าสุดของ Thiamidol® นวัตกรรมสารไบรท์เทนนิ่งเพื่อการดูแลครอบคลุมทุกปัญหาฝ้าและจุดด่างดำ ตอกย้ำอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งสำคัญ เมื่อได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังระดับโลกทั้ง 10 คน จาก 5 ทวีปอย่างเป็นเอกฉันท์ ในการจัดทำ Global Hyperpigmentation Consensus ผ่านกระบวนการพิจารณาที่อ้างอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และผลพิสูจน์ทางคลินิกอย่างเข้มงวด

โดยคณะพิจารณาประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังชั้นนำจาก 5 ทวีปทั่วโลก ได้แก่ แอฟริกา เอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ และลาตินอเมริกา จาก 10 ประเทศ คือ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกาตะวันตก สหรัฐอเมริกาตะวันออก อียิปต์ เดนมาร์ก แอฟริกาใต้ เม็กซิโก อินเดีย จีน และบราซิล ซึ่งทุกท่านได้รับการคัดเลือกจากประสบการณ์ทางคลินิก ผลงานวิจัย และบทบาทสำคัญในวงการผิวหนังระดับนานาชาติ ครอบคลุมภูมิภาคและประชากรที่มีความหลากหลายทั้งด้านเชื้อชาติ สีผิว และปัญหาผิว เพื่อพัฒนาแนวทางการดูแลปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเม็ดสีผิวผิดปกติ ทั้งปัญหาฝ้า และ จุดด่างดำ ที่ตั้งอยู่บนหลักฐานเชิงประจักษ์ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผู้ป่วยหลากหลายเชื้อชาติและประเภทสีผิวทั่วโลกได้อย่างเหมาะสม

กระบวนการพิจารณาดำเนินการผ่าน Delphi Consensus จำนวน 3 รอบ ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในการรวบรวม และพัฒนาข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ โดยกำหนดให้แนวทางการรักษาหรือสารออกฤทธิ์แต่ละรายการต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะผู้เชี่ยวชาญไม่น้อยกว่า 75% จึงจะได้รับการบรรจุไว้ในคำแนะนำร่วมกัน ก่อนเข้าสู่กระบวนการดังกล่าว คณะผู้เชี่ยวชาญได้ทบทวนหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จากงานวิจัยทางคลินิกที่เกี่ยวข้องกว่า 152 ฉบับ ใช้เวลากว่า 1,500 ชั่วโมง เพื่อพิจารณาทางเลือกในการดูแลภาวะผลิตเม็ดสีผิวผิดปกติอย่างครอบคลุม ตั้งแต่สารออกฤทธิ์เฉพาะที่ การป้องกันแสงแดด ยารับประทาน ไปจนถึงเลเซอร์และหัตถการทางการแพทย์

การที่ Thiamidol® ได้รับการบรรจุอยู่ใน Global Consensus จึงสะท้อนถึงน้ำหนักของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนการยอมรับอย่างเป็นเอกฉันท์จากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ต่อบทบาทของ Thiamidol® ในการดูแลภาวะผิวมีเม็ดสีมากเกินไป ซึ่งครอบคลุมปัญหาที่พบได้บ่อย ทั้งฝ้า จุดด่างดำ และรอยดำหลังการอักเสบ หรือ Post-Inflammatory Hyperpigmentation: PIH

ผลการประชุมครั้งนี้ตอกย้ำความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของ Thiamidol® ที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นเอกฉันท์จากคณะผู้เชี่ยวชาญ นับเป็นข้อพิสูจน์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของนวัตกรรม ซึ่งถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวไม่เพียงแต่สะท้อนถึงศักยภาพอันโดดเด่นของ Thiamidol® ในการจัดการปัญหาฝ้าและจุดด่างดำเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของ Beiersdorf ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้วยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งมอบการดูแลผิวที่มีประสิทธิภาพสูงและได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญในระดับสากล

วราพร ลิขิตจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “Thiamidol® ไม่ได้เป็นเพียงสารออกฤทธิ์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อจัดการปัญหาฝ้า และจุดด่างดำเท่านั้น แต่เป็นนวัตกรรมที่มีองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่โครงสร้างโมเลกุล กลไกการออกฤทธิ์ ประสิทธิภาพบนผิวมนุษย์ ไปจนถึงข้อมูลด้านความปลอดภัยและการนำไปใช้จริง การที่ Thiamidol® ได้รับการบรรจุอยู่ใน Global Consensus ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนว่า หลักฐานและองค์ความรู้ที่ได้รับการสั่งสมมาอย่างต่อเนื่องได้รับการพิจารณาและยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญในระดับนานาชาติ นี่คือความแตกต่างของ Thiamidol® และเป็นสิ่งที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของยูเซอรินในการยกระดับมาตรฐานการดูแลปัญหาเม็ดสีด้วยนวัตกรรมที่พิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์”

ภายในงาน “THIAMIDOL THE LEGEND UNVEILED” ผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังการค้นคว้าและพัฒนา Thiamidol® ตั้งแต่กุญแจสำคัญของการศึกษาด้านโครงสร้างโมเลกุล หรือ Molecular Motif ไปจนถึงกลไกการทำงานต่อเอนไซม์ ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน โดยการควบคุมการทำงานของเอนไซม์ชนิดนี้ถือเป็นกลไกแรกที่สำคัญ ซึ่งได้รับการศึกษาทางวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่องในการดูแลปัญหาฝ้า จุดด่างดำและภาวะการผลิตเม็ดสีผิดปกติ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่นำเสนอภายในงานคือหลักฐานด้านประสิทธิภาพของ Thiamidol® ที่ได้รับการศึกษาบนผิวมนุษย์ ควบคู่กับข้อมูลด้านความปลอดภัย ไม่เกิดผลข้างเคียงที่พิสูจน์แล้วจากคนทั่วโลก โดยดูจากจำนวนงานวิจัยและสิ่งพิมพ์ทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลการศึกษาเปรียบเทียบกับสารไบรท์เทนนิ่งอื่นๆ ที่มีกลไกการออกฤทธิ์เช่นเดียวกันกับมาตรฐานที่แพทย์ผิวหนังเลือกใช้ ในการรักษาปัญหาฝ้าในคนไข้ โดยข้อมูลทั้งหมดถูกนำมาอธิบายภายใต้บริบททางวิทยาศาสตร์และเวชปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความเหมาะสมสำหรับผู้ใช้แต่ละกลุ่ม

ในด้านการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ งานยังนำเสนอผลการศึกษาของสูตรที่ผสาน Thiamidol® กับ Hyaluronic Acid หรือ HYA ตลอดจนการทำงานร่วมกับ Licochalcone A หรือ Lico A ในการดูแลรอยดำหลังการอักเสบและปัญหาฝ้า โดยสะท้อนให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการดูแลผิวไม่ได้ขึ้นอยู่กับสารออกฤทธิ์เพียงชนิดเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับองค์ประกอบการทำงานเสริมกันของสารสำคัญ ความสม่ำเสมอในการใช้และการป้องกันปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดเม็ดสีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การถ่ายทอดข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ภายในงานได้รับเกียรติจาก รศ. พญ. ภาวิณี ฤกษ์นิมิตร หัวหน้าหน่วยผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมอธิบายแนวทางการดูแลฝ้าและภาวะผิวคล้ำในเวชปฏิบัติปัจจุบัน บทบาทของสารยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส ตลอดจนการประเมินผลการรักษาผ่านคะแนน mMASI ซึ่งใช้วัดระดับความรุนแรงของฝ้า พร้อมนำเสนอข้อมูลในกลุ่มผู้มีฝ้าระดับปานกลางถึงรุนแรง การดูแล PIH และแนวทางป้องกันการเกิดเม็ดสีที่ถูกกระตุ้นจากรังสี UVB

นอกจากนี้ ผศ. ภก. ดร.กิตติยศ ยศสมบัติ อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมเจาะลึกเบื้องหลังหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ของ Thiamidol® ตั้งแต่การศึกษาระดับโมเลกุล ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและการออกฤทธิ์ การพิสูจน์ประสิทธิภาพบนผิวมนุษย์ ข้อมูลด้านความปลอดภัย ไปจนถึงความสำคัญของการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการสู่ผลลัพธ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง

ผู้เชี่ยวชาญยังเน้นย้ำว่า การดูแลภาวะผิวมีเม็ดสีมากเกินไปอย่างมีประสิทธิภาพควรเป็นการดูแลแบบองค์รวม โดยต้องพิจารณาทั้งชนิดและสาเหตุของปัญหาเม็ดสี การเลือกใช้สารออกฤทธิ์ที่มีหลักฐานรองรับ การใช้ผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้องและต่อเนื่อง ตลอดจนการป้องกันแสงแดดและหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เนื่องจากฝ้าและจุดด่างดำเป็นภาวะที่สามารถกลับมาเกิดซ้ำได้ และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามลักษณะผิวและปัจจัยเฉพาะบุคคล

งาน “THIAMIDOL THE LEGEND UNVEILED” จัดขึ้น ณ VIP Cinema 1, ONE ULTRA ชั้น 5 พาเหรด แอท วัน แบงค็อก โดยเป็นเวทีที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ งานวิจัย และประสบการณ์จากเวชปฏิบัติ เพื่อยกระดับความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะผิวมีเม็ดสีมากเกินไป พร้อมตอกย้ำบทบาทของ Thiamidol® ในฐานะนวัตกรรมที่ได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในสารออกฤทธิ์ที่ได้รับการยอมรับให้อยู่ในคำแนะนำของ Global Consensus ระดับโลก