LEARNING
วว.ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG ด้วยวทน. เปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งเป็นผลิตภัณฑ์มีมูลค่า
กรุงเทพฯ-กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) โดยเปลี่ยนทรัพยากรชีวภาพและวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ผ่านการดำเนินงานของศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคอุตสาหกรรม SMEs และชุมชน ผ่านระบบนิเวศนวัตกรรมอย่างยั่งยืน
โดยกลุ่มนวัตกรรมเด่นและเทคโนโลยีที่น่าสนใจซึ่งพร้อมถ่ายทอดสู่เชิงพาณิชย์เพื่อเสริมแกร่งเศรษฐกิจ ดังนี้
1. กลุ่มเทคโนโลยีอาหารสุขภาพและอาหารแห่งอนาคต (Future Food & Functional Food)วว.นำเทคโนโลยีขั้นสูงเข้าไปวิจัยและพัฒนาปรับปรุงคุณค่าทางโภชนาการ และตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ได้แก่
นวัตกรรมอาหารฟังก์ชันจาก "จุลินทรีย์โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทย"วว.มีคลังสายพันธุ์จุลินทรีย์ขนาดใหญ่ (TISTR Culture Collection) และได้คัดเลือกสายพันธุ์ที่มีคุณสมบัติเด่น เช่น ช่วยปรับสมดุลลำไส้ ต้านอนุมูลอิสระ หรือช่วยควบคุมน้ำหนัก นำมาพัฒนาเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ
โปรตีนทางเลือกจากพืชและสาหร่าย (Plant-based & Algal Protein)โดยการสกัดโปรตีนเข้มข้นจาก "สาหร่ายสไปรูลินา"และพืชท้องถิ่น นำมาพัฒนาเป็นเนื้อสัตว์เทียม หรือเครื่องดื่มโปรตีนสูงที่ ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่าย ตอบโจทย์สตาร์ทอัพสาย FoodTech
ผลิตภัณฑ์ลดน้ำตาลและไขมันต่ำ นำเทคโนโลยีเอนไซม์และโครงสร้างคาร์โบไฮเดรตมาทดแทนไขมันในผลิตภัณฑ์อาหาร (Fat Replacer) รวมถึงการพัฒนาสารให้ความหวานฟังก์ชันที่ไม่กระตุ้นอินซูลิน
2. กลุ่มเทคโนโลยีสมุนไพรและสารสกัดมูลค่าสูง (High-Value Herbal & Cosmetic Ingredients)เปลี่ยนสมุนไพรไทยพื้นบ้านให้เป็นวัตถุดิบเกรดการแพทย์และเครื่องสำอางชั้นนำด้วยเทคโนโลยีการสกัดและกักเก็บสารสำคัญ ได้แก่
เทคโนโลยีการกักเก็บสารสำคัญ (Encapsulation Technology)เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีเด่นของ วว.ที่ช่วยห่อหุ้มสารสกัดจากสมุนไพรในอนุภาคขนาดเล็ก ช่วยเพิ่มความคงตัว ไม่ให้สารสกัดเสื่อมสภาพเมื่อถูกความร้อนหรือแสง และช่วยให้ร่างกายดูดซึมไปใช้งานได้ดีขึ้น
นวัตกรรมเอ็กโซโซมจากพืช (Plant-derived Exosomes)เทคโนโลยีในวงการความงามและสุขภาพ โดย วว.ประสบผลสำเร็จในการสกัดอนุภาคนาโนธรรมชาติจากพืชและสมุนไพรไทย เพื่อนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ชะลอวัย (Anti-aging) และฟื้นฟูผิว ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงและมีความปลอดภัย
การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรอัตลักษณ์ประจำถิ่นวว. นำสมุนไพรท้องถิ่นมาวิจัยเชิงลึกเพื่อหาข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Evidence) เช่น ขมิ้นชัน บัวบกบัวหลวง มะขามป้อมตรีผลา มะขาม มะไฟจีน อะโวคาโด เป็นต้นเพื่อยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์กลุ่มสารสกัดมาตรฐาน (Standardized Extracts) สำหรับการส่งออก
3. กลุ่มนวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy & Upcycling)เปลี่ยน "วัสดุเหลือทิ้ง" จากอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงตามแนวทาง BCG ได้แก่
การสกัดสารมูลค่าสูงจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรเช่น การสกัด "เซลลูโลสและเพกติน"จากเปลือกผลไม้ หรือการสกัด "สารต้านอนุมูลอิสระ"เพื่อนำกลับมาใช้เป็นส่วนผสมในอาหาร เครื่องสำอาง
บรรจุภัณฑ์ฉลาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Smart & Bio-Packaging)เช่น การพัฒนาฟิล์มบริโภคได้ (Edible Film) จากแป้งหรือเยื่อพืชเพื่อยืดอายุอาหาร และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพจากชานอ้อย ข้าวโพด หรือมันสำปะหลัง ที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ 100% ภายในระยะเวลาที่กำหนด
ผลงานวิจัยและพัฒนาดังกล่าว วว. พร้อมนำไปสู่การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี (Licensing) ให้ผู้ประกอบการนำสูตรวิจัย เทคโนโลยีการผลิต และผลการทดสอบความปลอดภัย เข้าสู่กระบวนการผลิต กระบวนการขออนุญาต และผลิตเพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์เป็น "พี่เลี้ยงทางเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน"ให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการวิจัย ยกระดับมาตรฐานสินค้า และเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ ในตลาดนวัตกรรมระดับโลก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและรับบริการจาก วว. ติดต่อได้ที่ call center โทร. 0 2577 9000 หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP”https://tistrservices.tistr.or.th/
