MARKETING
ไทวัสดุมุ่งสู่สร้างความมั่นคงทรัพยากรน้ำ เดินหน้าฟื้นฟูป่าต้นน้ำปีที่ 6
กรุงเทพฯ 26 สิงหาคม 2569-ไทวัสดุ และบีเอ็นบี โฮม ผู้นำธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสานต่อภารกิจฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ภายใต้โครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ร่วมกับองค์การป่ารักษ์น้ำแห่งประเทศไทย เป็นปีที่ 6 โดยในปี 2569 ขยายพื้นที่ดำเนินงานจากจังหวัดเชียงใหม่สู่จังหวัดลำพูน พร้อมสนับสนุนงบประมาณ วัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์ เพื่อสร้างและฟื้นฟูฝายชะลอน้ำรวม 400 แห่ง มุ่งฟื้นฟูระบบนิเวศป่าต้นน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้นให้พื้นที่ ลดผลกระทบจากการชะล้างหน้าดินและน้ำป่าไหลหลาก พร้อมเสริมความมั่นคงด้านน้ำและความพร้อมของชุมชนในการรับมือกับความผันผวนของสภาพอากาศในระยะยาว
โดยมีนางสาวอุทัยวรรณ พรหมเดเวช ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล และนายภูสวัสดิ์ สุขเลี้ยง ประธานองค์การป่ารักษ์น้ำแห่งประเทศไทย ร่วมส่งมอบการสนับสนุนให้แก่ พลตรี สุจินต์ ทรัพย์สิน ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 พร้อมผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน กำลังพลจิตอาสา และภาคีเครือข่ายกว่า 200 คน ร่วมขับเคลื่อนการสร้างและฟื้นฟูฝายชะลอน้ำในพื้นที่
ทุ่ม 4.8 แสนบาท เดินหน้าฝายชะลอน้ำ 400 แห่ง ครอบคลุมป่าต้นน้ำกว่า 3,000 ไร่ เสริมความมั่นคงด้านน้ำให้ 1,400 ครัวเรือน
นางสาวชุติพร คงเจริญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาด บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า “ไทวัสดุ และบีเอ็นบี โฮม เชื่อว่าทุกพื้นที่ที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจ เราไม่ได้ต้องการเป็นเพียงร้านค้าหรือผู้ประกอบการในพื้นที่ แต่ต้องการเป็น ‘ส่วนหนึ่งของชุมชน’ ที่เติบโตและดูแลกันในระยะยาว ภายใต้แนวคิด ‘ไทวัสดุ เคียงข้าง สร้างสุข’ เราจึงนำศักยภาพจาก Core Business ทั้งความเชี่ยวชาญด้านวัสดุก่อสร้าง เครือข่ายสาขา พนักงาน ลูกค้า และพันธมิตร มาต่อยอดสู่การดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยภารกิจฟื้นฟูป่าต้นน้ำที่ดำเนินงานเป็นปีที่ 6 สะท้อนความตั้งใจในการสร้างคุณค่าที่มากกว่าการดำเนินธุรกิจ และร่วมวางรากฐานความมั่นคงด้านน้ำให้กับพื้นที่ในระยะยาว
ในปี 2569 ไทวัสดุ และบีเอ็นบี โฮม ร่วมกับลูกค้า สนับสนุนงบประมาณ วัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์ รวมมูลค่า 480,000 บาท สำหรับการสร้างและฟื้นฟูฝายชะลอน้ำ 400 แห่ง ในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน ครอบคลุมพื้นที่ป่าต้นน้ำกว่า 3,000 ไร่ ช่วยสร้างประโยชน์แก่ประชาชนกว่า 1,400 ครัวเรือน โดยจากการประเมิน ฝายชะลอน้ำ ทั้ง 400 แห่ง มีศักยภาพในการช่วยชะลอและกักเก็บน้ำรวมประมาณ 1.2 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้พื้นที่ต้นน้ำ ชะลอความเร็วของกระแสน้ำและลดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน พร้อมสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำของชุมชนทั้งในช่วงฤดูแล้งและฤดูฝน เรามองว่าฝายชะลอน้ำไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างเพื่อจัดการน้ำ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำ และช่วยเสริมความพร้อมของชุมชนในการรับมือกับความผันผวนของสภาพอากาศได้อย่างยั่งยืน”
“พลังคนไทวัสดุ” จากเครือข่ายสาขา สู่พลังจิตอาสาที่ลงมือเคียงข้างชุมชน
“นอกจากการสนับสนุนงบประมาณ วัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์แล้ว ไทวัสดุ และบีเอ็นบี โฮม ยังนำพลังของ ‘คนไทวัสดุ’ เข้ามามีส่วนร่วมในการฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำ โดยพนักงานจิตอาสาจาก ไทวัสดุ สาขาเชียงใหม่ และไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม สาขาเชียงใหม่ สันทราย ร่วมลงพื้นที่กับชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างและฟื้นฟูฝายชะลอน้ำร่วมกัน สำหรับเราพนักงานสาขาคือคนที่อยู่ใกล้ชิดและเข้าใจชุมชนมากที่สุด การได้ลงมือทำงานร่วมกับคนในพื้นที่ พร้อมเคียงข้างทั้งในยามปกติและเมื่อต้องเผชิญสถานการณ์ที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อให้แนวคิด ‘ไทวัสดุ เคียงข้าง สร้างสุข’ เกิดขึ้นจริงในทุกพื้นที่ที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจ ดังนั้น ความสำเร็จของโครงการจึงไม่ได้วัดจากจำนวนฝายเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมและจิตสำนึกให้พนักงานและคนในพื้นที่ร่วมกันดูแลผืนป่า สายน้ำ และทรัพยากรของชุมชน เพื่อเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน”
“พลังพันธมิตร” เติมองค์ความรู้ฟื้นป่าต้นน้ำ วางระบบฝายให้เหมาะกับพื้นที่
ข้อมูลจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Journal of Hydrology ปี 2026 ซึ่งศึกษาผลของฝายชะลอน้ำในแบบจำลองลุ่มน้ำขนาดเล็ก พบว่า เมื่อเทียบกับพื้นที่ที่ไม่มีฝาย การมีฝายสามารถช่วยลดปริมาณน้ำไหลบ่าได้ 1.8–12.3% และลดการพัดพาตะกอนได้ 22.72–42.44% สะท้อนบทบาทของฝายในการชะลอกระแสน้ำและลดการสูญเสียดินและตะกอนในพื้นที่ต้นน้ำ โดยประสิทธิภาพของฝายขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศ ปริมาณฝน ตำแหน่ง และรูปแบบการก่อสร้างที่เหมาะสม
นายภูสวัสดิ์ สุขเลี้ยง ประธานองค์การป่ารักษ์น้ำแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของการสร้างฝาย ไม่ใช่เพียงจำนวนฝาย แต่คือการวางระบบให้เหมาะสมกับธรรมชาติและบริบทของแต่ละพื้นที่ ตั้งแต่การเลือกตำแหน่ง รูปแบบ ไปจนถึงวัสดุที่ใช้ รวมถึงการดูแลและฟื้นฟูฝายเดิมอย่างต่อเนื่อง เมื่อดำเนินการอย่างเหมาะสม ฝายจะช่วยชะลอการไหลของน้ำ ลดการกัดเซาะ เพิ่มความชุ่มชื้นให้พื้นที่ต้นน้ำ และเอื้อต่อการฟื้นตัวของระบบนิเวศ ตลอดจนช่วยเสริมความมั่นคงด้านน้ำให้กับชุมชนและภาคการเกษตรในระยะยาว
ตลอด 6 ปีของการดำเนินโครงการ ความร่วมมือระหว่าง องค์การป่ารักษ์น้ำแห่งประเทศไทย กับไทวัสดุ และบีเอ็นบี โฮม ได้พัฒนาจากการสนับสนุนวัสดุและอุปกรณ์ สู่การทำงานร่วมกันในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเลือกจุดดำเนินงาน ไปจนถึงการประสานความร่วมมือกับชุมชนและภาคีในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ ฟื้นฟูต้นน้ำให้เกิดผลในระยะยาวและตอบโจทย์ชุมชนจริง ความร่วมมือนี้จึงไม่ใช่เพียงการสร้างฝาย แต่คือการร่วมกันวางรากฐานการดูแลผืนป่า สายน้ำ และชุมชนอย่างยั่งยืน”
“พลังชุมชน” จากการลงมือวันนี้ สู่การปลูกจิตสำนึกเยาวชน ดูแลผืนป่า–สายน้ำจากรุ่นสู่รุ่น
นางศิริเพ็ญ ปัญญาเพิ่ม (แม่หลวงเพ็ญ) ผู้ใหญ่บ้านปุ๊ หมู่ 1 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ตัวแทนชุมชน กล่าวว่า “ชุมชนของเราเผชิญทั้ง ภัยแล้ง ไฟป่า และน้ำท่วมมาอย่างต่อเนื่อง แม้ชาวบ้านอยากช่วยกันแก้ปัญหาแต่ด้วยกำลังและทรัพยากรที่มีจำกัดก็ไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ การที่ ไทวัสดุ และบีเอ็นบี โฮม เข้ามาสนับสนุน จึงช่วยเติมทั้งทรัพยากรและพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และคนในชุมชน สิ่งที่ชุมชนภูมิใจมากคือ การได้เห็นเด็ก ๆ และนักศึกษาจิตอาสาเข้ามาลงมือร่วมกัน เพราะทุกครั้งที่พวกเขากลับมามองผืนป่าและสายน้ำแห่งนี้จะได้เห็นว่าความอุดมสมบูรณ์ที่เกิดขึ้นมีส่วนมาจากน้ำพักน้ำแรงของพวกเขาเอง ประสบการณ์นี้จะช่วยปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของทรัพยากรในบ้านของตัวเอง และมีส่วนร่วมดูแลผืนป่าและสายน้ำเพื่อส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป”
6 ปีแห่งความร่วมมือ จาก “พลังวัสดุก่อสร้าง” สู่การฟื้นฟูต้นน้ำ สร้าง–ฟื้นฟูฝายสะสม 1,830 แห่ง หนุนความมั่นคงด้านน้ำแก่ประชาชนกว่า 273,000 คน
ตลอด 6 ปีของการดำเนินโครงการ ไทวัสดุ และบีเอ็นบี โฮม ร่วมกับองค์การป่ารักษ์น้ำแห่งประเทศไทยและภาคีเครือข่าย เดินหน้าสร้างและฟื้นฟูฝายชะลอน้ำอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีฝายสะสมรวม 1,830 แห่ง สนับสนุนวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์มูลค่ารวมกว่า 3.2 ล้านบาท ช่วยเสริมความมั่นคงด้านน้ำและคุณภาพชีวิตของชุมชนกว่า 273,000 คน ครอบคลุม 5 อำเภอใน 2 จังหวัด ได้แก่ อำเภอแม่แจ่ม อำเภอกัลยาณิวัฒนา และอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงอำเภอเมืองและอำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน
จากจุดเริ่มต้นของการนำความเชี่ยวชาญด้านวัสดุก่อสร้างมาสนับสนุนการสร้างฝาย ความร่วมมือได้พัฒนาไปสู่ การฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำและการทำงานร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการต่อยอด Core Business จากการสร้าง และดูแลบ้าน สู่การร่วมดูแลทรัพยากรธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงบ้านและชุมชน ความสำเร็จตลอด 6 ปีจึงไม่ได้สะท้อนเพียงจำนวนฝายที่เพิ่มขึ้น แต่ยังรวมถึงพื้นที่ต้นน้ำที่ได้รับการดูแลกว้างขึ้น ความร่วมมือที่เข้มแข็งขึ้น และชุมชนที่มีส่วนร่วมดูแลทรัพยากรของตนเองมากขึ้น ตอกย้ำแนวคิด ‘ไทวัสดุ เคียงข้าง สร้างสุข’ และ CRC Care for Community ที่มุ่งให้ธุรกิจเติบโตควบคู่ไปกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
