IN NEWS

ตามภารกิจนายกฯก่อนครม.สัญจรสงขลา รับฟังปัญฟาคน5จชต.และสัมผัสเมืองเก่า



กรุงเทพฯ-“นายกฯ อนุทิน” รับฟังเสียง 5 จังหวัดใต้ สั่งเรื่องไหนทำได้ให้ทำทันที ดันข้อเสนอพื้นที่เข้าครม. แก้ปัญหาให้ตรงจุดและนายกฯ ประกาศเดินหน้าสร้างสันติสุขชายแดนใต้ เปิดเวทีรับฟังชายแดนใต้ ชูพลังคนพื้นที่แก้ปัญหายั่งยืนและนายกฯ สัมผัสเสน่ห์เมืองเก่าสงขลา ปชช.ต้อนรับอบอุ่น ชูทุนวัฒนธรรม–เศรษฐกิจสร้างสรรค์ หนุนสงขลาสู่มรดกโลก

รับฟังเสียงคน5จชต.แก้ปัญหาตรงจุด

วันที่ 30 สิงหาคม 2569 เวลา 15.15 น. ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตสงขลา อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี ใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และภัยพิบัติ เพื่อรับฟังปัญหาจากพื้นที่โดยตรงและนำไปสู่การกำหนดแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียินดีที่ได้มาร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ข้อเสนอและแนวทางการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญ คือ การพัฒนาจะต้องตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของประชาชน และสอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ ดังนั้น การนำเสนอและการหารือในวันนี้ ขอให้มุ่งเน้นการระบุปัญหาให้มีความชัดเจน เสนอแนวทางแก้ไขที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง รวมทั้งพิจารณาข้อเสนอเชิงนโยบายที่มีความจำเป็น โดยครอบคลุมทั้งมาตรการระยะเร่งด่วน และการวางรากฐานเพื่อการพัฒนาในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ขอให้รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาข้อเสนอจากพื้นที่อย่างรอบด้าน เรื่องใดที่สามารถดำเนินการได้ ขอให้เร่งดำเนินการ เรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ขอให้บูรณาการการทำงานร่วมกัน ลดข้อจำกัดและขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ตลอดจนกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนให้มีความชัดเจน เพื่อให้ข้อเสนอจากพื้นที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติ และเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อประชาชน

สำหรับประเด็นสำคัญที่ได้จากการหารือในวันนี้ รัฐบาลจะนำไปประกอบการพิจารณาในการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ เพื่อให้ปัญหาและความต้องการของพื้นที่เข้าสู่กระบวนการตัดสินใจของรัฐบาล และผลักดันเรื่องที่มีความพร้อมให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยเร็ว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันระดมความคิดเห็น สะท้อนสภาพปัญหา อุปสรรค ตลอดจนข้อเสนอจากพื้นที่ ก่อนนำมาหารือร่วมกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และวันนี้เป็นการนำผลจากกระบวนการดังกล่าวมาเสนอในที่ประชุม เพื่อร่วมกันพิจารณาและให้ข้อคิดเห็นใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านความมั่นคง และด้านภัยพิบัติ โดยข้อเสนอจากการ Workshop ครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่

1. ด้านเศรษฐกิจ - การส่งเสริมการท่องเที่ยว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและโลจิสติกส์ การวางผังเมือง และการส่งเสริมการลงทุนและการค้าชายแดน

2.ด้านสังคม - การแก้ปัญหาความแออัดของบริการสาธารณสุข การรองรับสังคมสูงวัย การดูแลสุขภาพจิต การพัฒนาทักษะแรงงาน ที่อยู่อาศัย และปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา

3.ด้านความมั่นคง - ความมั่นคงชายแดน ความมั่นคงภายใน การดูแลพื้นที่ชายแดน การปรับเปลี่ยนแนวคิดการแก้ปัญหา “การข่าว ความปลอดภัย เยาวชน ความร่วมมือระหว่างประเทศ”และ

4.ด้านภัยพิบัติ - การบริหารจัดการน้ำ ทรัพยากร เครื่องมือ อุปกรณ์และบุคลากร การพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยและรวบรวมระบบข้อมูล และการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ

“มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้ทุกหน่วยประสานงาน บูรณาการข้อมูลร่วมกัน ขอให้มีความรอบคอบ ดำเนินการทุกอย่างด้วยประสิทธิภาพ”

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ต้องการให้เกิดการรับฟังปัญหาและข้อเสนอจากพื้นที่อย่างตรงไปตรงมา เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด เรื่องใดดำเนินการได้เลย ขอให้ดำเนินการโดยเร็ว เรื่องใดต้องบูรณาการระหว่างหน่วยงาน และเรื่องใดรัฐบาลต้องเข้ามาสนับสนุน ขอให้นำเสนอมาโดยเร็ว เพื่อให้ข้อเสนอสามารถผลักดันไปสู่การปฏิบัติและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลได้ถอดบทเรียนต่างๆ ในทุกด้าน โดยยังมีแนวทางที่ทำได้ให้ภาระต่างๆ ของประชาชนได้รับการเยียวยาแก้ไข โดย ครม. มีความห่วงใยได้ลงพื้นที่มาติดตาม ซึ่งมีความคืบหน้ามากมาย จะใช้ทุกกลไกทุกอย่างประกอบไปด้วยกันในทุกมิติ ขอให้ร่วมกันขับเคลื่อนพื้นที่ไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

นายกฯ ประกาศเดินหน้าสร้างสันติสุขชายแดนใต้

เวลา 17.00 น. ณ ศาลากลางจังหวัดสงขลา อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำทางการศึกษา ผู้นำศาสนา ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ เข้าร่วม

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของประชาชนโดยตรง โดยในวันนี้ได้เดินทางมายังจังหวัดสงขลา และหากสถานการณ์เอื้ออำนวย มีความตั้งใจที่จะเดินทางไปจังหวัดยะลา พร้อมยืนยันว่าแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเต็มที่

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ข้อเสนอจากประชาชนในพื้นที่มีความสอดคล้องกับแนวทางการทำงานของรัฐบาล โดยจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้ง 3 จังหวัดมีศักยภาพในการพัฒนาอีกมาก หากสามารถแก้ไขปัญหาความไม่สงบและสร้างสันติสุขในพื้นที่ได้ จะเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การเกษตร และการประมง ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนในพื้นที่

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มีความผูกพันกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา และได้เห็นศักยภาพที่แตกต่างกันของแต่ละจังหวัด โดยจังหวัดยะลามีโอกาสพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมและองค์ความรู้ จังหวัดปัตตานีมีศักยภาพด้านการค้าและการประมง ขณะที่จังหวัดนราธิวาสมีศักยภาพจากพื้นที่ชายแดนและสามารถเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจกับประเทศมาเลเซีย

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า การลงพื้นที่ทำให้ได้สัมผัสวิถีชีวิตของประชาชนอย่างใกล้ชิด และเห็นถึงการอยู่ร่วมกันของผู้คนที่มีความแตกต่างทั้งด้านศาสนาและวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความแตกต่างไม่จำเป็นต้องเป็นอุปสรรค แต่สามารถนำมาใช้เป็นพลังในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและสังคมได้

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลต้องการเห็นประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสุข มีความปลอดภัย และอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยวันนี้ทุกฝ่ายมีความพร้อมที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหา รัฐบาลพร้อมสนับสนุนข้อเสนอและแนวทางที่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน การสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยคนในพื้นที่เป็นกำลังสำคัญ เพราะประชาชนและเครือข่ายในชุมชนเปรียบเสมือน “ภูมิคุ้มกัน” ที่จะช่วยป้องกัน แก้ไข และคลี่คลายปัญหาได้อย่างยั่งยืน

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงแนวทางการทำงานร่วมกันว่า ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องนำความพร้อมและศักยภาพของทุกฝ่ายมาบูรณาการร่วมกัน โดยรัฐบาลมีผู้ประสานงานที่เข้าใจบริบทของพื้นที่เป็นอย่างดี โดยเฉพาะประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการทำงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลมีความเข้าใจวิถีชีวิต ตลอดจนความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลต้องการเห็นประชาชนทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เพราะทุกคนคือคนไทยและเป็นพี่น้องกัน รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด พร้อมสนับสนุนทุกการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะร่วมมือกันผลักดันการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมุ่งสร้างความสามัคคี สันติสุข และโอกาสใหม่ให้แก่ประชาชนในพื้นที่

นายกรัฐมนตรีขอให้การรับฟังความคิดเห็นในวันนี้เป็นการรับฟังอย่างจริงจัง และนำข้อเสนอไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยทุกปัญหาต้องมีเจ้าภาพ ทุกข้อเสนอต้องมีคำตอบ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเดินหน้าร่วมกันด้วยความเข้าใจ ความร่วมมือ และความไว้วางใจ อันจะนำไปสู่การสร้างสันติสุขและการพัฒนาที่ยั่งยืนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

นายกฯ สัมผัสเสน่ห์เมืองเก่าสงขลา ปชช.ต้อนรับอบอุ่น

เวลา 18.30 น. ณ ย่านเมืองเก่าสงขลา อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เยี่ยมชมย่านเมืองเก่าสงขลา เพื่อรับฟังข้อมูลและติดตามการดำเนินงานผลักดันย่านเมืองเก่าสงขลาสู่การเป็นแหล่งมรดกโลก

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ สงขลา (TCDC สงขลา) ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) CEA ซึ่งเป็นพื้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในภาคใต้ ภายใต้แนวคิด “Save the Wall” ที่สะท้อนการอนุรักษ์คุณค่าเมืองเก่าควบคู่กับการพัฒนาอย่างร่วมสมัย พร้อมส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจและความคิดสร้างสรรค์ ผ่านห้องสมุดด้านความคิดสร้างสรรค์ Co-working Space พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ และกิจกรรมสร้างสรรค์

ภายหลังการเยี่ยมชม นายกรัฐมนตรีร่วมเป่าแซกโซโฟนเพลง “Fly Me to the Moon” กับวง SKRU Jazz Band ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา จากนั้นนายกรัฐมนตรีเดินเยี่ยมชมย่านเมืองเก่า ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากตัวแทนนักเรียนโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสงขลา เจ้าหน้าที่ศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เทศบาลนครสงขลา และประชาชนในพื้นที่ที่ทยอยผูกผ้าขาวม้าให้แก่นายกรัฐมนตรี โดยระหว่างเดิน นายกรัฐมนตรีได้ดื่มชาเย็นตาลโตนด และขนมไข่ด้วย

จากนั้น นายกรัฐมนตรีรับชมการแสดง “หุ่นมโนราห์ละครเล็ก” ซึ่งผสมผสานศิลปะหุ่นละครเข้ากับศิลปะการแสดงโนรา โดยครูโนรา ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ ก่อนเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมไฟบริเวณหับ โห้ หิ้น (โรงสีแดง) ผลงาน “ซิงกอรา เรือส่องสว่างแห่งคาบสมุทร” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางและการค้าทางทะเลของสงขลาในอดีต

นายกรัฐมนตรียังเยี่ยมชม “บ้านนครใน” บ้านโบราณสไตล์ชิโน-โปรตุกีส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของย่านเมืองเก่าสงขลา ก่อนสักการะศาลเจ้าพ่อกวนอู และเดินทางกลับ

ก่อนที่ในเวลา  19.50 น. นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมบูธนำเสนอศักยภาพจังหวัดสงขลาในด้าน “เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร (Creative City of Gastronomy)” ณ โรงแรมลากูน่า แกรนด์ แอนด์ สปา สงขลา อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา อาทิ ต้มสามเหลี่ยม แกงสมรมกุ้ง บันกิมหยง ไก่กอแระ เต้าหู้คลองแงะ ไอติมจำปาดะ  น้ำสโลปี้มะม่วงเบา ยำสายสาหร่ายผมนาง กล้วยแขกนายก ฯลฯ พร้อมให้กำลังใจผู้ประกอบการที่นำสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ชุมชน และอาหารพื้นถิ่นจากภูมิปัญญาท้องถิ่นมาจัดแสดง สะท้อนเสน่ห์อัตลักษณ์อาหารท้องถิ่นที่สามารถต่อยอดสร้างมูลค่าและเชื่อมโยงการท่องเที่ยวได้