LIFE STYLE
'สุรศักดิ์'เปิดวิสัยทัศน์ใหม่ท่องเที่ยวไทย ยกระดับธุรกิจโรงแรมด้วยเทคโนโลยี
กรุงเทพฯ-“สุรศักดิ์” ชูวิสัยทัศน์ใหม่ท่องเที่ยวไทย ยกระดับธุรกิจโรงแรมด้วยเทคโนโลยี มุ่ง “Earn More – Work Smarter – Cost Less” เพิ่มรายได้ ลดต้นทุน สร้างขีดความสามารถการแข่งขัน
วันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “วาระท่องเที่ยวไทย วิสัยทัศน์ใหม่ในการยกระดับรายได้ เพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนของธุรกิจโรงแรมไทยด้วยเทคโนโลยี” ในงาน Hotel Economic Forum 2026 โดยมีผู้บริหารภาครัฐ ผู้แทนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมโรงแรมไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และผู้ประกอบการโรงแรมและการท่องเที่ยวเข้าร่วม ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
.jpg)
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า โจทย์สำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่ม “จำนวน” นักท่องเที่ยว แต่ต้องให้ความสำคัญกับการสร้าง “คุณค่า” จากประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย เพิ่มรายได้ และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศให้มากขึ้น
แม้ในปี 2568 ประเทศไทยจะต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเกือบ 33 ล้านคน และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวมประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท แต่โครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยวมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยตลาดจีนลดลง ขณะที่ตลาดอินเดียและรัสเซียเติบโตขึ้น ขณะเดียวกัน แม้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของไทยอยู่ในระดับสูงถึง 71% แต่ราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) และรายได้ต่อห้องพัก (RevPAR) กลับลดลงประมาณ 3% ขณะที่จำนวนโรงแรมเพิ่มขึ้นเกือบ 30% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด สะท้อนให้เห็นว่า “ห้องเต็ม ไม่ได้แปลว่ากำไรสูงสุด”
ดังนั้น ผู้ประกอบการโรงแรมจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจากการบริหารธุรกิจแบบเดิม สู่การบริหาร “Hotel Economics” โดยให้ความสำคัญกับกำไรสุทธิ การบริหารรายได้ และการลดต้นทุนการได้มาซึ่งลูกค้า (Customer Acquisition Cost) พร้อมนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ผ่าน 3 เป้าหมายหลัก ได้แก่
1. Earn More – เพิ่มรายได้ นำ Big Data, AI และระบบ Revenue Management มาวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้สามารถขายห้องพักได้ ถูกคน ถูกเวลา และในราคาที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มรายได้และสร้างผลตอบแทนให้แก่ธุรกิจ
2. Work Smarter – เพิ่มประสิทธิภาพ นำระบบอัตโนมัติมาช่วยจัดการงานที่ทำซ้ำ ๆ ลดภาระของบุคลากร และเปิดโอกาสให้พนักงานได้มุ่งเน้นงานด้าน Hospitality หรือการดูแลและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้เข้าพัก ซึ่งเป็นจุดแข็งและเสน่ห์ของการบริการแบบไทยที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้
3. Cost Less – ลดต้นทุน บริหารจัดการต้นทุนด้านพลังงานและขยะอาหาร (Food Waste) อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแนวคิด Green Hotel ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องภาพลักษณ์หรือความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของ “Economics” ที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เป้าหมายของประเทศไทยไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการแข่งขันระหว่างโรงแรมในพื้นที่เดียวกัน แต่ต้องมองการแข่งขันในระดับโลก เนื่องจากนักท่องเที่ยวมีทางเลือกในการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางทั่วโลก การยกระดับโรงแรมไทยให้สามารถ “Earn More, Work Smarter, Cost Less และ Compete Better” จึงไม่เพียงช่วยเพิ่มผลกำไรให้แก่ผู้ประกอบการ แต่ยังช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจไทยทั้งระบบอย่างยั่งยืน
นายสุรศักดิ์ ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า เวที Hotel Economic Forum 2026 จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา สมาคม และผู้ประกอบการ ในการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และข้อมูล เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมโรงแรมไทยให้สามารถปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเติบโตได้อย่างมั่นคง พร้อมร่วมกันสร้างอนาคตของการท่องเที่ยวไทยให้มีความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกอย่างยั่งยืน
“สุรศักดิ์” ชูวิสัยทัศน์ใหม่ท่องเที่ยวไทย ยกระดับธุรกิจโรงแรมด้วยเทคโนโลยี มุ่ง “Earn More – Work Smarter – Cost Less” เพิ่มรายได้ ลดต้นทุน สร้างขีดความสามารถการแข่งขัน
วันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “วาระท่องเที่ยวไทย วิสัยทัศน์ใหม่ในการยกระดับรายได้ เพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนของธุรกิจโรงแรมไทยด้วยเทคโนโลยี” ในงาน Hotel Economic Forum 2026 โดยมีผู้บริหารภาครัฐ ผู้แทนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมโรงแรมไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และผู้ประกอบการโรงแรมและการท่องเที่ยวเข้าร่วม ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า โจทย์สำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่ม “จำนวน” นักท่องเที่ยว แต่ต้องให้ความสำคัญกับการสร้าง “คุณค่า” จากประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย เพิ่มรายได้ และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศให้มากขึ้น
แม้ในปี 2568 ประเทศไทยจะต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเกือบ 33 ล้านคน และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวมประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท แต่โครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยวมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยตลาดจีนลดลง ขณะที่ตลาดอินเดียและรัสเซียเติบโตขึ้น ขณะเดียวกัน แม้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของไทยอยู่ในระดับสูงถึง 71% แต่ราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) และรายได้ต่อห้องพัก (RevPAR) กลับลดลงประมาณ 3% ขณะที่จำนวนโรงแรมเพิ่มขึ้นเกือบ 30% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด สะท้อนให้เห็นว่า “ห้องเต็ม ไม่ได้แปลว่ากำไรสูงสุด”
ดังนั้น ผู้ประกอบการโรงแรมจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจากการบริหารธุรกิจแบบเดิม สู่การบริหาร “Hotel Economics” โดยให้ความสำคัญกับกำไรสุทธิ การบริหารรายได้ และการลดต้นทุนการได้มาซึ่งลูกค้า (Customer Acquisition Cost) พร้อมนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ผ่าน 3 เป้าหมายหลัก ได้แก่
1. Earn More – เพิ่มรายได้ นำ Big Data, AI และระบบ Revenue Management มาวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้สามารถขายห้องพักได้ ถูกคน ถูกเวลา และในราคาที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มรายได้และสร้างผลตอบแทนให้แก่ธุรกิจ
2. Work Smarter – เพิ่มประสิทธิภาพ นำระบบอัตโนมัติมาช่วยจัดการงานที่ทำซ้ำ ๆ ลดภาระของบุคลากร และเปิดโอกาสให้พนักงานได้มุ่งเน้นงานด้าน Hospitality หรือการดูแลและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้เข้าพัก ซึ่งเป็นจุดแข็งและเสน่ห์ของการบริการแบบไทยที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้
3. Cost Less – ลดต้นทุน บริหารจัดการต้นทุนด้านพลังงานและขยะอาหาร (Food Waste) อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแนวคิด Green Hotel ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องภาพลักษณ์หรือความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของ “Economics” ที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เป้าหมายของประเทศไทยไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการแข่งขันระหว่างโรงแรมในพื้นที่เดียวกัน แต่ต้องมองการแข่งขันในระดับโลก เนื่องจากนักท่องเที่ยวมีทางเลือกในการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางทั่วโลก การยกระดับโรงแรมไทยให้สามารถ “Earn More, Work Smarter, Cost Less และ Compete Better” จึงไม่เพียงช่วยเพิ่มผลกำไรให้แก่ผู้ประกอบการ แต่ยังช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจไทยทั้งระบบอย่างยั่งยืน
นายสุรศักดิ์ ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า เวที Hotel Economic Forum 2026 จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา สมาคม และผู้ประกอบการ ในการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และข้อมูล เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมโรงแรมไทยให้สามารถปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเติบโตได้อย่างมั่นคง พร้อมร่วมกันสร้างอนาคตของการท่องเที่ยวไทยให้มีความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกอย่างยั่งยืน
