POLITICS

ชาวเขาไม้แก้ว3หมู่บ้านลุกฮือ!ถูกนายทุน ถมปิดคลอง-ขุดถนนทำน้ำท่วมไร่อ้อย



ปราจีนบุรี-เกิดเหตุเดือดร้อนหนักในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี เมื่อกลุ่มชาวบ้านกว่า 50 ชีวิต รวมตัวร้องเรียนสื่อมวลชนและยื่นหนังสือศูนย์ดำรงธรรม หลังนายทุนรายใหญ่กว้านซื้อที่ดินหลายร้อยไร่ แล้วส่งเครื่องจักรเข้าขุดถมดินปิดกั้นลำคลองสาธารณะประโยชน์และเปลี่ยนทางสัญจรเดิมจนกลายเป็นท้องร่อง นำดินขึ้นมากองสูงเป็นภูเขา ส่งผลให้น้ำเอ่อท่วมพื้นที่ทำการเกษตรไร่อ้อยและป่ายูคาลิปตัสกว่า 120 ไร่ หวั่นกระทบฤดูตัดอ้อยพฤศจิกายนนี้

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี   ได้รับการร้องทุกข์จากชาวบ้านพื้นที่หมู่ที่ 5, หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 7 ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี นำโดย นายสุนทร คมคาย หรือ "เกษตรแหลม" ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อมอำเภอกบินทร์บุรี พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 7 ได้ลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบคลองน้ำสาธารณะประโยชน์ที่ถูกนายทุน (อักษรย่อ "เสี่ย..ท") ซึ่งเข้ามาซื้อที่ดินต่อจากเจ้าของเดิมหลายสิบไร่ ดำเนินการถมดินปิดขวางทางน้ำ

ลำคลองดังกล่าวถือเป็นต้นน้ำสำคัญที่ไหลมาจากหมู่ที่ 9 ผ่านพื้นที่เกิดเหตุ ก่อนไหลลงสู่ "คลองอีปาง" จากการสำรวจของชาวบ้านพบว่า การถมดินปิดทางน้ำส่งผลให้น้ำไม่สามารถระบายได้ตามธรรมชาติ เอ่อท่วมไร่อ้อยและป่ายูคาลิปตัสเป็นบริเวณกว้าง นอกจากนี้ยังมีการขุดลอกดินนำขึ้นมากองไว้สูงเท่าภูเขาสุดลูกหูลูกตา ปิดกั้นเส้นทางสาธารณะเดิมที่ชาวบ้านใช้สัญจรไปมาทำไร่ทำสวน โดยในการลงพื้นที่ ผู้ใหญ่บ้านได้ลงไปวัดระดับความลึกของน้ำในจุดที่ถูกกั้น พบว่ามีความลึกท่วมศีรษะหรือประมาณ 2 เมตร

นายสมประสงค์ บรรลังเดช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 เปิดเผยว่า พื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับผลกระทบขณะนี้มีประมาณ 120 ไร่ ซึ่งเป็นของชาวบ้านและเกษตรกรในพื้นที่หลายราย น้ำที่เอ่อท่วมขังเริ่มส่งผลเสียต่อพืชผล และหวั่นเกรงว่าในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นช่วงฤดูตัดอ้อย จะไม่สามารถนำรถตัดอ้อยที่มีน้ำหนักมากเข้าไปทำงานได้ ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับความเสียหายอย่างหนักหากยังไม่มีการเปิดทางน้ำ
ด้าน นายประยูร มั่นคง เกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อน ระบุว่า รถแม็คโครของนายทุนเข้ามาขุดทำถนนปิดทางน้ำลง เคยมีการแจ้งเตือนและร้องเรียนไปยังชุดทำงานของนายทุนแล้ว แต่นายทุนกลับอ้างว่า "ขอเอาไว้ก่อน" แล้วเงียบหายไป ปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อจนน้ำเอ่อท่วมไปถึงป่าปาล์มของชาวบ้าน

ขณะที่ นายสุนทร คมคาย (เกษตรแหลม) และ นางศรีนวล แนวพนัส (น้าจุก) ชาวบ้านที่มีพื้นที่ทำกินในจุดดังกล่าว ร่วมกันเปิดเผยว่า ทางสาธารณะประโยชน์เดิมที่ชาวบ้านใช้สัญจรถูกนายทุนขุดเจาะจนกลายเป็นท้องร่อง แล้วนำดินทั้งหมดขึ้นไปถมในที่ดินส่วนตัว ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถเดินทางเข้าไปดูแลทุ่งนาและไร่สวนของตนเองได้เลย

หลังจากลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย กลุ่มชาวบ้านได้รวมพลังเปล่งเสียงตะโกนคำขวัญประจำตำบล "เขาไม้แก้วน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก" พร้อมกัน 3 ครั้ง เพื่อแสดงออกถึงความสามัคคี ก่อนเดินทางไปยังศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกบินทร์บุรี เพื่อยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานราชการ

ทางด้าน นายธวัชชัย บุพลับ ปลัดอำเภออาวุโส ปฏิบัติหน้าที่แทนนายอำเภอกบินทร์บุรี (นายธรรมรัฎฐ์ งามแสง) ได้เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือร้องทุกข์จากชาวบ้าน เนื่องจากนายอำเภอติดภารกิจสำคัญ พร้อมเปิดเผยขั้นตอนการดำเนินการว่า

"เบื้องต้นได้รับทราบข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านแล้ว ขณะนี้ทางองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เขาไม้แก้ว ได้ทำหนังสือสอบถามไปยัง ส.ป.ก. จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อตรวจสอบระเบียบและแนวเขตที่ดินแปลงดังกล่าวให้ชัดเจน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบหนังสือของ อบต. พบว่าการขุดดินและถมดินในจุดดังกล่าวไม่ได้มีการขออนุญาตตามกฎหมาย ซึ่งเป็นหน้าที่ของ อบต. ที่จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป"

ปลัดอำเภออาวุโส กล่าวเสริมว่า ในส่วนของเส้นทางสาธารณะ หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเส้นทางที่มีการใช้ประโยชน์ร่วมกันมานานตามวิถีชีวิตชาวบ้าน แม้จะไม่มีในระวางที่ดิน แต่อำเภอร่วมกับ อบต. จะใช้อำนาจตามกฎหมายในการปกป้องและคืนสภาพทางสาธารณะเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด

มานิตย์ สนับบุญ–ข่าว/ทองสุข สิงห์พิมพ์ /ปราจีนบุรี