LEARNING
สมศ.ชูมุมมองประเมินสไตล์ดึง3อินฟลูฯ ครูมืออาชีพสะท้อนความสำเร็จ
กรุงเทพฯ 10 กันยายน 2569 – สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. เดินหน้าพลิกโฉมการประเมินคุณภาพการศึกษา ชูแนวคิดการเป็น "Growth Partner" หรือพันธมิตรเพื่อการพัฒนา ที่พร้อมเคียงข้างครูและสถานศึกษา มุ่งลดภาระเอกสารผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อคืนครูสู่ห้องเรียน พร้อมเปิดเสียงสะท้อนจาก 3 ตัวแทนอินฟลูเอนเซอร์ครูมืออาชีพที่มายืนยันถึงผลลัพธ์เชิงบวกของการประเมินยุคใหม่ สู่เป้าหมาย “Quality Education for All Thais” การศึกษาคุณภาพสำหรับทุกคน

ศาสตราจารย์ ดร.องอาจ นัยพัฒน์ ผู้อนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. เปิดเผยว่า สมศ. มุ่งมั่นพัฒนาการประเมินคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยมีจุดยืนสำคัญคือการทำหน้าที่เป็น Growth Partner ที่พร้อมสนับสนุนและเคียงข้างคุณครู ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งเน้นลดภาระงานเอกสาร สมศ. จึงเร่งบูรณาการข้อมูลของสถานศึกษาร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลมาใช้ประเมินโดยตรง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการ "คืนครูสู่ห้องเรียน" ให้ครูมีเวลาดูแลนักเรียนอย่างเต็มที่ การประเมินในปัจจุบันจึงเป็นไปเพื่อสะท้อนภาพให้เห็นจุดที่สถานศึกษาต้องพัฒนาต่อยอด เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่มุ่งยกระดับการศึกษาไทยสู่เป้าหมาย Quality Education for All Thais หรือการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับทุกคน
“เพื่อเป็นการยืนยันถึงทิศทางการประเมินที่เป็นรูปธรรมและสะท้อนผลสัมฤทธิ์จากพื้นที่จริง สมศ. ได้นำเสนอมุมมองจาก 3 ตัวแทนอินฟลูเอนเซอร์สายการศึกษา ซึ่งต่างยืนยันตรงกันว่าการประเมินยุคใหม่ภายใต้บทบาท Growth Partner ได้สร้างผลเชิงบวกต่อสถานศึกษาอย่างแท้จริง”
.jpg)
นายสุรศักดิ์ คำท้าว หรือ ครูสุรเบล ครูชำนาญการจากโรงเรียนบ้านแม่ป้าก อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ เปิดเผยว่า การประเมินของ สมศ. ในยุคใหม่ช่วยลดภาระงานด้านเอกสารของครูผู้สอนได้อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากใช้ฐานข้อมูลจากการประเมินคุณภาพภายใน (SAR) ที่สถานศึกษาได้จัดเก็บไว้เป็นหลัก ทำให้ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน ทั้งนี้ การประเมินมาตรฐานเพื่อรักษาคุณภาพระดับประเทศถือเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้เกิดการพัฒนาไปในทิศทางที่สอดคล้องกันทั่วประเทศ
“กระบวนการประเมินคุณภาพมาตรฐานการศึกษา ควรมีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะสถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกล เป้าหมายหลักของการจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรียน คือ การมุ่งเน้นสร้าง "ทักษะชีวิต" ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ประกอบสัมมาอาชีพได้จริง ช่วยให้ผู้เรียนหลุดพ้นจากวงจรความยากลำบาก รวมทั้งการคำนึงถึงความสุขของผู้เรียน ซึ่งถือเป็นผลลัพธ์ทางการศึกษาที่สำคัญสูงสุดในมุมมองของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่”
.jpg)
นางสาวพรสุดา ประกายทอง หรือ ครูกุ๊กไก่ ครูประจำแผนกวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต ระบุว่า คำแนะนำจากผู้ประเมินภายนอกเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาการจัดการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมผู้เรียนให้สร้างสรรค์นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ที่ตอบสนองต่อการใช้งานจริง ซึ่งทางวิทยาลัยฯ ได้นำมาปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้เป็นห้องทดลองที่เน้นการลงมือปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เรียนได้วิเคราะห์และแก้ปัญหาผ่านการลงมือทำ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือ แผนกอิเล็กทรอนิกส์ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โดยให้ผู้เรียนนำความรู้มาบูรณาการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการแพทย์ เช่น การประดิษฐ์เครื่องจ่ายยา เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
“ผลลัพธ์จากการรักษามาตรฐานคุณภาพการศึกษาภายใต้การรับรองของ สมศ. ได้กลายเป็นเครื่องการันตีที่สะท้อนถึงสมรรถนะของผู้เรียน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาระบบทวิภาคี เช่น สายงานช่างซ่อมบำรุงเรือยอร์ชที่ได้ปฏิบัติงานจริงบนเรือ หรืองานช่างอิเล็กทรอนิกส์ในธุรกิจโรงแรม ซึ่งผู้เรียนมักได้รับการทาบทามให้เข้าทำงานทันทีหลังจบการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าการจัดการศึกษาที่ได้มาตรฐาน สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานได้อย่างแท้จริง”
.jpg)
ดร.อดิศร ก้อนคำ หรือ ครูโจ้ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ครูบ้านนอกดอทคอม เปิดเผยว่า แม้ในปัจจุบัน สมศ. จะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกและลดภาระด้านเอกสารในการประเมินแล้วก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่าบุคลากรทางการศึกษาบางกลุ่ม เช่น ครูบรรจุใหม่ หรือผู้ที่เพิ่งเข้ามารับผิดชอบงานวิชาการ อาจยังคงมีความตื่นเต้นและกังวลเมื่อเข้าสู่กระบวนการรับการประเมิน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ดี การมีผู้ประเมินภายนอกเข้ามาให้ข้อเสนอแนะ เปรียบเสมือนการมี "กระจกสะท้อน" ที่ช่วยให้สถานศึกษามองเห็นจุดแข็งและโอกาสในการพัฒนาตนเองจากมุมมองที่หลากหลาย ซึ่งย่อมเกิดประโยชน์มากกว่าการประเมินกันเองภายใน
“การประเมินภายนอกที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น จะตอบสนองการสร้างระบบการศึกษาแบบ "พหุปัญญา" ที่ช่วยส่งเสริมทักษะและความสามารถที่หลากหลายของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง เพราะผู้เรียนแต่ละคนย่อมมีศักยภาพที่โดดเด่นแตกต่างกัน โดยเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าบทบาท Growth Partner ของ สมศ. จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเปิดโลกการเรียนรู้ใหม่ๆ และขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้ก้าวหน้าไปสู่การสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสมบูรณ์ในทุกมิติอย่างยั่งยืน”
