ECON & BIZ
สบน.ปิดดีล SLB รุ่นที่2ยอดจอง2.80เท่า ขยับเป้าหมายClimate&Natureของไทย
กรุงเทพฯ-สบน. ประสบความสำเร็จในการสำรวจความต้องการลงทุน (Book Building) สำหรับการออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond: SLB) ของรัฐบาลไทย รุ่นที่ 2 หรือ SLB425A เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 โดยมีคำเสนอซื้อรวม 42,064 ล้านบาท
นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ประสบความสำเร็จในการสำรวจความต้องการลงทุน (Book Building) สำหรับการออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond: SLB) ของรัฐบาลไทย รุ่นที่ 2 หรือ SLB425A เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 โดยมีคำเสนอซื้อรวม 42,064 ล้านบาท คิดเป็น 2.80 เท่าของวงเงินที่ประกาศเสนอขาย 15,000 ล้านบาท สบน. จึงเพิ่มวงเงินจัดสรรเป็น 25,000 ล้านบาท ที่อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.86 ต่อปี และมีกำหนดออกพันธบัตรในวันที่ 17 กันยายน 2569 เพื่อนำเงินไปใช้ชดเชยการขาดดุลงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะตลาดการเงินที่ผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การปรับสูงขึ้นของราคาน้ำมัน และความกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อ ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในตลาดต่างประเทศที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้การระดมทุนเผชิญความท้าทายและผู้ลงทุนมีความระมัดระวังมากขึ้น อย่างไรก็ดี สบน. และผู้ร่วมจัดจำหน่ายพันธบัตรสามารถรวบรวมคำเสนอซื้อที่มีคุณภาพจากฐานผู้ลงทุนที่หลากหลาย และจัดสรรพันธบัตรได้สูงกว่าวงเงินเสนอขายเริ่มต้น โดยได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากนักลงทุนสถาบันชั้นนำ ทั้งสถาบันการเงิน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ สำนักงานประกันสังคม บริษัทประกันชีวิตและประกันภัย กองทุนรวม สหกรณ์ และนักลงทุนต่างชาติ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อพันธบัตรรัฐบาลไทยและทิศทางการดำเนินนโยบายด้านความยั่งยืนของประเทศ
SLB425A นับเป็นหมุดหมายสำคัญของการระดมทุนภาครัฐ โดยเป็น SLB รุ่นแรกของรัฐบาลไทยที่นำตัวชี้วัดด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพมาเชื่อมโยงกับเงื่อนไขของพันธบัตร ควบคู่กับการปรับปรุงกรอบการระดมทุนเพื่อความยั่งยืนให้สอดคล้องกับการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 (NDC 3.0) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate) และการอนุรักษ์ธรรมชาติ (Nature Positive) ผ่านตัวชี้วัด (KPIs) และเป้าหมายด้านความยั่งยืน (SPTs) ที่สามารถติดตามและประเมินผลได้ 2 ด้าน ได้แก่
1) ด้านสภาพภูมิอากาศ - ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ
1.1) ตัวชี้วัด: ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของประเทศ รวมภาคการใช้ประโยชน์ที่ดินและป่าไม้
1.2) เป้าหมาย: ไม่เกิน 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปี 2578 หรือลดลงร้อยละ 47 จากปีฐาน 2562
2) ด้านธรรมชาติ - เพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
2.1) ตัวชี้วัด: สัดส่วนพื้นที่คุ้มครองและพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่่คุ้มครอง (Other Effective Area-based Conservation Measures: OECMs) ของประเทศ
2.2) เป้าหมาย: มีพื้นที่ดังกล่าวรวมกันอย่างน้อย ร้อยละ 30 ของพื้นที่บนบกและแหล่งน้ำภายในประเทศภายในปี 2573
พันธบัตรดังกล่าวมีกลไกปรับอัตราดอกเบี้ยเชื่อมโยงกับผลการประเมินการบรรลุเป้าหมาย ณ ปีที่กำหนด ขนาด 2.5 Basis Points ต่อ KPI ตามเงื่อนไขของพันธบัตร โดย สบน. จะจัดทำและเผยแพร่รายงานความก้าวหน้า (Progress Report) เป็นประจำทุกปี เพื่อให้ผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถติดตามผลการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและโปร่งใส
ทั้งนี้ กรอบการระดมทุนได้รับการประเมินจาก DNV (Thailand) ในฐานะผู้ประเมินอิสระภายนอก ครอบคลุมความเหมาะสมและความท้าทายของตัวชี้วัดและเป้าหมาย ตลอดจนความสอดคล้องกับหลักการที่เกี่ยวข้องของ International Capital Market Association (ICMA) และ ASEAN Capital Markets Forum (ACMF) รวมถึงความเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)
นางจินดารัตน์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สบน. จะพัฒนา SLB425A ให้เป็นพันธบัตรรุ่นอ้างอิง (Benchmark Bond) อายุ 15 ปี และดำเนินการออกพันธบัตรรุ่นเดิมเพิ่มเติม (Reopening) อย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาจังหวะและวงเงินให้เหมาะสมกับภาวะตลาดและความต้องการลงทุน เพื่อเพิ่มขนาดรุ่นพันธบัตร เสริมสภาพคล่องในตลาดรอง และสนับสนุนการกำหนดราคาตราสารหนี้ อันจะช่วยส่งเสริมการบริหารหนี้สาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการพัฒนาตลาดตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว
สบน. ขอขอบคุณนักลงทุนทุกกลุ่มที่ให้ความเชื่อมั่นและสนับสนุนการออกพันธบัตรครั้งนี้ รวมทั้งความร่วมมือกับส่วนราชการและองค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) ที่ร่วมสนับสนุนการพัฒนากรอบการระดมทุน ตลอดจนผู้ร่วมจัดจำหน่ายพันธบัตร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) ความร่วมมือดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การระดมทุนประสบความสำเร็จท่ามกลางภาวะตลาดที่ท้าทาย พร้อมเสริมแรงส่งในการใช้กลไกตลาดตราสารหนี้ช่วยผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย
