BANGKOK

'พรพรหม'เปิดแนวทางสร้างอากาศ สะอาด ลดโลกร้อนสร้างเมืองน่าอยู่ให้คนกรุง



กรุงเทพฯ-(20 ก.ย. 69) นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมเป็น Keynote Speaker หัวข้อ The Boiling Decade ในงาน GLOBAL BOILING DAY 2026 ณ Hype Space ชั้น 3 AIS Siam เขตปทุมวัน

คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร จัดงาน GLOBAL BOILING DAY 2026 : พลิกวิกฤตโลกเดือด สู่คอนเซปต์เมืองยั่งยืน เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแนวทางการดำเนินงานร่วมกันเพื่อช่วยแก้ปัญหาและลดภาวะวิกฤตโลกร้อนหรือความร้อนในพื้นที่กรุงเทพฯ ในวันที่โลกกำลังเผชิญกับภาวะ "โลกเดือด" เราจะรับมือ ปรับตัว และขับเคลื่อนเมืองของเราให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

รองผู้ว่าฯ พรพรหม กล่าวในภาพรวมว่า ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครได้ดำเนินการด้านต่าง ๆ เพื่อช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน อาทิ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการปลูกต้นไม้ มีการเพิ่มสวนสาธารณะและสวน 15 นาทีในพื้นที่ 50 เขต โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีการดำเนินการไปแล้วกว่า 500 แห่ง และในปีนี้จะมีการต่อยอดเพิ่มเติม รวมถึงมีการปลูกต้นไม้ไปแล้วประมาณ 2.6 ล้านต้น (แบ่งเป็นไม้ยืนต้นประมาณ 1.5 ล้านต้น ที่เหลือเป็นไม้พุ่ม)

นอกจากนี้ได้มีการประสานความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่ ธนาคารโลก (World Bank) ร่วมกันจัดทำรายงานฉบับใหญ่เกี่ยวกับกรุงเทพมหานคร ในประเด็นเรื่อง "ความร้อนเมือง" อีกทั้งร่วมกับ UNDP (สหประชาชาติ) จัดทำ Workshop กับเจ้าหน้าที่สถิติ สํานักงานเขต และชุมชนต่างๆ เพื่อหาแนวทางการใช้นวัตกรรม/งบประมาณทรางราชการ หรือการระดมทุน เพื่อช่วยให้ชุมชนลดความเสี่ยงจากความร้อน (Climate/Heat Finance)

ด้านการสื่อสารและการรับมือความเสี่ยงด้านสุขภาพ ให้ความสำคัญเรื่องคนและการแจ้งเตือนซึ่งต้องสร้างการมีส่วนร่วมและแจ้งเตือนประชาชนให้เข้าถึงข้อมูลความเสี่ยง เนื่องจากกลุ่มเสี่ยงไม่ได้มีแค่ผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก แต่คนแข็งแรงที่ใช้ชีวิตผิดปกติ เช่น ชาวต่างชาติที่ชอบมาวิ่งกลางแดดจัดตอนเที่ยง ก็มีความเสี่ยงได้เช่นกัน เนื่องจากปัจจัยเรื่องความชื้นและดัชนีความร้อน โดยได้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ ได้มีการการจัดทำ "ห้องคลายร้อน" และ "จุดดื่มน้ำฟรี" ในพื้นที่ของโรงเรียนและหน่วยงานสังกัดกรุงเทพมหานคร เช่น สํานักงานเขต, ศูนย์บริการสาธารณสุข, โรงพยาบาล, ศูนย์นันทนาการ/ศูนย์กีฬา ให้บริการประชาชนมาพักผ่อนคลายร้อน ซึ่งที่ผ่านมามีประชาชนมาใช้บริการแล้วกว่า 200,000 คน และมีการติดตั้งตู้บริการน้ำดื่มฟรีแล้วกว่า 200 ตู้ ในอาคารของ กทม., สํานักงานเขต และพื้นที่สาธารณะ เช่น ลานคนเมือง เป็นต้น

สำหรับมาตรการและแผนงานในอนาคต จะมีการต่อยอดเพิ่มพื้นที่สีเขียว ตั้งเป้าปลูกต้นไม้เพิ่มอีก 2 ล้านต้น ในอีก 4 ปีข้างหน้า และเพิ่มสวนป่าล้อมเมือง (ขนาดอย่างน้อย 20 ไร่ขึ้นไป เช่น แถวหนองจอก คลองสามวา) เพื่อมมาตรการสร้างแรงจูงใจให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มหลังคาสีเขียว (Green Roof) หรือกำแพงสีเขียว เพื่อแลกกับสิทธิ์การสร้างอาคารที่สูงขึ้น ขยายห้องคลายร้อน เตรียมดึงภาคเอกชน (เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า) เข้าร่วมเปิดพื้นที่คลายร้อนและจุดดื่มน้ำฟรี

อีกทั้งดำเนินนโยบายหลังคา 3 สี ซึ่งเป็นข้อกำหนด EIA ใหม่ ที่บังคับให้เลือก 1 ใน 3 รูปแบบหลังคา เพื่อลดการสะสมความร้อน ได้แก่ 1. สีโซลาร์ ติดตั้งแผง Solar Cell ใช้พลังงานสะอาด 2. สีขาว ทาสีขาวเพื่อช่วยสะท้อนแสงแดด และ 3. สีเขียว ทำสวนดาดฟ้า หรือปลูกพืชพรรณ ตลอดจนการวิเคราะห์พื้นที่เฉพาะจุด เช่น เกาะรัตนโกสินทร์ โดยลงรายละเอียดวิเคราะห์รายซอย/รายบล็อก หากป้ายหรือกันสาดบังทางลม จะต้องปรับปรุง เพื่อส่งเสริมให้เกาะรัตนโกสินทร์เป็นเมืองน่าเดินท่องเที่ยวด้วย