ECON & BIZ

รมช.คมนาคมหารือผู้บริหาร Maersk ถกเพิ่มลงทุนท่าเรือแหลมฉบัง-ลาดกระบัง



กรุงเทพฯ-“สรรเพชญ” หารือผู้บริหาร Maersk ยักษ์ใหญ่โลจิสติกส์โลก ถกขยายการลงทุนท่าเรือแหลมฉบัง - ICD ลาดกระบัง หนุนไทยสู่ “Smart & Green Port”

นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับ นายเรเน่ พิล เพเดอร์เซน (Mr. René Piil Pedersen) กรรมการผู้จัดการ และผู้แทนกลุ่มบริษัท เอ.พี. มอลเลอร์-เมอส์ก สิงคโปร์ จำกัด (A.P. Moller - Maersk) พร้อมคณะผู้แทน ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือแนวทางการขยายการลงทุนและยกระดับความร่วมมือด้านระบบโลจิสติกส์ โดยมีนายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายวีรชาติ พุทธรักษา รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ ณ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม 
   
นายสรรเพชญ เปิดเผยว่า การหารือดังกล่าวถือเป็นโอกาสดีที่ได้แลกเปลี่ยนประเด็นต่างๆ ร่วมกับ กลุ่มบริษัท Maersk ซึ่งถือเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจและผู้ลงทุนต่างชาติรายสำคัญของประเทศไทยมาอย่างยาวนานกว่า 75 ปี โดยเป็นผู้ร่วมบริหารจัดการท่าเทียบเรือ B1 และ A0 ในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง รวมถึงการบริหารจัดการศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าลาดกระบัง (Lat Krabang Inland Container Depot: ICD)  ซึ่งล้วนเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการขับเคลื่อนการค้าและการส่งออกของประเทศ 
   
นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงคมนาคมมุ่งมั่นในการพัฒนาท่าเรือให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค ควบคู่กับการผลักดันระบบขนส่งทางน้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็น "Smart & Green Port" และ "Green Logistics Corridor" อย่างเป็นรูปธรรม การหารือร่วมกับผู้ประกอบการชั้นนำระดับโลกอย่าง Maersk ในวันนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการแสวงหาโอกาสขยายการลงทุนเพิ่มเติมในประเทศไทย

ทั้งนี้ การหารือของทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของไทย โดย Maersk ได้นำเสนอแนวทางการส่งเสริมระบบโลจิสติกส์สีเขียว (Green Logistics) ผ่านเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด อาทิ การสนับสนุนการใช้เรือบรรทุกตู้สินค้าพลังงานเมทานอลชีวภาพ (Green Methanol) การนำรถบรรทุกไฟฟ้า (EV Trucks) มาใช้ในการรับส่งตู้สินค้า การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการ ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงระบบขนส่งทางรางระหว่างสถานี ICD ลาดกระบัง กับท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน