LEARNING
'ยศชนัน'ปลุกพลังปลดล็อกอนาคตไทย ปั้นทักษะคนทุกช่วงวัยป้อนตลาดแรงงาน
กรุงเทพฯ-“ยศชนัน” ปลุกพลังปลดล็อกอนาคตไทย ยกระดับทักษะคนทุกช่วงวัยป้อนตลาดแรงงาน พร้อมหนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ชี้การศึกษาไทยต้องสอนสิ่งที่ AI ทำแทนไม่ได้
เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) บรรยายพิเศษในงานเสวนานโยบายระดับสูงว่าด้วยเรื่องทักษะ (High-Level Policy Forum on Skills: HLPF) ในหัวข้อ "ปลดล็อกอนาคตของประเทศไทย: การปฏิรูปการศึกษาและการฝึกอบรมเพื่อขับเคลื่อนผลิตภาพ นวัตกรรม และการเติบโต (Unlocking Thailand’s Future: Transforming Education and Training to Drive Productivity, Innovation and Growth)" โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. Dr. Kraiyos Patrawart Managing Director, EEF และ Dr. Stephen Ndegwa Division Director for Thailand and Myanmar, World Bank ตลอดจนคณะผู้บริหารจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ธนาคารโลก (World Bank) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) และผู้แทนจากกลุ่มช่วงวัย (Generations) ต่าง ๆ เข้าร่วม ณ อาคารพระมิ่งขวัญการศึกษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องพลิกโฉมการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากความเชี่ยวชาญระดับบุคคลไปสู่การสร้างความเชี่ยวชาญระดับชาติ เพื่อขับเคลื่อนผลิตภาพและนวัตกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน ในปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตเป็นอย่างมาก การศึกษาจึงต้องมุ่งเน้นการพัฒนาในสิ่งที่ AI ไม่สามารถทำแทนได้ เช่น ความเข้าใจในบริบทเชิงพื้นที่ ความรู้สึกนึกคิด และผลกระทบทางสังคม โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ลึกซึ้งถึงแก่นแท้ผ่านหลักการคิดแบบพื้นฐาน (First principle thinking) เพื่อให้สามารถต่อยอดความเชี่ยวชาญไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ได้อย่างไม่สิ้นสุด แทนการยึดติดอยู่กับเพียงวุฒิการศึกษา
ทั้งนี้ บทบาทสำคัญของสถาบันการศึกษา โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเชิงพื้นที่อย่างมหาวิทยาลัยราชภัฏ ต้องทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงอัตลักษณ์และศักยภาพของชุมชนท้องถิ่น เข้ากับองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น รวมทั้งสามารถยกระดับตั้งแต่เกษตรกรและธุรกิจ SME ท้องถิ่น ให้ก้าวไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าในอุตสาหกรรมระดับโลกได้
รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า การเตรียมความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูงและการเป็นประเทศรายได้สูงนั้น จำเป็นต้องอาศัยการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เช่น โครงการ Siam Photon และ Siam Silica เพื่อการวิจัยและพัฒนาที่ตอบโจทย์ประเทศ รวมทั้งยกระดับการอาชีวศึกษาให้มีคุณภาพทัดเทียมสายสามัญ รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยดึงศักยภาพของทุกกลุ่มคนในสังคม ทั้งกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ให้สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในตลาดแรงงานได้ เพื่อสร้างความเจริญให้กับประเทศโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในเวทีเสวนา "การสนทนาระหว่างวัย (Intergenerational Dialogue)" ร่วมกับตัวแทนประชาชนหลากหลายช่วงวัย โดยได้กล่าวว่า ความแตกต่างระหว่างเจเนอเรชันในปัจจุบันนั้นเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในชีวิต แต่รากฐานสำคัญที่มนุษย์ทุกวัยต้องการเหมือนกันคือความหวังในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถเอาตัวรอดได้ ทิศทางการศึกษาควรปรับเปลี่ยนควรปรับบทบาทของครูผู้สอนให้เป็นผู้อำนวยความสะดวก โดยมี AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนเพื่อช่วยให้ผู้เรียนแต่ละคนสามารถเข้าถึงรูปแบบการศึกษาที่เหมาะสมกับตนเองที่สุด รวมไปถึงการเปิดกว้างให้เกิดการเรียนรู้ข้ามสายวิชาชีพ เพื่อการปรับทักษะ (Reskill) และเพิ่มทักษะ (Upskill) ได้ตลอดชีวิต
ในโอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อยกระดับอาชีวศึกษาและพัฒนาทุนมนุษย์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ระหว่างกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ธนาคารโลก (World Bank) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) โดยมุ่งพัฒนาทั้งทักษะพื้นฐานของผู้เรียนและผู้สอน ควบคู่กับการเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะกับความต้องการของตลาดแรงงาน ความร่วมมือดังกล่าวให้ความสำคัญกับการใช้ ข้อมูล องค์ความรู้ และหลักฐานเชิงประจักษ์ เป็นฐานในการพัฒนานโยบายและแนวปฏิบัติ เพื่อให้การยกระดับระบบอาชีวศึกษาสามารถนำไปใช้ได้จริง และต่อยอดขยายผลในวงกว้างได้อย่างเป็นรูปธรรม
