LEARNING

สจล.เผยนักเรียนเทใจสายวิศวะและAI ในงานKMITL x DEK-D TCAS69



กรุงเทพฯ-สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เผยความสำเร็จการจัดงาน KMITL x DEK-D TCAS69 เมื่อวันที่ 3 - 4 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยมีนักเรียนลงทะเบียนรับ Certificate ของ สจล. และตอบแบบสอบถาม จำนวนทั้งสิ้น 2,015 คน แสดงถึงความสนใจของเยาวชนต่อการวางแผนศึกษาต่อและการเตรียมความพร้อมสู่เส้นทางอาชีพในอนาคต โดยเฉพาะสายวิศวกรรม เทคโนโลยี และอาชีพที่เกี่ยวข้องกับ AI และดิจิทัล  และภายในงานยังมีการสำรวจความสนใจของนักเรียนที่เข้าร่วมงานในหลายด้าน ทั้ง คณะที่ต้องการศึกษาต่อ อาชีพในฝัน รายได้ที่คาดหวัง และทักษะที่ต้องการพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อให้เห็นแนวโน้มความสนใจและเป้าหมายของคนรุ่นใหม่ต่อการศึกษาและการทำงานในอนาคต

รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. กล่าวว่า การจัดงาน KMITL x DEK-D TCAS69 นอกจากเป็นพื้นที่ให้เยาวชนได้ทำความรู้จักกับแนวทางการศึกษาต่อและค้นหาความสนใจของตนเองแล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญที่ สจล. ได้รับฟังเสียงของคนรุ่นใหม่ผ่านข้อมูลจากผู้เข้าร่วมงานและผลการตอบแบบสอบถาม ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความสนใจด้านการศึกษา เป้าหมายอาชีพ ตลอดจนทักษะที่เยาวชนมองว่ามีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิตและการทำงานในอนาคต ข้อมูลเหล่านี้จึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะในยุคที่ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทต่อทุกสาขาอาชีพ

ทั้งนี้ จากข้อมูลการลงทะเบียน พบว่ามีนักเรียนจากหลากหลายโรงเรียนเข้าร่วมงาน โดยกลุ่มโรงเรียนที่มีจำนวนผู้เข้าร่วมโดดเด่น ได้แก่ กลุ่มโรงเรียนในเครือเตรียมอุดมศึกษา อาทิ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า กลุ่มโรงเรียนในเครือเทพศิรินทร์และโรงเรียนในจังหวัดสมุทรปราการ อาทิ โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนเทพศิรินทร์สมุทรปราการ โรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า โรงเรียนสตรีสมุทรปราการ โรงเรียนสมุทรปราการ และโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว รวมถึงโรงเรียนดาราสมุทรและดาราสมุทร ศรีราชา ขณะที่ผลสำรวจประวัติการเข้าร่วมงานลาดกระบังนิทรรศน์ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เคยเข้าร่วมงาน ซึ่งแสดงถึงความสนใจของนักเรียนและการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมด้านการศึกษาและการแนะแนวของ สจล. อย่างต่อเนื่อง

รวมทั้ง เมื่อพิจารณาถึงคณะที่นักเรียนต้องการศึกษาต่อ พบว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ได้รับความสนใจสูงที่สุดอย่างโดดเด่น  ตามด้วยคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ และคณะบริหารธุรกิจ ซึ่งมีความสนใจในระดับใกล้เคียงกับกลุ่มคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สอดคล้องกับความต้องการด้านอาชีพในอนาคต โดย “วิศวกร” เป็นหนึ่งในอาชีพที่นักเรียนให้ความสนใจสูง ครอบคลุมทั้งวิศวกรไฟฟ้า วิศวกรคอมพิวเตอร์ วิศวกรโยธา วิศวกรเครื่องกล และวิศวกร AI ขณะที่กลุ่มนักออกแบบและสถาปนิก รวมถึงโปรแกรมเมอร์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ นักธุรกิจและเจ้าของธุรกิจ เป็นอีกกลุ่มอาชีพที่ได้รับความสนใจเช่นกัน โดยเฉพาะเยาวชนให้ความสำคัญกับ STEM  ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีระดับสูง

ในด้านความคาดหวังต่อรายได้ ผลสำรวจพบว่าช่วงรายได้ที่นักเรียนคาดหวังมีทั้งระดับ 20,001 - 30,000 บาท และ 30,001 - 40,000 บาทต่อเดือน  ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งตั้งเป้าหมายรายได้ 50,000 บาทขึ้นไป  โดยเฉพาะผู้ที่สนใจสายเทคโนโลยี วิศวกรรม และวิชาชีพเฉพาะทาง ซึ่งนักเรียนต้องการเรียนรู้การประยุกต์ใช้ AI เช่น ChatGPT และ Gemini, Prompt Engineering, Coding และ Programming รวมถึงนวัตกรรมดิจิทัล ตามด้วย Life Skills, Adaptability & EQ  อาทิ การปรับตัวแบบ Unlearn/Relearn การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การจัดการอารมณ์และความเครียด ตลอดจนมารยาทและการเข้าสังคม และ Financial Literacy & Tax Management  ทั้งการวางแผนการเงินส่วนบุคคล การจัดการภาษี การลงทุน และความรู้ด้านกฎหมายเบื้องต้น

ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ความรู้เชิงทฤษฎีในชั้นเรียนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อโลกการทำงานจริง โดยนักเรียนต้องการทั้งทักษะด้านเทคโนโลยี ทักษะชีวิต และความรู้ด้านการเงินที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง โดยเฉพาะการนำ AI มาใช้ในการทำงาน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง การบริหารจัดการอารมณ์ ตลอดจนการบริหารเงินและภาษีส่วนบุคคล ซึ่งเป็นทักษะที่มีความสำคัญมากขึ้นในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

จากผลสำรวจดังกล่าว สจล. เดินหน้าพัฒนาการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความสนใจและความต้องการของนักศึกษารุ่นใหม่ โดยมุ่งเสริมทักษะด้าน AI และ Digital Literacy ให้เป็นพื้นฐานสำหรับนักศึกษาทุกสาขา อาทิ การเขียนคำสั่ง AI (AI Prompt Engineering) ระบบอัตโนมัติ (Automation) และการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ควบคู่กับการพัฒนาทักษะด้านการเงินและการใช้ชีวิต ผ่านหลักสูตรระยะสั้นหรือ Micro-credentials ที่ครอบคลุมเรื่องการเงิน ภาษี การลงทุน ตลอดจนการจัดการอารมณ์และความเครียด

พร้อมกันนี้ สจล. ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ผ่านการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-based Learning) และโจทย์จากภาคอุตสาหกรรม รวมถึงเปิดโอกาสให้นักศึกษาเรียนรู้ข้ามศาสตร์ เช่น การผสานความรู้ด้านวิศวกรรมหรือเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ากับบริหารธุรกิจและการออกแบบ เพื่อพัฒนาทักษะแบบผสมผสาน (Hybrid Skills) และเตรียมความพร้อมสำหรับอาชีพใหม่ในอนาคต อาทิ ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี (Tech Entrepreneur) และนักออกแบบผลิตภัณฑ์ AI (AI Product Designer)

ผลสำรวจจากนักเรียนกว่า 2,000 คนในครั้งนี้ นำเสนอข้อมูลความสนใจและความต้องการของผู้เรียนในหลายด้าน ซึ่ง สจล. สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนรู้ให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากหลากหลายศาสตร์เข้ากับเทคโนโลยีและการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้เรียนไม่ได้มีเพียงความรู้เฉพาะในสาขาวิชา แต่ยังสามารถนำความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้ สร้างคุณค่า และเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานในอนาคต