IN NEWS
พม.ร่วมการเคหะฯเยียวยา6,927ครัวเรือน ยกเว้นค่าเช่า-พักชำระค่าเช่าซื้อ4เดือน
กรุงเทพฯ-รัฐบาลเดินหน้าลดภาระค่าที่อยู่อาศัยผู้ประสบอุทกภัย พม. ผนึกการเคหะแห่งชาติ ออกมาตรการเยียวยา 66 โครงการ รวม 6,927 ครัวเรือน ครอบคลุมประชาชนกว่า 20,000 คน แบ่งความช่วยเหลือตามระดับความเสียหาย ยกเว้นค่าเช่า–พักชำระค่าเช่าซื้อ
วันนี้ (13 ต.ค.69) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญทั้งการช่วยเหลือในช่วงเกิดภัยและการฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยเฉพาะภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายจำเป็นของทุกครัวเรือน ทั้งนี้ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ได้กำชับให้การเคหะแห่งชาติเร่งดำเนินมาตรการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้ประชาชนมีสภาพคล่องสำหรับการซ่อมแซมบ้านเรือน ฟื้นฟูอาชีพ และดูแลความเป็นอยู่ของครอบครัว พร้อมให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ และผู้ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จากการสำรวจของการเคหะแห่งชาติ พบว่ามีโครงการที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบจากอุทกภัย รวม 66 โครงการ จำนวน 6,927 ครัวเรือน ครอบคลุมประชาชนกว่า 20,000 คน รัฐบาลจึงเดินหน้ามาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย โดยกำหนดความช่วยเหลือให้สอดคล้องกับระดับความรุนแรงของผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
1. พื้นที่ได้รับผลกระทบเล็กน้อยถึงปานกลาง จำนวน 44 โครงการ รวม 6,149 ครัวเรือน แบ่งเป็นผู้เช่ารายย่อย 2,382 สัญญา ได้รับการยกเว้นค่าเช่าเป็นเวลา 2 เดือน และผู้เช่าซื้อ 3,767 สัญญา ได้รับการพักชำระค่าเช่าซื้อเป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม–พฤศจิกายน 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงที่ประชาชนต้องเร่งฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติ
2. พื้นที่ได้รับผลกระทบรุนแรง จำนวน 22 โครงการ รวม 778 ครัวเรือน แบ่งเป็นผู้เช่ารายย่อย 156 สัญญา ได้รับการยกเว้นค่าเช่าเป็นเวลา 4 เดือน และผู้เช่าซื้อ 622 สัญญา ได้รับการพักชำระค่าเช่าซื้อเป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569–มกราคม 2570 เพื่อให้ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบหนักมีระยะเวลาฟื้นฟูบ้านเรือนและจัดการค่าใช้จ่ายจำเป็นได้มากขึ้น โดยไม่ต้องแบกรับภาระค่าเช่าหรือชำระค่าเช่าซื้อในช่วงเวลาที่ได้รับความช่วยเหลือตามเงื่อนไข
นอกจากนี้ การเคหะแห่งชาติยังออกมาตรการ ลดค่าปรับ 100% สำหรับผู้ชำระหนี้ค้างระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม–31 ธันวาคม 2569 ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินของประชาชนที่มีหนี้ค้างชำระ โดยมาตรการดังกล่าวเป็นการลดค่าปรับ มิใช่การยกเลิกเงินต้นหรือหนี้ค้างทั้งหมด ขณะที่การพักชำระค่าเช่าซื้อเป็นการผ่อนผันการชำระเงินตามระยะเวลาที่กำหนด ไม่ใช่การยกหนี้ ทั้งนี้ รายละเอียดการชำระเงินภายหลังครบกำหนดพักชำระให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของการเคหะแห่งชาติ
สำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ได้แก่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ภาษี ค่าส่วนกลาง ค่าดูแลชุมชน และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่อยู่ในขอบเขตของมาตรการยกเว้นค่าเช่าและพักชำระค่าเช่าซื้อในครั้งนี้ ขณะที่มาตรการช่วยเหลือผู้เช่าในโครงการเช่าเหมาและผู้เช่าพื้นที่จัดประโยชน์ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะสัญญาและความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจริง
ทั้งนี้ ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในโครงการของการเคหะแห่งชาติและได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สามารถตรวจสอบรายชื่อโครงการที่ได้รับความช่วยเหลือทั้ง 66 โครงการ ผ่าน QR Code ที่แนบในสื่อประชาสัมพันธ์ของการเคหะแห่งชาติ หรือสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิและเงื่อนไขการเข้าร่วมมาตรการได้ที่สำนักงานการเคหะแห่งชาติที่รับผิดชอบโครงการของตน และ Call Center การเคหะแห่งชาติ โทร. 1615 เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถใช้สิทธิตามมาตรการได้อย่างเหมาะสม
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลตระหนักดีว่า แม้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่ภาระของประชาชนไม่ได้หมดไปพร้อมกับน้ำที่ลดลง หลายครอบครัวยังต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทั้งการซ่อมแซมบ้านเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ ตลอดจนการฟื้นฟูอาชีพและรายได้ การช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยในช่วงเวลานี้ จึงไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือทางการเงินระยะสั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถนำเงินไปใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูชีวิตและเศรษฐกิจของครอบครัว
“น้ำลดแล้ว แต่ภาระของประชาชนไม่ได้ลดลงทันที รัฐบาลจึงต้องเร่งลดรายจ่ายที่จำเป็น เพื่อให้ทุกครอบครัวมีโอกาสตั้งหลักได้เร็วที่สุด เพราะการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม ไม่ใช่แค่ทำให้บ้านกลับมาอยู่ได้ แต่ต้องทำให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง รัฐบาลจะเดินหน้าประสานทุกหน่วยงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้าย
