IN NEWS

นายกฯเปิดปฏิบัติการ'ปราบนอมินี'พุ่งเป้า ที่ดินกลุ่มเสี่ยง5.4พันไร่มีนอมีนี1.3พันคน



นายกฯ เปิดปฏิบัติการ “ปราบนอมินี” เร่งตรวจสอบที่ดินกลุ่มเสี่ยง–บังคับจำหน่ายที่ดินที่ถือครองโดยมิชอบ ปิดช่องนอมินีรายใหม่ ย้ำจริงจังกับผู้กระทำผิด เป็นธรรมกับผู้ปฏิบัติที่ถูกต้อง

จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา กรมที่ดินได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคณะกรรมการตรวจสอบนอมินีระดับจังหวัด พบการถือครองที่ดินโดยนอมินีหรือเข้าข่ายถือครองแทนคนต่างด้าว จำนวน 1,397 ราย รวม 2,360 แปลง เนื้อที่ 5,467 ไร่ คิดเป็นมูลค่าปัจจุบันประมาณ 14,010 ล้านบาท ซึ่งจะเร่งดำเนินการบังคับจำหน่ายที่ดินในกรณีที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญาต่อไป

วันนี้ (19 ตุลาคม 2569) เวลา 10.15 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการ “ปราบนอมินี บังคับจำหน่ายและตรวจสอบการถือครองที่ดินกลุ่มเสี่ยง ปกป้องผลประโยชน์ชาติ” ซึ่งจัดโดยกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย โดยมีนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าพนักงานที่ดินเข้าร่วม

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการปราบปรามการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าวโดยมิชอบเพื่อหลีกเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมายไทย โดยที่ดินเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศ การถือครองและใช้ประโยชน์ต้องถูกต้องตามกฎหมาย เป็นธรรม และไม่เปิดช่องให้แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นธรรมในการใช้ทรัพยากร ความมั่นคงของประเทศ และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบังคับใช้กฎหมาย
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามทุนเทา ธุรกิจผิดกฎหมาย และเครือข่ายนอมินี พร้อมชื่นชมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งร่วมบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด จนเกิดผลเป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามการใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี) เพื่อไม่ให้มีการเอาเปรียบประชาชน

การตรวจสอบต้องไม่จำกัดเฉพาะข้อมูลผู้ถือครองที่ดินหรือผู้ถือหุ้นตามทะเบียน แต่ต้องครอบคลุมถึงผู้มีอำนาจควบคุม ผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง เส้นทางการเงิน ทรัพย์สิน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิดและขยายผลถึงเครือข่ายตามกฎหมาย ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยินดีต้อนรับการลงทุนจากต่างประเทศที่สุจริต โปร่งใส และปฏิบัติตามกฎหมายไทย รวมถึงการถือครองหรือใช้สิทธิในที่ดินที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยยึดหลัก “จริงจังกับผู้กระทำผิด และเป็นธรรมกับผู้ปฏิบัติที่ถูกต้อง”

สำหรับความคืบหน้าของปฏิบัติการ LAND ACTION นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ความสำเร็จไม่ได้วัดเพียงจำนวนกรณีที่ตรวจพบ แต่ต้องทำให้แต่ละกรณีได้ข้อยุติและบังคับใช้กฎหมายให้เกิดผลอย่างแท้จริง ภารกิจนี้ไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคล ผู้ถือหุ้น แหล่งเงินทุน การถือครองและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ตลอดจนเส้นทางการเงินและผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า กรมที่ดินต้องดำเนินการเรื่องการถือครองและการจำหน่ายที่ดินตามอำนาจหน้าที่อย่างเต็มที่ พร้อมประสานสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เพื่อตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานเพื่อให้เกิดผลสำเร็จ 3 ประการ ดังนี้

1. เร่งตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงให้ได้ข้อยุติเป็นรายกรณี ให้กรมที่ดินและผู้ว่าราชการจังหวัดจัดลำดับความสำคัญของกรณีที่ต้องตรวจสอบ พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบ ขั้นตอนดำเนินงาน และกรอบเวลาให้ชัดเจน หากพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายนอมินีหรือความผิดอื่น ให้ส่งต่อและขยายผลไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจโดยไม่ชักช้า โดยต้องตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569

2. บังคับจำหน่ายที่ดินและติดตามผลอย่างจริงจัง กรณีตรวจสอบพบการถือครองที่ดินโดยมิชอบ ให้ดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมตรวจสอบการรับโอนและพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการเปลี่ยนตัวนอมินีจากรายหนึ่งไปสู่อีกรายหนึ่ง โดยที่ปัญหายังคงอยู่เช่นเดิม

3. ปิดช่องนอมินีรายใหม่และวางระบบป้องกันในระยะยาว ให้ทุกหน่วยงานนำข้อค้นพบจากการปฏิบัติการครั้งนี้ไปปรับปรุงระบบเฝ้าระวังก่อนและหลังการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม รวมถึงติดตามการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นและพฤติการณ์ที่อาจนำไปสู่การถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ควบคู่กับการสื่อสารหลักเกณฑ์ให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าใจ การเปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแสที่เข้าถึงได้ และการเผยแพร่ผลการดำเนินงานในภาพรวมอย่างสม่ำเสมอ โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้เกี่ยวข้องและไม่เปิดเผยข้อมูลที่กระทบต่อคดี

นายกรัฐมนตรีขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนำข้อสั่งการดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่ทันที

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลมุ่งมั่นดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจังภายใต้หลักธรรมาภิบาล โดยยึดหลักความโปร่งใส ความเป็นธรรม และการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ รักษาความเชื่อมั่นของประชาชน และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการและนักลงทุนที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริตและเคารพกฎหมาย ตามแนวทาง “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม”

จากนั้น นายกรัฐมนตรีทำพิธีเปิดปฏิบัติการ “ปราบนอมินี บังคับจำหน่ายและตรวจสอบการถือครองที่ดินกลุ่มเสี่ยง ปกป้องผลประโยชน์ชาติ” อย่างเป็นทางการ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจป้องกันและปราบปรามการถือครองที่ดินโดยมิชอบให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว