IN NEWS
ก.เกษตรจับมือ3กรมเร่งแก้ปัญหาน้ำเสีย 'คลองระพีพัฒน์'อัดน้ำดีวันละ5แสนลบ.ม.
กรุงเทพฯ-รัฐบาลผนึกกำลัง 3 หน่วยงาน เร่งแก้ปัญหาน้ำเสียคลองระพีพัฒน์ อัดน้ำดีวันละ 5 แสน ลบ.ม. เจือจาง และด้าน“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1 – 2 วัน สั่ง 3 กรมบูรณาการฟื้นฟูคุณภาพน้ำแก้ปัญหากลิ่น - หวังระบายหมดได้กลาง พ.ย.นี้
วันนี้ (20 ตุลาคม 2569) ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาน้ำเสียและปลาตายในคลองระพีพัฒน์ 2 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการด่วนให้ 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน และกรมประมง บูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อเร่งฟื้นฟูคุณภาพน้ำและบรรเทาผลกระทบในพื้นที่
เบื้องต้นพบว่า ปัญหาส่วนหนึ่งอาจเกิดจากน้ำเสียจากพื้นที่ทุ่งที่ท่วมขังไหลลงสู่คลอง ประกอบกับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังสูง ทำให้การระบายน้ำทำได้ช้าและเกิดน้ำเสียสะสม อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลตรวจคุณภาพน้ำ โดยเฉพาะค่าออกซิเจนละลายน้ำอย่างเป็นทางการ เพื่อยืนยันสาเหตุการตายของปลาอีกครั้ง
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแผนปฏิบัติการกู้น้ำเสียว่า กรมชลประทานได้เดินหน้าเติมน้ำคุณภาพดีประมาณ 500,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อเจือจางน้ำเสีย พร้อมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มการไหลเวียนของออกซิเจน รวมถึงควบคุมการรับและระบายน้ำอย่างระมัดระวัง โดยไม่ให้ระดับน้ำบริเวณจุดควบคุมปลายน้ำสูงเกิน +1.80 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อบ้านเรือนและชุมชน
ขณะที่กรมพัฒนาที่ดิน ได้กระจายสารบำบัดน้ำเสีย จุลินทรีย์ พด.6 ไปแล้วกว่า 120,000 ลิตร เพื่อดับกลิ่นเหม็นในพื้นที่คลองสอง และวางกำลังผลิตเพิ่มวันละ 20,000 ลิตร กระจายฉีดพ่นจุดเสี่ยงต่อเนื่อง ส่วนกรมประมงจะนำจุลินทรีย์ ปม.1 ซึ่งช่วยบำบัดน้ำเสียและลดสารอินทรีย์สะสม และจุลินทรีย์ ปม.2 ซึ่งใช้สนับสนุนการปรับปรุงคุณภาพน้ำในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เข้าเสริมทัพฟื้นฟูสภาพน้ำในคลองสองและคลองข้างเคียง โดยจะเริ่มดีเดย์ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติมมาก ไม่มีน้ำไหลเข้าสมทบเกินกว่าแผนที่วางไว้ คาดว่าจะสามารถทยอยระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่เป้าหมายได้ทั้งหมดภายในกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ ส่วนการฟื้นตัวของคุณภาพน้ำจะต้องติดตามผลตรวจวัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างเหมาะสมและลดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด
“วัชระพล”เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์2หวังระบายหมดได้กลาง พ.ย.นี้

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีปัญหาน้ำเน่า และมีปลาตายที่คลองระพีพัฒน์ 2 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ว่า ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากน้ำเสียจากพื้นที่ทุ่งที่ท่วมขังไหลลงสู่คลอง ประกอบกับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงสูง ทำให้ระบายน้ำได้ช้าและเกิดน้ำเสียสะสมในคลอง ทั้งนี้ ต้องใช้ผลตรวจคุณภาพน้ำประกอบการยืนยันสาเหตุของปลาตาย ดังนั้น การแก้ไขปัญหา ต้องดำเนินการควบคู่กัน 2 ด้าน ได้แก่ 1) การบริหารจัดการน้ำ เติมน้ำคุณภาพดีเพื่อเจือจางน้ำเสีย พร้อมควบคุมการระบายออกให้สอดคล้องกับความสามารถในการรับน้ำของพื้นที่ปลายน้ำ และ 2) การฟื้นฟูคุณภาพน้ำ เพิ่มการไหลเวียน เติมอากาศในบริเวณที่มีออกซิเจนต่ำ และใช้ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ตามคำแนะนำของหน่วยงานวิชาการ พร้อมติดตามคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง

นายวัชระพล กล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมชลประทานได้เติมน้ำคุณภาพดีประมาณ 500,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยควบคุมการรับและระบายน้ำอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ระดับน้ำบริเวณจุดควบคุมปลายน้ำสูงเกิน 1.80 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง (ม.รทก.) และส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนและชุมชน โดยตามรายงานในพื้นที่ ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2569 สภาพน้ำในคลองสองมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ หลังเริ่มพบปัญหาเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 โดยคาดว่าจะดีขึ้นต่อเนื่องในช่วง 1–2 วันข้างหน้า หากสามารถดำเนินมาตรการได้ตามแผน ทั้งนี้ ต้องพิจารณาผลตรวจคุณภาพน้ำ โดยเฉพาะค่าออกซิเจนละลายน้ำ ประกอบการประเมินอีกครั้งหนึ่ง
โดยนายวัชระพลระบุในภาพรวม หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติมมาก ไม่มีน้ำไหลเข้าสมทบเกินแผน และระดับน้ำในแหล่งรับน้ำเอื้ออำนวย คาดว่าจะสามารถทยอยระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่เป้าหมายได้ภายในกลางเดือนพฤศจิกายน 2569 ส่วนการฟื้นตัวของคุณภาพน้ำต้องประเมินจากผลตรวจวัดอย่างต่อเนื่อง
ส่วนของน้ำเสียที่จะต้องผันออกไปผ่านคลองต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคลอง 4 หรือคลองอื่น ๆ ในอนาคตนั้น นายวัชระพล ได้มีคำสั่งให้วางแผนการทำงานล่วงหน้าโดยบูรณาการ 3 หน่วยงาน คือ กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน และกรมประมง เพื่อนำเครื่องผลักดันน้ำจากกรมชลประทาน สร้างให้ค่าออกซิเจนมากขึ้น และเครื่องดูดเลน สำหรับลอกดินที่ทับถมในคลองมากว่า 50 ปี ติดตั้งตามจุดต่าง ๆ และที่ผ่านมากรมพัฒนาที่ดิน ได้กระจายจุลินทรีย์กลุ่มเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูง (พด.6) ทั้งหมด 120,000 ลิตร ลงไปเพื่อบรรเทากลิ่นที่คลอง 2 และจะผลิตเพิ่มวันละ 20,000 ลิตร เพื่อกระจายไปตามจุดเฝ้าระวังต่าง ๆ ในอนาคต โดยจะประสานร่วมกับกรมชลประทาน เพื่อนำรถบรรทุกน้ำที่บรรจุน้ำ 6,000 ลบ.ม. มาใช้ในการกระจาย และภายในวันศุกร์นี้ (23 ต.ค.) กรมประมงจะนำเอาจุลินทรีย์ ปม.1 ใช้ในการบำบัดน้ำเสีย ปรับปรุงคุณภาพน้ำ และลดสารอินทรีย์สะสมในพื้นที่น้ำขังหรือบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ และจุลินทรีย์ ปม.2 ใช้ในกระบวนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตั้งแต่โรงเพาะฟัก โรงอนุบาล จนถึงบ่อเลี้ยงเชิงพาณิชย์ นิยมนำมาขยายเชื้อร่วมกับกากน้ำตาลหรือน้ำตาลกลูโคสและอาหารสัตว์น้ำ โดยการเติมอากาศ เพื่อใช้เป็นโพรไบโอติกสำหรับปรับปรุงคุณภาพน้ำและลดความเสี่ยงการเกิดโรค ใส่รถบรรทุกน้ำของกรมชลประทาน ไปกระจายตามจุดเพื่อฟื้นฟูสภาพน้ำที่คลอง 2 และคลองอื่นๆที่น้ำเสียจะผันผ่านในอนาคต โดยในภาพรวมหากฝนไม่ตกจะสามารถระบายน้ำออกได้หมดภายในกลางพฤศจิกายน
“รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ประกอบกับเราได้คาดการณ์สถานการณ์ เพื่อทำงานเชิงรุก ป้องกันล่วงหน้า และแก้ไขเฉพาะหน้าไปด้วย เพราะเรารู้ว่าเนื่องจากสภาพธรรมชาติไม่อำนวย และเข้าใจสถานการณ์ที่พี่น้องที่อาศัยตามริมคลอง ยังต้องอดทนรอน้ำเน่าเสียระบาย” นายวัชระพล กล่าว
ทั้งนี้ ในวันนี้ (19 ต.ค.) นายวัชระพล ได้ลงพื้นที่คลองรังสิตประยูรศักดิ์ หน้าวัดแสงสรรค์ ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี และลงพื้นที่บริเวณหน้าวัดกล้าชอุ่ม ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และบริเวณเทศบาลเมืองคลองหลวง ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อติดตามปัญหาน้ำเน่า จนส่งผลให้มีปลาตายจำนวนมาก พร้อมเก็บตัวอย่างปลา เพื่อส่งตรวจในห้องปฏิบัติการของกรมประมง ซึ่งเบื้องต้นในวันนี้ (19 ต.ค.) ยังไม่พบรายงานปลาตายเพิ่มเติม และซากปลาเก่าในจุดต่าง ๆ ถูกจัดเก็บแล้ว
