IN GLOBAL

พรรคคอมมิวนิสต์จีนประชุมใหญ่ครั้งที่5 เดินหน้ายกระดับการบริหารขับเคลื่อน แผนพัฒนาฯ5ปี



การประชุมเต็มคณะครั้งที่ 5 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-29 ตุลาคม 2569 ที่กรุงปักกิ่ง เพื่อพิจารณาแนวทางยกระดับการบริหารและกำกับดูแลภายในพรรค ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนนโยบายและแผนพัฒนาประเทศจีนในระยะต่อไป

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เสนอรายงานผลการดำเนินงานในนามกรมการเมืองของคณะกรรมการกลางพรรค พร้อมชี้แจงร่างมติว่าด้วยประเด็นสำคัญบางประการในการผลักดันการกำกับดูแลพรรคอย่างเข้มงวดและครอบคลุมอย่างต่อเนื่อง (Full and Rigorous Party Self-Governance)

ร่างมติดังกล่าวรวบรวมผลสำเร็จและประสบการณ์ในการบริหารพรรคในยุคใหม่ วิเคราะห์สถานการณ์และภารกิจในระยะต่อไป พร้อมเสนอแนวทางพัฒนาระบบบริหารภายในพรรคให้มีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างไร

ความสำคัญประการหนึ่งอยู่ที่ช่วงเวลาของการประชุม ซึ่งตรงกับปีแรกของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 (ปี 2569–2573) ซึ่งจีนกำหนดให้เป็นช่วงสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและวางรากฐานเพื่อบรรลุเป้าหมายความทันสมัยขั้นพื้นฐานตามแนวทางสังคมนิยมภายในปี 2578

ในการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 4 เมื่อเดือนตุลาคม 2568 คณะกรรมการกลางพรรคได้ให้ความเห็นชอบข้อเสนอสำหรับจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 ก่อนที่สภาประชาชนแห่งชาติจีนจะอนุมัติโครงร่างแผนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569

แผนพัฒนาฉบับนี้ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่ การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การส่งเสริมนวัตกรรม การขยายตลาดภายในประเทศ และการยกระดับคุณภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ

เมื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศแล้ว อีกภารกิจสำคัญคือการทำให้หน่วยงานต่างๆ สามารถนำนโยบายไปดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ การประชุมครั้งที่ 5 จึงมุ่งพิจารณาการพัฒนาระบบบริหารภายในพรรค เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามเป้าหมายที่วางไว้

ปัจจุบันพรรคคอมมิวนิสต์จีนมีสมาชิก 101.28 ล้านคน และองค์กรพรรคระดับฐานรากประมาณ 5.43 ล้านแห่ง ตามข้อมูล เครือข่ายองค์กรพรรคที่กระจายอยู่ทั่วประเทศมีบทบาทเชื่อมโยงนโยบายจากส่วนกลางไปสู่การดำเนินงานในระดับพื้นที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาท้องถิ่น

การพัฒนาระบบบริหารภายในพรรคจึงเกี่ยวข้องกับการประสานงานระหว่างหน่วยงาน การกำหนดความรับผิดชอบ และการติดตามผลการดำเนินนโยบายในระดับต่างๆ

แนวทางสำคัญที่ต้องติดตามจากการประชุม

การกำกับดูแลพรรคอย่างเข้มงวดและครอบคลุมเป็นนโยบายที่จีนดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคครั้งที่ 18 ในปี 2555 โดยเน้นการพัฒนาระบบบริหาร การรักษาวินัย การตรวจสอบการใช้อำนาจ และการเสริมสร้างความสามารถในการบริหารองค์กร

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้อธิบายแนวทางดังกล่าวเพิ่มเติมในบทความที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ซึ่งมีเนื้อหาจากสุนทรพจน์เมื่อเดือนมกราคมปีเดียวกัน โดยให้ความสำคัญกับภารกิจหลัก 3 ด้าน

ด้านแรก คือ การผลักดันให้การตัดสินใจและนโยบายสำคัญของคณะกรรมการกลางพรรคได้รับการนำไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจคุณภาพสูง การสร้างระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่ การพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่ และการขยายการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ

ด้านที่ 2 คือ การปรับปรุงระบบกฎระเบียบและกลไกกำกับดูแลการใช้อำนาจให้มีความชัดเจน โดยเน้นการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบและการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงาน

ด้านที่ 3 คือ การเดินหน้าพัฒนาระบบป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบ การป้องกัน และการสร้างกลไกกำกับดูแลที่เชื่อมโยงกันในทุกระดับ

ทั้ง 3 ด้าน เป็นแนวทางที่ผู้นำจีนให้ความสำคัญอยู่ก่อนแล้ว ขณะที่รายละเอียดของร่างมติซึ่งกำลังพิจารณาในการประชุมครั้งนี้ ยังต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการ

เชื่อมการบริหารพรรคกับอนาคตเศรษฐกิจจีน

สำหรับจีน การพัฒนาระบบบริหารภายในพรรคมีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินแผนพัฒนาประเทศ เนื่องจากโครงการสำคัญหลายด้านต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานส่วนกลาง รัฐบาลท้องถิ่น และองค์กรที่เกี่ยวข้อง

การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง การส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างตลาดภายในประเทศที่เป็นเอกภาพ ล้วนต้องอาศัยระบบประสานงานและการติดตามผลที่มีประสิทธิภาพ

การประชุมครั้งนี้จึงมีความสำคัญต่อการกำหนดแนวทางบริหารพรรคให้รองรับภารกิจการพัฒนาประเทศในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 แม้ไม่ได้เป็นการประชุมเพื่อประกาศแผนเศรษฐกิจฉบับใหม่โดยตรง

สำหรับการประชุมที่มีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 29 ตุลาคมนี้ สิ่งที่ต้องติดตามคือรายละเอียดของมติที่จะประกาศออกมา โดยเฉพาะแนวทางพัฒนาระบบบริหาร การกำกับติดตามนโยบาย และการเสริมสร้างความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรพรรค

ผลการประชุมจะทำให้เห็นชัดเจนขึ้นว่า จีนจะวางแนวทางบริหารภายในพรรคอย่างไร เพื่อสนับสนุนการดำเนินแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 และเป้าหมายการพัฒนาประเทศตลอดช่วงปี 2569–2573

บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย

ภาพ : CGTN