LEARNING
'ประเสริฐ'ขับเคลื่อน All for Education การศึกษาไม่ใช่'ค่าใช้จ่าย'คือ'การลงทุน'
กรุงเทพฯ-'ประเสริฐ'กล่าวปาฐกถาพิเศษ "Thailand Education Next for All : พลิกโฉมอนาคตการศึกษาไทย" ในงาน "Matichon Forum 2026 : Thailand Education Next for All พลิกโฉมอนาคตการศึกษาไทย"
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวปาฐกถาพิเศษ "Thailand Education Next for All : พลิกโฉมอนาคตการศึกษาไทย" ในงาน "Matichon Forum 2026 : Thailand Education Next for All พลิกโฉมอนาคตการศึกษาไทย" ณ ห้องอินฟินิตี้ 1-2 โรงแรม พูลแมน คิง เพาเวอร์ (รางน้ำ) กรุงเทพฯ
ทำไมการศึกษาไทยจึงต้อง "เปลี่ยน"
รมว.ศธ. ได้กล่าวสะท้อนภาพอนาคตของการศึกษาไทย ที่ต้องเร่ง "พลิกโฉม" ครั้งใหญ่ เพื่อให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด "All for Education" โดยเฉพาะ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับปัจจุบัน ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2542 (ผ่านมา 27 ปี) ในยุคนั้นที่เทคโนโลยีต่างจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง ประกอบกับภายในปี 2030 AI จะเข้ามาสร้างงานใหม่ถึง 170 ล้านตำแหน่ง งานเดิมหายไปถึง 92 ล้านตำแหน่ง และทักษะกว่า 40% จะเปลี่ยนไป รวมทั้งการเกิดของเด็กไทยลดลงต่ำที่สุด เป็นประวัติการณ์ เหลือเพียง 400,000 กว่าคนต่อปี ทำให้เราต้องเน้นการสร้าง "คุณค่าและคุณภาพ" ของคนให้สูงขึ้น เพื่อชดเชยปริมาณแรงงานที่ลดลง
ร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ (ธันวาคมนี้) มีหลักการสำคัญ
- กระจายอำนาจสู่สถานศึกษา ให้มีความเป็นอิสระ 4 ด้าน (บริหาร, วิชาการ, บุคคล, การเงิน)
- ปรับงบประมาณเป็นแบบบล็อกเกรนต์ (Block Grant) ให้โรงเรียนยืดหยุ่นในการใช้จ่ายตามบริบทพื้นที่
- ลดภาระงานเอกสารและงานที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ครูได้มีเวลาอยู่กับเด็กและห้องเรียนอย่างเต็มที่
- การศึกษาที่ยืดหยุ่น-หลากหลาย ให้ผู้เรียนเลือกเส้นทางเดินตามความถนัด ลดช่องว่างระหว่างสิ่งที่เรียนกับโลกการทำงานจริง
- ปรับเปลี่ยนมุมมองการศึกษา ไม่ใช่ "ค่าใช้จ่าย (Expense)" แต่คือ "การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศ" (ธนาคารโลกชี้ว่าการศึกษาเพิ่มขึ้น 1 ปี ช่วยเพิ่มรายได้ของคนๆ นั้นถึง 9% ต่อปี)
ผลการประเมิน PISA - การบ้านที่ต้องเร่งแก้
ผลประเมิน PISA 2025 มีสัญญาณที่ดีขึ้น โดยคะแนนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนไทย เพิ่มขึ้น 23 คะแนน และอันดับขยับขึ้น 6 อันดับ (จาก 58 สู่ 52) แต่เราก็มีโจทย์ใหญ่ ในการขยับสัดส่วนนักเรียนที่มีสมรรถนะวิทยาศาสตร์ระดับสูง ให้อยู่ในค่าเฉลี่ย OECD กว่า 7% ให้ได้ และ 'ทักษะคณิตศาสตร์และการอ่าน' ที่ยังคงต่ำกว่ามาตรฐานด้วย รวมทั้งการแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา (Zero Dropout) ที่ต้องดึงเด็กทุกคนกลับมาลดความเหลื่อมล้ำ
วิสัยทัศน์สู่อนาคต (ปี 2030 และเวทีระดับโลก)
การขับเคลื่อนหลักสูตร ที่เน้นการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาจริง และทักษะ AI/ดิจิทัล พร้อมนำประเทศไทยไปสู่บทบาทผู้นำระดับโลก โดยกระทรวงเตรียมเป็นเจ้าภาพร่วมกับ UNESCO ในการจัดประชุมการศึกษานานาชาติ (Education Meeting) ณ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม – 2 เมษายน 2570 เพื่อผลักดันวาระการศึกษาอาเซียน (ASEAN Education Agenda) ก่อนที่ไทยจะเป็นประธานอาเซียนในปี 2028
"ผมขอสรุป 3 ประโยคสำคัญในฐานะ รมว.ศธ. ว่า 1. 'โลกเปลี่ยนไปแล้ว บริบททุกอย่างต้องเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน' เพื่อให้มนุษย์แก้ปัญหาและพัฒนาตนเองได้ 2. 'นโยบายต้องมีความต่อเนื่อง' กฎหมายการศึกษา ต้องเป็นเสมือนธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้เด็กไทยทุกคน ไม่ใช่ของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง และ 3. 'การศึกษาไม่ใช่ภารกิจของกระทรวงฯ เพียงอย่างเดียว แต่เป็นภารกิจของคนไทยทุกคน' ภายใต้แนวคิด All for Education เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตประเทศไทย ร่วมกัน" รมว.ศธ.กล่าว
