ECON & BIZ
ก.เกษตรชูความร่วมมือไทย-รัสเซียสร้าง ความมั่นคงทางอาหารเพิ่มจุดแข็งเกษตร
กรุงเทพฯ-เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุม The 2nd Russian - Thai Investment Forum ภายใต้หัวข้อ “ความมั่นคงทางอาหาร: การค้าสินค้าเกษตรและกฎระเบียบ” (Food Security : Agricultural Trade and Regulation) โดยมี นายวีริศ อัมระปาล คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ โรงแรมรอยัล ออร์คิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ว่า ท่ามกลางความท้าทาย ระดับโลกทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานความมั่นคงทางอาหารไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านการเกษตร แต่เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เสถียรภาพทางสังคมและสันติภาพของโลก ดังนั้น การสร้างความมั่นคงทางอาหารจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งการสร้างเครือข่ายคู่ค้าที่เชื่อถือได้ การกระจายแหล่งจัดหาสินค้า และการพัฒนาระบบโลจิสติกส์
ในโอกาสเดียวกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือกับนายวลาดีเมียร์ อีลีชอฟ (Mr. Vladimir Ilichyov) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ผู้ว่าการ Krasnodar สหพันธรัฐรัสเซีย และเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงศักยภาพของไทยและรัสเซียในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประชาคมโลก เพื่อขจัดความกังวลด้านภาวะการขาดแคลนอาหาร ด้วยการสร้างความร่วมมือระหว่างกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยการนำจุดแข็งที่แตกต่างกันมาสร้างประโยชน์ร่วมกัน และการใช้ศักยภาพของแต่ละประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อยกระดับระบบเกษตรและอาหาร เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และขยายโอกาสทางการค้า
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงการยกระดับด้านการค้าสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างกัน โดยไทยได้ผลักดัน การเปิดตลาดและขยายการส่งออกสินค้าเกษตรไทยที่มีศักยภาพสูง เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์ประมงแปรรูป ผลไม้เขตร้อนสดและแปรรูป และข้าวจากไทย เป็นต้น ในขณะที่รัสเซียแสดงความสนใจที่จะส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญ อาทิ เนื้อวัวพรีเมียม ธัญพืช ข้าวสาลี อาหารทะเล และพืชน้ำมัน (น้ำมันเรพซีด) ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะได้หารือในรายละเอียด ภายใต้กรอบการประชุมด้านการเกษตรระหว่างไทย - รัสเซีย ในโอกาสต่อไป
ทั้งนี้ รัสเซียเป็นประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับที่ 34 ของไทย ในระหว่างปี 2566 - 2568 มีสัดส่วนการค้าสินค้าเกษตรร้อยละ 0.32 ของมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรของไทยกับโลก โดยในปี 2568 มีมูลค่าการค้าสินค้าเกษตร 8,228 ล้านบาท โดยมีอัตราการค้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 7.76 ต่อปี สินค้าส่งออกไทยที่สำคัญ ได้แก่ 1) ปลาทูน่า ปลาสคิปแจ็ค และปลาโบนิโตปรุงแต่ง 2) สับปะรดปรุงแต่ง 3) ซอสและของปรุงรสอื่น ๆ 4) ข้าวที่สีบ้างแล้วหรือสีทั้งหมด และ 5) อาหารสุนัขหรือแมวสำหรับขายปลีก ตามลำดับ โดยไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ากับรัสเซียมาโดยตลอด
