TECH & AI

ปลดล็อกศักยภาพSMEไทยด้วยAIพลิก ธุรกิจขนาดเล็กสู่การเติบโตที่ยิ่งใหญ่



กรุงเทพฯ, ประเทศไทย 3 พฤศจิกายน 2569 – ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของไทยอาจเป็นกุญแจสำคัญที่กำหนดอนาคตเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจุบัน SMEs มีสัดส่วนสูงถึง 99.5% ของธุรกิจทั้งหมดในประเทศไทย และสร้างการจ้างงานเกือบ 70% ของกำลังแรงงานทั่วประเทศ แต่กลับมีส่วนสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เพียงประมาณ 35% เท่านั้นดังนั้น หาก SMEs ส่วนใหญ่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจหรือพัฒนานวัตกรรมได้ แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อเกิดขึ้นในวงกว้าง ก็อาจช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตและพัฒนาได้อย่างมีนัยสำคัญ

เทคโนโลยี AI มีศักยภาพในการช่วยยกระดับภาคธุรกิจ โดยปัจจุบันผู้ประกอบการ SMEs ส่วนใหญ่เริ่มนำ AI มาใช้เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายที่สามารถนำ AI มาต่อยอดจนเกิดผลลัพธ์ได้อย่างเต็มศักยภาพ ขณะที่โครงการภาครัฐอย่าง AI for All ถือเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจนำ AI โดยเฉพาะเทคโนโลยี Agentic AI ซึ่งเป็นพัฒนาการล่าสุด มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพและขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับประเทศ

ความพยายามในการสนับสนุนให้ธุรกิจ SMEs เติบโตจึงมีความสำคัญ เพราะเบื้องหลังธุรกิจเหล่านี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขในรายงานเศรษฐกิจ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนและชุมชนทั่วไทย ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อริมทางในจังหวัดเชียงรายที่ยังคงเปิดให้บริการในยามดึก อู่ซ่อมมอเตอร์ไซค์ในหาดใหญ่ที่คนในละแวกนั้นต่างไว้วางใจ หรือนักออกแบบฟรีแลนซ์ในภูเก็ตที่มีรายได้จากลูกค้าในต่างประเทศ ซึ่งช่วยหล่อเลี้ยงธุรกิจท้องถิ่น ตั้งแต่ร้านอาหาร บาร์ ไปจนถึงฟิตเนส เพราะความสำเร็จของธุรกิจเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของความสำเร็จของเศรษฐกิจไทย และเมื่อธุรกิจเติบโต ชุมชนที่รายล้อมอยู่ก็ย่อมเติบโตไปด้วย

AI Agent จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้ SMEs ไทยต่อยอดธุรกิจและเติบโตได้มากกว่าเดิม ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับความท้าทายใดก็ตาม

AI Agent ตัวช่วยที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการทางธุรกิจ

ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถนำ AI มาใช้แก้ปัญหาทางธุรกิจได้เพียงบางด้านเท่านั้น เช่น Generative AI ที่ช่วยสร้างสื่อการตลาดหรือร่างสัญญา แต่ยังไม่สามารถติดตามผลการดำเนินงาน หรือดำเนินการต่อเนื่องไปจนถึงขั้นส่งเอกสารให้ซัพพลายเออร์ได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังต้องคอยป้อนคำสั่งและกำกับการทำงานของ AI ในทุกขั้นตอน ทุกครั้งที่ใช้งานอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม AI Agent ได้เปลี่ยนข้อจำกัดดังกล่าว โดยแม้แต่ AI Agent ที่ไม่ซับซ้อนก็สามารถดำเนินงานที่มีหลายขั้นตอนได้ เช่น การนัดหมาย การส่งเอกสาร หรือการติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทั้งยังสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องรอรับคำสั่งจากผู้ใช้งานอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญ ทุกคนสามารถสร้าง AI Agent ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาหรือตอบโจทย์ความต้องการในบริบทต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรมเลย

ตัวอย่างเช่น ร้านสะดวกซื้อในจังหวัดเชียงรายสามารถสร้าง AI Agent เพื่อช่วยติดตามรายการซื้อสินค้า จัดเก็บใบแจ้งหนี้ และคำนวณผลกำไรของสินค้าแต่ละรายการโดยอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มอัตรากำไรสูงสุดในระยะยาว

ขณะที่อู่ซ่อมรถในหาดใหญ่สามารถสร้าง AI Agent เพื่อแนะนำช่างซ่อมรถมือใหม่ว่าควรใช้เครื่องมือใดในการซ่อมรถแต่ละคัน โดยอาศัยเพียงภาพถ่ายเครื่องยนต์หรือยางรถยนต์

ส่วนนักออกแบบฟรีแลนซ์ในภูเก็ตสามารถสร้าง AI Agent เพื่อช่วยจัดการตารางนัดหมายกับลูกค้า บันทึกชั่วโมงการทำงานและคำนวณค่าบริการตามอัตราที่กำหนดไว้ ก่อนนำข้อมูลมาจัดทำใบแจ้งหนี้สำหรับส่งให้ลูกค้าแต่ละรายได้ทันทีเมื่อสิ้นสุดรอบการทำงานในแต่ละเดือน

AI Agent เหล่านี้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างอัตโนมัติและต่อเนื่อง แม้ในช่วงเวลาที่พนักงานหยุดพัก จึงช่วยให้ผู้ประกอบการและบุคลากร มีเวลาและทรัพยากรมากขึ้นสำหรับการขยายธุรกิจ พัฒนาทักษะใหม่ ๆ หรือสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่แตกต่างออกไป ส่งผลให้ SMEs สามารถยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและมุ่งวางแผนการเติบโตในอนาคต แทนที่จะต้องทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดไปกับการประคองธุรกิจให้อยู่รอดในแต่ละวัน

แม้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับ SMEs เพียงแห่งเดียวอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านใหม่ การขยายตลาดไปยังต่างประเทศ หรือการให้บริการลูกค้าได้รวดเร็วและใส่ใจมากขึ้น แต่หาก SMEs นับล้านแห่งทั่วประเทศสามารถพัฒนาธุรกิจของตนได้ในลักษณะเดียวกัน ก็จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความท้าทายในอนาคต

3 คุณสมบัติสำคัญของ AI Agent ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ SMEs

เพื่อให้ SMEs สามารถนำ AI Agent มาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้ง AI Agent และแพลตฟอร์มสำหรับสร้าง AI Agent จึงต้องมีคุณสมบัติสำคัญ 3 ประการ ก่อนที่ผู้ประกอบการจะตัดสินใจนำมาใช้งานเสมือนเป็นสมาชิกใหม่ของทีม

ประการแรก AI Agent ต้องทำงานได้อย่างสม่ำเสมอ สามารถเชื่อมต่อและเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่ SMEs ใช้งานอยู่ได้อย่างราบรื่น พร้อมให้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันทุกครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่แชตบอต Generative AI ทั่วไปยังไม่สามารถทำได้

ประการที่สอง AI Agent ต้องสามารถทำงานร่วมกับคนและระบบต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น โดย AI Agent ควรรองรับเครื่องมือที่ SMEs ใช้อยู่แล้ว ตั้งแต่การสร้างอีเมลและแก้ไขสเปรดชีตออนไลน์ ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลโดยตรงจากระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) และระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) นอกจากนี้ ยังต้องกำหนดขอบเขตการทำงานไว้อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้ AI Agent ดำเนินการเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต เช่น การเข้าถึงกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) หรือการซื้อสินค้าโดยไม่ได้รับอนุมัติจากมนุษย์

ประการสุดท้าย AI Agent ต้องสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องอาศัยการควบคุมจากมนุษย์ตลอดเวลา และพร้อมปฏิบัติงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง แม้ในช่วงที่พนักงานกำลังรับผิดชอบงานอื่นหรือพักผ่อนอยู่ก็ตาม ความสามารถนี้จะช่วยให้ SMEs เพิ่มผลิตภาพในการดำเนินธุรกิจได้มากขึ้น โดยไม่ต้องเพิ่มภาระให้กับบุคลากร

เมื่อผู้ประกอบการรายย่อยทุกแห่งสามารถเข้าถึง AI Agent ที่มีคุณสมบัติทั้งสามประการนี้ได้ ก็จะช่วยให้ธุรกิจสามารถฟื้นฟูประสิทธิภาพการดำเนินงานและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และเมื่อ SMEs สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งขึ้น เศรษฐกิจและสังคมไทยโดยรวมก็จะได้รับประโยชน์และเติบโตไปพร้อมกัน

ปัจจุบัน ผู้ประกอบการรายย่อยไทยสามารถเริ่มสร้าง AI Agent ของตนเองด้วยภาษาไทยได้แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ด้านการเขียนโปรแกรม ผ่าน Gemini Enterprise บน AiPASS ซึ่งเปิดให้บริการสำหรับคนไทยแล้ววันนี้

บทความโดย: สรุจ ทิพเสนา Country Manager, Google Cloud ประเทศไทย