GLOBAL C
มองโกเลียในชูยุทธศาสตร์‘ทรัพยากร ความหนาว’พลิกอากาศหนาวสุดขั้วสู่แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ฮูฮอต, 8 ม.ค. (ซินหัว) - ทะเลสาบที่กลายเป็นน้ำแข็งภายในอุทยานพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งชาติแม่น้ำเหมี่ยนตู้ (Miandu River National Wetland Park) เมืองหยาเค่อสือ ในเขตปกครองตนเองมองโกเลียในทางตอนเหนือของจีน จะเปลี่ยนสภาพเป็นสนามทดสอบยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของจีนทุกๆ ช่วงฤดูหนาว แม้อุณหภูมิจะดิ่งลงต่ำกว่าลบ 40 องศาเซลเซียส แต่สถานที่แห่งนี้ยังคงดึงดูดวิศวกรจากทั่วโลกกว่า 60,000 คนต่อปี ให้เดินทางมาทดสอบสมรรถนะของยานยนต์ภายใต้สภาวะอากาศสุดขั้ว
โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 2006 หลังบริษัท บ๊อช (Bosch) ได้เช่าพื้นที่ผิวน้ำแข็งขนาด 300 เฮกตาร์ (ราว 1,875 ไร่) ต่อมาในปี 2024 สถานที่แห่งนี้ได้รับรองการทดสอบยานยนต์ถึง 2,676 ครั้ง และมีวิศวกรแวะเวียนมาทำงานกว่า 66,000 ครั้ง สร้างรายได้กว่า 179 ล้านหยวน (ราว 804 ล้านบาท) พร้อมทั้งสร้างงานให้กับคนในพื้นที่มากกว่า 2,000 ตำแหน่ง ปัจจุบัน เมืองหยาเค่อสือครองส่วนแบ่งการตลาดการทดสอบยานยนต์ในฤดูหนาวของจีนสูงถึงร้อยละ 40
รูปแบบธุรกิจนี้สามารถสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์ระบบนิเวศได้อย่างลงตัว โดยในช่วงฤดูร้อน พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกอพยพ ส่วนในฤดูหนาวจะเปลี่ยนบทบาทเป็นห้องปฏิบัติการกลางแจ้ง
รายได้ทั้งหมดจากการให้เช่าพื้นที่และการออกใบอนุญาตจะถูกนำไปลงทุนซ้ำเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ ตามวงจรยุทธศาสตร์การ "ใช้น้ำแข็งหล่อเลี้ยงพื้นที่สีเขียว"
พื้นที่ทดสอบยานยนต์ถูกจำกัดให้ครอบคลุมเพียงร้อยละ 5.28 ของพื้นที่อุทยานทั้งหมด เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ อาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกของบริษัทต่างๆ ยังถูกกำหนดให้ตั้งอยู่นอกเขตแนวอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างเคร่งครัด ช่วยให้มั่นใจได้ว่าสภาพภูมิอากาศที่คงที่และความหนาวเย็นสุดขั้วของภูมิภาคจะยังคงได้รับการรักษาไว้เพื่อเป็นจุดแข็งทางอุตสาหกรรมต่อไป
อุตสาหกรรมการทดสอบรถยนต์ในสภาพอากาศสุดขั้วยังช่วยกระตุ้นภาคบริการและการเกษตรในท้องถิ่นให้เติบโต โดยช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองหยาเค่อสือเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 65 และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 46 ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นว่าทรัพยากรในฤดูหนาวสามารถเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สร้างความคึกคักทางเศรษฐกิจให้กับภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เทศกาลน้ำแข็งและหิมะแห่งมองโกเลียใน (Inner Mongolia Ice & Snow Festival) ซึ่งเปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2025 ได้ช่วยส่งต่อแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจไปสู่กลุ่มผู้บริโภคทั่วไป โดยมีการผสมผสานการแข่งขันรถยนต์ระดับมืออาชีพเข้ากับการท่องเที่ยว เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางผ่านทุ่งหิมะและผืนป่าท่ามกลางอากาศหนาวจัด รูปแบบการพัฒนาแบบ "กีฬาและการท่องเที่ยว" นี้ได้สร้างประโยชน์อย่างมากต่อภาคการขนส่ง โรงแรมที่พัก และธุรกิจร้านอาหารในภูมิภาค
เทศกาลนี้ครอบคลุมการแข่งขันที่จัดขึ้นใน 3 พื้นที่ย่อยของเมืองฮูหลุนเป้ยเอ่อร์ โดยเฉพาะในการแข่งขันช่วงเมืองเอ๋อเอ่อร์กู่น่า คาดว่าจะมีการตอบรับจากรถที่เข้าร่วมแข่งขันถึง 400 คัน นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ในพื้นที่อื่นๆ เช่น การสัมผัสวิถีชีวิตเผ่ากวางเรนเดียร์ในเมืองเกินเหอ ทัศนียภาพหิมะกลางทะเลทรายในแคว้นอาลาซ่าน และเทศกาลน้ำแข็งนานาชาติในเมืองหม่านโจวหลี่
ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2024-มกราคม 2025 สวนสนุกธีมน้ำแข็งและหิมะทั้ง 13 แห่งในมองโกเลียใน สามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมรวม 29.79 ล้านหยวน (ราว 134 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.76 เมื่อเทียบปีต่อปี กล่าวได้ว่ามองโกเลียในประสบความสำเร็จในการนำเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นมาใช้เพื่อกระตุ้น "ทรัพยากรความหนาวเย็น" (Cold Resources) และสร้างการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน
(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/551914_20260108 , https://en.imsilkroad.com/p/349086.html)
ภาพประกอบข่าว
ภาพจาปก: (แฟ้มภาพซินหัว : เหล่าศิลปินร่วมโพสท่าถ่ายภาพภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดมหกรรมน้ำแข็งและหิมะนาดาม (Ice and Snow Nadam Fair) ครั้งที่ 21 ณ เขตไห่ลาเอ่อร์ เมืองฮูหลุนเป้ยเอ่อร์ เขตปกครองตนเองมองโกเลียในทางตอนเหนือของจีน วันที่ 21 ธ.ค. 2025)
%20Transforming%20winter%20chill%20into%20economic%20heat%20in%20north%20China's%20Inner%20Mongolia%20(2)_0.jpg)
(แฟ้มภาพซินหัว : การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านในช่วงพิธีเปิดมหกรรมน้ำแข็งและหิมะนาดาม (Ice and Snow Nadam Fair) ครั้งที่ 21 ณ เขตไห่ลาเอ่อร์ เมืองฮูหลุนเป้ยเอ่อร์ เขตปกครองตนเองมองโกเลียในทางตอนเหนือของจีน วันที่ 21 ธ.ค. 2025)
