GLOBAL C

บทวิเคราะห์ จีนเป็นโอกาสการพัฒนาที่ สำคัญยิ่งของโลก



การประชุมฟอรั่มเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ประจำปี 2026 ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อเร็วๆ นี้ การประชุมครั้งนี้มีประเด็นเกี่ยวกับจีนมากมาย ผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่า โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นปัจจุบัน จำเป็นต้องมีการเจรจาและความร่วมมือมากยิ่งขึ้นเพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลก จากการที่จีนมีการพัฒนาที่มั่นคงและยืนหยัด สนับสนุนการค้าเสรีและปกป้องพหุภาคีนิยม ได้เติมเต็มความมั่นคงอันทรงคุณค่าให้แก่เศรษฐกิจโลก และกำลังกลายเป็นโอกาสการพัฒนาที่สำคัญยิ่งของโลก

ตามข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนระบุว่า ในปี 2025 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนแตะระดับใหม่เป็นครั้งแรกด้วยตัวเลขกว่า 140 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 5.0% จากปีก่อนหน้า ผลงานอันโดดเด่นนี้เป็นที่สนใจและยอมรับอย่างกว้างขวางของประชาคมโลก เมื่อเร็วๆ นี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปี 2025 เป็น 5% พร้อมกับปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตในปี 2026 ด้วย ท่ามกลางสถานการณ์อันซับซ้อน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังอ่อนแรง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทวีความรุนแรง และกระแสกีดกันทางการค้าเพิ่มสูงขึ้น การที่จีนสามารถรักษาแรงขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องและคาดการณ์ได้ จึงยิ่งมีคุณค่า และช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโลก

เมื่อเร็วๆ นี้ เวทีเศรษฐกิจโลกได้ประกาศรายชื่อ “โรงงานประภาคาร” (Lighthouse Factory) ระดับโลกชุดใหม่ ซึ่งมีบริษัทจากจีนถึง 16 บริษัท คิดเป็นสัดส่วนราว 70% ในประเทศจีน เทคโนโลยีล้ำหน้าอย่างปัญญาประดิษฐ์กำลังบูรณาการเข้ากับภาคการผลิตอย่างรวดเร็ว กลายเป็นเส้นทางสำคัญในการพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่ และการสร้างระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่

การเติบโตอย่างมั่นคงของเศรษฐกิจจีน เป็นการเติบโตที่เชื่อมโยงอย่างลึกซึ้ง เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน และแบ่งปันโอกาสร่วมกันกับโลกภายนอก จีนมีระบบอุตสาหกรรมที่ครบถ้วนสมบูรณ์ มีห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่ครบวงจร มีความสามารถในการสนับสนุนสูง และการตอบสนองที่รวดเร็ว เมื่อเผชิญกับความท้าทายจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานโลกบ่อยครั้ง ระบบการผลิตของจีนได้แสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพและความน่าเชื่อถืออันแข็งแกร่ง กลายเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญที่ขาดไม่ได้ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลก และเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการดำเนินอย่างราบรื่นของเศรษฐกิจโลก

จีนยังมีตลาดขนาดใหญ่มหาศาลที่เปี่ยมด้วยศักยภาพ ประชากรกว่า 1,400 ล้านคน เป็นผู้มีรายได้ปานกลางกว่า 400 ล้านคน ได้ก่อให้เกิดพื้นที่การบริโภคขนาดใหญ่ที่มีความหลากหลาย โครงสร้างที่กำลังยกระดับอย่างต่อเนื่อง และอุปสงค์ที่ขยายอย่างไม่หยุดยั้ง ในปี 2025 ยอดการนำเข้าสินค้าของจีนทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แตะระดับ 18.5 ล้านล้านหยวน มอบโอกาสทางการตลาดอันกว้างใหญ่ให้แก่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก และเติมพลังขับเคลื่อนอันแข็งแกร่งต่อการฟื้นตัวของการค้าโลก

จีนเดินหน้าผลักดันการเปิดประเทศเชิงระบบอย่างแน่วแน่ บูรณาการและส่งเสริมกระบวนการโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจอย่างจริงจังต่อเนื่อง และมีบทบาทเชิงรุกในการส่งเสริมกระแสโลกาภิวัตน์ เพื่อผลักดันให้ประเทศต่างๆ บูรณาการผลประโยชน์จากการพัฒนาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และเสริมสร้างความสามารถของประชาคมระหว่างประเทศในการร่วมกันแก้ไขความท้าทายระดับโลก ปัจจุบัน จีนกลายเป็นคู่ค้าหลักของกว่า 150 ประเทศและภูมิภาค ณ สิ้นปี 2025 จีนได้เปิดบริษัทในต่างประเทศมากกว่า 50,000 แห่งในกว่า 190 ประเทศและภูมิภาค ยอดการลงทุนในต่างประเทศของจีนติดสามอันดับแรกของโลกติดต่อกันเป็นเวลา 9 ปี สัดส่วนการมีส่วนร่วมของจีนต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกทรงตัวอยู่ที่ราว 30% ติดต่อกันหลายปี

ในฐานะประเทศใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ จีนยืนหยัดเคียงข้างพหุภาคีนิยมมาโดยตลอด และยืนหยัดปกป้องระบบระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติเป็นศูนย์กลาง รวมทั้งระบบการค้าพหุภาคีที่มีองค์การการค้าโลกเป็นแกนหลัก จีนมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาผลิตภัณฑ์สาธารณะระดับโลก ส่งเสริมการเชื่อมโยงถึงกันและแบ่งปันประสบการณ์ด้านการพัฒนาและการบริหารจัดการผ่านการร่วมสร้าง “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” อย่างมีคุณภาพสูง ตลอดจนกลไกความร่วมมือพหุภาคีระหว่างประเทศอื่นๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มเสถียรภาพและพลังบวกอันทรงคุณค่าให้แก่เศรษฐกิจโลก จุดยืนและการปฏิบัติของจีนได้ช่วยถ่วงดุลกระแสต่อต้านโลกาภิวัตน์อย่างมีประสิทธิภาพ เติมพลังแห่งความมีเหตุมีผลให้แก่เศรษฐกิจโลก และมอบพื้นที่การเติบโตและโอกาสแห่งความร่วมมือใหม่ๆ ให้แก่โลกอย่างต่อเนื่อง

เขียนโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CMG)