POLITICS

ยธ.ร่วมทส.ลงตรวจโกดังไม้มีค่าที่อยุธยา พบกว่า1.1พันลบ.ม.สั่งล่าต่อแก๊งมอดไม้



กรุงเทพฯ-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังไม้มีค่าพื้นที่บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา พบมีค่ากว่า 1,100 ลูกบาศก์เมตร ลุยเดินหน้าปราบเครือข่ายค้าลักลอบไม้มีค่าตามนโยบายรัฐบาล

ในวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่ติดตามการตรวจสอบโกดังของบริษัท ภาคินเทรดดิ้ง (5588) จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชนุดม เพชรสังข์ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า นายโกสิทธิ์ นิลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นายชุติเดช กมนณชนุตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม และพันตำรวจเอก ณัฐพล อะกะเรือน ผู้กำกับการกองกำกับการกอง 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พันตำรวจเอก อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรบางปะหัน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ในปฏิบัติการครั้งนี้

โดยการลงพื้นที่ในปฏิบัติการตรวจสอบโกดังดังกล่าว พบว่า ไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้มีค่าหลายชนิดปะปนกันที่มีเหตุสงสัยว่าอาจได้มาในความครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรมป่าไม้จึงมีได้อายัดและตรวจนับไม้ของกลาง พร้อมอุปกรณ์ในการกระทำความผิดเพื่อตรวจสอบอีกครั้งเนื่องจากไม้มีจำนวนมาก คิดเป็นปริมาณไม่ต่ำกว่า 3,350 ท่อน/แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 1,100 ลูกบาศก์เมตร มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งหากคำนึงถึงคุณภาพไม้อาจมีมูลค่าทางการค้าสูงถึง 3,000 ล้านบาท และในส่วนของกระทรวงยุติธรรม โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้อายัดเอกสารและรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ โดยจะนำไปตรวจสอบเพื่อใช้ประกอบการตรวจพิสูจน์และขยายผล เบื้องต้นพบว่า เอกสารกับไม้ภายในบริษัทดังกล่าวมีพิรุธหลายอย่าง เชื่อได้ว่าอาจจะไม่ตรงกัน โดยจะรวบรวมไฟล์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และประสานการปฏิบัติกับกรมป่าไม้เพื่อพิจารณาดำเนินการตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ต่อไป นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ติดตามขยายผลพบความเคลื่อนไหว เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 01.30 น. มีการนำเข้า-ส่งออกไม้จากโกดังแห่งนี้ โดยใช้รถยนต์บรรทุกเทรลเลอร์มุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี พบไม้ประดู่จำนวน 34 ท่อน ปริมาตรและความยาวไม่ตรงกับเอกสารที่นำมาแสดงให้กับทางเจ้าหน้าที่ จึงได้อายัดรถยนต์บรรทุกเทรลเลอร์ พร้อมไม้ประดู่ 34 ท่อน ซึ่งอยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ และได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชบ.1 (บางละมุง) จังหวัดชลบุรี และเมื่อเวลา 10.00 น. ได้ตรวจยึดและอายัดรถบรรทุกจำนวน 2 คัน โดยได้มีการดำเนินคดี จำนวน 1 คัน ซึ่งบรรทุกไม้มาจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มีลักษณะการลักลอบซุกซ่อนไม้ประดู่โดยสำแดงสินค้าเป็นมันสำปะหลังเพื่ออำพรางการตรวจสอบ ส่วนรถบรรทุกอีก 1 คัน ที่บรรทุกไม้มาจากจังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีการอายัดเพื่อรอการตรวจสอบต่อไป              

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ระบุชนิดเป็นจำพวกนกได้จำนวน 10 ชนิด 28 ซาก จำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไม่ทราบชนิดจำนวน 4 ชิ้นเนื้อ เกล็ดลิ่นน้ำหนัก 900 กรัม และระบุเป็นกลุ่มได้จำนวน 21 กลุ่ม จำนวน 68 ซาก รวมซากสัตว์ป่าของกลางทั้งสิ้น 96 ซาก และ 4 ชิ้นเนื้อ โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะนำไปตรวจสอบพิสูจน์ชนิดซากสัตว์ป่าของกลาง และเก็บรักษาตามระเบียบหรือจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะบูรณาการเดินหน้าสืบสวน ขยายผล และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินและยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด เพื่อตัดวงจรการลักลอบค้าไม้ข้ามชาติอย่างถอนรากถอนโคนและปกป้องผืนป่าอันเป็นสมบัติล้ำค่าของชาติให้คงอยู่สืบไป