IN NEWS
รัฐเร่งดูแลค่าครองชีพและราคาพลังงาน 'อนุทิน'ตั้ง'โบว์ ณัฎฐา'เป็นโฆษกศบก.
กรุงเทพฯ-รัฐเร่งดูแลค่าครองชีพและราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด เตรียมออกมาตรการลดราคาสินค้ากว่า 1,000 รายการ รับมือวิกฤตราคาสินค้าและราคาพลังงานที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชน พร้อมเปิดเพจรวมข้อมูลของ ศบก. ไว้ในจุดเดียว
วันนี้ (วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2569) เวลา 16.30 น. ณ ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบก. มอบหมายให้นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ครั้งที่ 7/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สถานการณ์ด้านพลังงาน ราคาสินค้า และความมั่นคงภายในประเทศ
ที่ประชุมได้รับรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานของ ศบก. โดยรองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ประเด็นสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจ ได้แก่ ผลกระทบด้านพลังงาน ค่าครองชีพ และสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่ง ศบก. มีเป้าหมายปรับรูปแบบการสื่อสารให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก ชัดเจน และเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ผ่านการพัฒนารูปแบบการประชาสัมพันธ์ใหม่
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งนางสาวณัฏฐา มหัทธนา เป็นโฆษก ศบก. โดยจะปรับรูปแบบการแถลงข่าวให้ชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ โฆษก ศบก. ระบุว่า การสื่อสารเป็นภารกิจเร่งด่วน โดยจะคงการแถลงข่าวประจำวัน เวลา 11.00 น. ไว้เช่นเดิม แต่ปรับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันชี้แจงและตอบคำถามสื่อในภาพรวม แทนการรายงานแยกส่วน พร้อมชี้แจงข้อมูลให้กระชับ เข้าใจง่าย เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์สูงสุด
นอกจากนี้ จะมีการจัดตั้งศูนย์รวมข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ของ ศบก. “ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง”(https://www.facebook.com/share/14S8qsWkajq/?mibextid=wwXIfr)เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านพลังงาน ราคาสินค้า และการแถลงข่าวประจำวันไว้ในที่เดียว ช่วยให้ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ได้อย่างครบถ้วนและสะดวกยิ่งขึ้น
ในส่วนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง กระทรวงการต่างประเทศรายงานว่า ความขัดแย้งมีแนวโน้มขยายตัว โดยเฉพาะกรณีกลุ่มติดอาวุธฮูตีในเยเมนเข้ามามีบทบาท และมีการยิงขีปนาวุธไปยังอิสราเอล ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพด้านพลังงานโลก ขณะเดียวกัน การเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งยังไม่มีความคืบหน้า และยังมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับแรงกดดันทางการเมืองภายในของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ทำให้สถานการณ์ยังมีความผันผวน
โอกาสนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบด้านพลังงานที่อาจเกิดขึ้นในระยะต่อไป
สำหรับสถานการณ์พลังงาน กระทรวงพลังงานรายงานสถานการณ์ห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน โดยข้อมูล ณ วันที่ 28 มีนาคม ระบุว่า มีน้ำมันดิบเข้าสู่กระบวนการกลั่นจากหลายแหล่ง โดยมีสัดส่วนหลักจากตะวันออกกลาง ควบคู่กับแหล่งนำเข้าอื่นและภายในประเทศ ก่อนนำไปกลั่นเป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐาน และผสมไบโอดีเซลเพื่อผลิตเป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วสำหรับใช้ในประเทศ
น้ำมันที่ผลิตได้ถูกกระจายไปยังภาคอุตสาหกรรม การส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงจำหน่ายผ่านผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมาย โดยมีการกระจายผ่านทั้งสถานีบริการน้ำมันและผู้ค้ารายย่อย เพื่อให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ จากมาตรการผ่อนคลายการสำรองน้ำมัน ทำให้มีน้ำมันเข้าสู่ตลาดประมาณ 128 ล้านลิตร แม้ความต้องการใช้น้ำมันยังอยู่ในระดับสูง แต่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะยังคงมีปริมาณน้ำมันเพียงพอ
นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตยังได้รายงานความคืบหน้าการปราบปรามการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยได้ร่วมมือกับกองทัพเรือดำเนินการจับกุมเครือข่ายผู้กระทำผิดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันติดตามและปราบปรามอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน ขณะเดียวกัน ขอให้ฝ่ายความมั่นคงดำเนินการตรวจสอบการกักตุนสินค้าอย่างเข้มงวด
ในด้านราคาสินค้า กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการบรรเทาภาระประชาชน โดยควบคุมไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาสินค้า พร้อมจัดโครงการ “ไทยช่วยไทย” นำสินค้ากว่า 1,000 รายการมาลดราคาสูงสุด 50% รวมถึงขยายโครงการ “ธงฟ้า” เพิ่มจุดจำหน่ายมากกว่า 100 จุด และจัดรถจำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ห่างไกลในเดือนเมษายนนี้
สำหรับการช่วยเหลือเกษตรกร กระทรวงพาณิชย์เตรียมสนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย และเร่งจัดหาแหล่งวัตถุดิบทดแทน โดยประสานความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศในการกระจายความเสี่ยงด้านการนำเข้า
ด้านความมั่นคงภายในประเทศ ยังพบการชุมนุมแสดงออกของกลุ่มที่มีจุดยืนแตกต่าง แม้ยังไม่เกิดความรุนแรง แต่หน่วยงานด้านความมั่นคงจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเสี่ยงในการใช้ประเทศไทยเป็นพื้นที่พักพิงหรือทางผ่านของกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ยังมีการติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิด รวมถึงการนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อน และภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยจะประเมินและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบต่อไป
