ECON & BIZ
ก.เกษตรฯรุก'นาเดียวหลายจ๊อบ'ร่วม6ภาคี ชูมาตรฐานข้าวไทยรับCBAM/PPWR
กรุงเทพฯ-กระทรวงเกษตรฯ รุก “นาเดียวหลายรายได้” ผนึก 6 ภาคี ยกระดับมาตรฐานข้าวไทย รับมือมาตรการ CBAM และ PPWR ดันข้าวคาร์บอนต่ำลุยตลาดโลก
นายจเด็ศ จันทรา ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลหารือแนวทางยกระดับเกษตรกรโดยเพิ่มมูลค่าผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตข้าวด้วยพลังงานสะอาด โดยมุ่งเน้นส่งเสริมการทำนาข้าวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Rice) ร่วมกับเครือข่ายวิชาการและภาคเอกชน เพื่อดันโครงการ “นาเดียวหลายรายได้” ให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม ยกระดับบทบาทเกษตรกรไทยสู่การเป็นผู้นำการเกษตรสีเขียว และพลังสำคัญในการลดโลกร้อนอย่างยั่งยืน ด้วยการส่งเสริมการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง (AWD) ควบคู่กับการนำ Rice OS ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระบบการจัดการข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและระบบดาวเทียมมาใช้ตรวจวัดการลดก๊าซเรือนกระจกแบบเรียลไทม์ พร้อมการบริหารจัดการปุ๋ยสั่งตัดตามค่าวิเคราะห์ดิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตและสร้างมาตรฐานคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงที่ตลาดสากลยอมรับ
โครงการนาเดียวหลายรายได้นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน นอกเหนือจากรายได้หลักจากการจำหน่ายข้าวเปลือกแล้ว เกษตรกรยังสามารถสร้างรายได้เสริมเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1,700 – 2,300 บาทต่อรอบการผลิต ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การสร้างมูลค่าเพิ่มจากการขายคาร์บอนเครดิต ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดสากล การนำฟางข้าวมาสร้างมูลค่าในราคา 1.5 บาทต่อกิโลกรัม ควบคู่กับการงดเผาเพื่อแปรรูปเป็นพลังงานชีวมวลอัดเม็ดและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการยกระดับมูลค่าข้าวคาร์บอนต่ำสู่ตลาดพรีเมียม ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและพร้อมสนับสนุนสินค้าเกษตรที่ช่วยลดมลพิษทางอากาศ ซึ่งถือเป็นการสร้างรายได้ที่เข้มแข็ง และเปิดโอกาสให้เกษตรกรพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ อยู่ระหว่างการร่วมมือกับภาคี 6 ฝ่าย ได้แก่ ภาครัฐ มหาวิทยาลัย ศูนย์ข้าวชุมชน เอกชนผู้ซื้อ ผู้ผลิต และองค์กรมาตรฐานสากล เร่งเตรียมความพร้อมลงนาม MOU โดยยึดเป้าหมายการขยายผลจากพื้นที่ต้นแบบในจังหวัดสุพรรณบุรีไปสู่แปลงนาทั่วประเทศเพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลก ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยได้ขยับตัวเร่งปรับตัวสอดรับกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะมาตรการ CBAM ที่เริ่มขยายผลครอบคลุมมาถึงห่วงโซ่อุปทานข้าวไทย ซึ่งคู่แข่งอย่างเวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินเดีย และสหรัฐฯ ต่างเร่งปรับตัวเช่นกัน รวมถึงกฎระเบียบ Packaging and Packaging Waste Regulation: PPWR ที่บังคับใช้เรื่องบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก รวมถึงการผลักดันมาตรฐานคาร์บอนเครดิตที่ชัดเจนและการสร้างตราสัญลักษณ์ข้าวคาร์บอนต่ำบนบรรจุภัณฑ์ จะช่วยการันตีตลาดรับซื้อที่แน่นอน นำพาเกษตรกรไทยสู่วิถีชีวิตที่มีรายได้สม่ำเสมอ ควบคู่กับการนำประเทศไทยเดินหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืน
