THAILAND

ผบ.เรือนจำศรีสะเกษเปิดแหล่งท่องเที่ยว กลางเมืองศรีสะเกษฝึกผตข.ใกล้พ้นโทษ



ศรีสะเกษ-เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ที่บริเวณพื้นที่เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ นายอรรถสิทธิ์ ทองแสง ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ ได้นำผู้สื่อข่าวจังหวัดศรีสะเกษ เยี่ยมชมโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวกลางเมืองศรีสะเกษแห่งใหม่ ซึ่งเป็นจุดเช็คอิน และจะเป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจ มีร้านกาแฟ และสวนสัตว์เต่าจากแอฟริกา เรียกว่า “เต่าซูคาต้า” รวมถึงหมู่บ้าน 4 เผ่าไทย ได้แก่ เขมร ส่วย ลาว เยอ หรือกุย ให้นักท่อเที่ยวและประชาชนทั่วไป ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของจังหวัดศรีสะเกษ

นายอรรถสิทธิ์ ทองแสง ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า  เรือนจำชั่วคราวเมืองเหนือ สังกัดเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งเดียวที่ถือว่าเป็นป่าในเมืองในของจังหวัดศรีสะเกษ มีแนวคิดกับทางฝ่ายฝึกวิชาชีพ ที่จะให้เป็นที่ผู้ต้องขังได้พัฒนาพื้นที่ด้านนอกเรือนจำแห่งนี้ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 55 ไร่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยนำแนวคิดในเรื่องของบริบทของประชาชนภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดศรีสะเกษว่า น่าจะมีความถนัดทางด้านการเกษตรมากกว่า ซึ่งจะเป็นทางเลือกในการฝึกวิชาชีพให้แก่ผู้ต้องขังที่ใกล้จะพ้นโทษ เรียกง่ายๆ ก็คือเข้าเกณฑ์ที่เหลือกำหนดโทษไม่เกิน 3-6 เดือน เราจะคัดผู้ต้องขังที่ใจรักและมีความสมัครใจที่จะมาทำงานด้านการเกษตร

และขณะนี้เราได้เริ่มดำเนินการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้มาประมาณ 6 เดือนแล้ว โดยรูปแบบที่จะทำก็คือ จะทำเป็นพื้นที่ โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง เป็นศาสตร์พระราชา ของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยนำเกษตรพอเพียงฐานการเรียนรู้ในเรื่องต่างๆมาปรับใช้ เพื่อให้เป็นที่ศึกษาดูงานของบุคคลภายนอก เช่น นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เมื่อเข้ามาเยี่ยมชมในเรือนจำชั่วคราวแห่งนี้ ก็จะเห็นมิติในด้านหลากหลายที่จะเป็นในเรื่องของอัตลักษณ์ของจังหวัดศรีสะเกษ เช่น หมู่บ้านสี่เผ่าไทย ที่เรากำลังดำเนินการอยู่ก็จะมี เขมร ส่วย ลาว เยอหรือกุย ที่จะทำขึ้นมาให้เป็นที่ศึกษาของบุคคลภายนอก เป็นจุดเช็คอินและเป็นจุดเริ่มต้น เมื่อเข้ามาถึงในเรือนจำชั่วคราวเมืองเหนือแห่งนี้ เรามีองค์ประกอบอะไรบ้าง

ซึ่งส่วนใหญ่เราก็จะเน้นทางด้านการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ และขณะนี้เราได้นำเต่าสายพันธุ์จากแอฟริกา ซึ่งเป็นเต่าสัตว์พิเศษเรียกว่าเต่าซูคาต้า ได้รับความอนุเคราะห์มาจากบริษัทเกรสกราสฟาร์ม สนับสนุนเต่ามาจำนวน 2 ตัว ซึ่งเป็นเต่าเพศผู้ ชื่อก้อนเงิน และเพศเมีย ชื่อว่าก้อนทอง มาเลี้ยงอยู่ที่เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2569 ซึ่งเต่านี้เป็นสัตว์ที่มีความหมายที่ดี และเป็นเรือนจำแห่งแรกในประเทศไทย ที่นำเต่าสัตว์เลือดเย็นเรียกว่าเต่าบก เอามาเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ได้เกิดการเรียนรู้ และในอนาคตจะขยายพันธุ์ต่อไป นอกจากนี้จะมีการเลี้ยงแพะและเลี้ยงไก่ เราจะใช้อาหารที่เป็นออร์แกนิคทั้งหมด และในช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงทดลอง ว่าการนำอาหารที่เป็นออร์แกนิคแท้จริงกับอาหารธรรมชาติ จะให้ผลิตผลต่างกันอย่างไร แต่จากที่ได้ศึกษามาสักพัก อาหารที่เป็นออร์แกนิคโดยแท้จะทำให้คุณภาพของสัตว์แข็งแรง

โดยเฉพาะไก่คุณภาพของเนื้อก็จะเหลืองกว่าปกติ นอกจากจุดเช็คอินของการเลี่ยงสัตว์แล้ว เราก็ยังได้ทำสกายวอล์คให้เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เข้ามาพักผ่อนอีกด้วย เรายังจะเปิดร้านกาแฟเพิ่มอีก 1 แห่ง เพื่อเป็นที่ฝึกฝนวิชาชีพให้แก่ผู้ต้องขัง ซึ่งจะเป็น ร้านหับเผย สาขา 2 เพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่มาศึกษาดู งานได้ชมบรรยากาศบนสกายวอล์ค ซึ่งสามารถที่จะมองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกได้อย่างชัดเจน โดยขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วประมาณ 40 % ในส่วนที่เหลือก็คาดว่าจะเปิดได้อย่างเป็นทางการประมาณเดือนกรกฎาคม 2569 นี้ และจะได้เชิญท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กับผู้บริหารในจังหวัดศรีสะเกษมาร่วมในพิธีเปิดด้วย นอกจากที่ได้กล่าวไปแล้ว ก็ยังมีในเรื่องของการทำคลองไส้ไก่เพื่อเลี้ยงปลานิล เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ คาดหวังเป็นอย่างยิ่งคือเรื่องของการคืนคนดีสู่สังคม

โดยการนำผู้ต้องขังอยู่ในเกณฑ์การคัดเลือกของคณะกรรมการ ให้จำหน่ายแต่ละรุ่นประมาณ 20 คน มีโอกาสได้เตรียมความพร้อมก่อนปล่อย ได้ปรับสภาพตัวเองให้มีร่างกายจิตใจที่ข้มแข็ง ได้เรียนรู้และเห็นโลกภายนอกว่า ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพื่อเมื่อพ้นโทษออกไปแล้วจะได้ไม่ใช้เวลาในการปรับตัวมาก เป็นการเรียนรู้โดยใช้กำแพงใจในการควบคุม เพราะว่าในเรือนจำชั่วคราวแห่งนี้ เราไม่มีกำแพงที่เป็นขนาดสูง 7-8 เมตรเหมือนในเรือนจำ เพราะฉะนั้นผู้ต้องขังที่ออกมาทำงานในจุดตรงนี้ถือว่าเป็นความท้าทายของเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ ที่จะมุ่งมั่นคืนคนดีสู่สังคมโดยใช้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่กับตัวผู้ต้องขังได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ตนคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือกำแพงใจที่เราควบคุมเขาด้วยใจ ให้โอกาสให้ที่ยืนในสังคม สิ่งเหล่านี้สำคัญที่สุดที่เราจะคืนคนดีสู่สังคม ให้โอกาสผู้ต้องโทษได้มีโอกาสกลับตัวออกไปรับใช้ประชาชนต่อไป นี่ก็คือจุดมุ่งหมายสำคัญที่ในขณะได้เริ่มพัฒนาพื้นที่แล้ว

และมีอีกจุดหนึ่งที่สำคัญ คือ เราจะจัดทำหอเกียรติยศไว้ให้เห็นว่าก่อนที่ทางเรือนจำจะพัฒนาพื้นที่ เราทำอะไรไปบ้าง ซึ่งหลายๆท่านถ้าเคยขับรถผ่านบริเวณแห่งนี้ ท่านจะเห็นว่าเป็นป่ารกร้างไม่มีการพัฒนาเลย ตนก็ได้ใช้พื้นที่แห่งนี้ประมาณ 55 ไร่ และค่อยๆขยายอออกไป ซึ่งฝั่งที่ติดลำห้วยสำราญที่อยู่ทางทิศตะวันตก ตนมีแนวคิดที่จะทำสะพานเชื่อมไปยังเรือนจำชั่วคราวอีกฝั่ง ซึ่งฝั่งด้านนู้นมีพื้นที่อีกประมาณ 75 ไร่ ก็จะได้มีการพัฒนาในอนาคต และทางเรือนจำได้ประกาศเป็นเรือนจำชั่วคราวแห่งใหม่อีกแห่งหนึ่งแล้ว ตนคิดว่าในอนาคตพื้นที่แห่งนี้น่าจะเป็นทำเลทอง แล้วก็เป็นจุดที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวแห่งอื่น และนี่ก็คือผลงานที่ตนในฐานะข้าราชการเรือนจำได้วางรากฐานไว้ให้กับเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ

ข่าว/ภาพ  ....  บุญทัน  ธุศรีวรรณ