IN NEWS

'พิพัฒน์'เปิดSmart Travel Songkran' ฟรีผ่านทาง-ตรึงราคาตั๋ว-ทำใบขับขี่ง่าย



กรุงเทพฯ-“พิพัฒน์” เปิดกิจกรรม “Smart Travel Songkran 2569” ชูประโยชน์ประชาชน ฟรีค่าทางด่วน - ตรึงราคาตั๋ว - ลดขั้นตอนทำใบขับขี่สาธารณะ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดกิจกรรมการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ภายใต้แคมเปญ “ออกเวลาไหนก็ถึงบ้านเหมือนกัน Smart Travel Songkran 2569” ภายในงานมีการจัดบูธกิจกรรม เช่น จุดบริการ อาชีวะ - ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน และตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย นิทรรศการประชาสัมพันธ์ภาพรวมนโยบายและมาตรการความปลอดภัยของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวมถึงเป็นประธานในพิธีบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือการประสานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนของประวัติอาชญากรรมของผู้ขอรับหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ ขบ. กับ สตช. โดยมีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ และนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดี ขบ. และผู้บริหารในสังกัดกระทรวงคมนาคมเข้าร่วมงาน เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมมาตุลี อาคาร 10 ชั้น 3 ขบ.

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายที่มุ่งยกระดับการเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ให้ได้รับความสะดวกและปลอดภัยประทับใจการใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งในปีนี้คาดการณ์ว่าตลอดช่วงเทศกาลจะมีปริมาณผู้ที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ 18.58 ล้านคน-เที่ยว และต่างจังหวัด 3.45 ล้านคน-เที่ยว กระทรวงคมนาคมจึงเดินหน้าแคมเปญรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ภายใต้แนวคิด “ออกเวลาไหนก็ถึงบ้านเหมือนกัน Smart Travel Songkran 2569” เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างอุ่นใจ ในระบบคมนาคมขนส่ง 4 มิติ ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ สามารถเลือกเดินทางได้อย่างสบายแบบไร้รอยต่อ กระจายเวลาเดินทาง ลดการแออัดและลดอุบัติเหตุ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญของกระทรวงคมนาคม โดยอุบัติเหตุต้องเป็นศูนย์ ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้น ทั้งมิติด้านการอำนวยความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับประชาชน อาทิ การจัดหารถเสริมให้เพียงพอ การยกเว้นค่าทางด่วน 3 สายทาง (เฉลิมมหานคร ศรีรัช และอุดรรัถยา) รวม 63 ด่าน และการเชื่อมต่อระบบโดยสารสาธารณะ ทั้งรถไฟฟ้า รถประจำทาง ขสมก. มิติด้านความปลอดภัย เช่น การตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะที่จะนำมาให้บริการประชาชนตรวจสอบสภาพรถตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทาง ปลายทาง และเข้าจุด Check Point รวมถึงให้บูรณาการการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านการขนส่งทุกภาคส่วนในการอำนวยความสะดวก ดูแลประชาชนผู้เดินทางให้ถึงที่หมายโดยปลอดภัย ในส่วนของอัตราค่าโดยสารรถโดยสารประจำทางให้ตรึงราคาค่าโดยสารในราคาเดิม ถึงวันที่ 19 เมษายน 2569 โดยมาตรการปรับอัตราค่าโดยสารหลังจากวันที่ 19 เมษายน 2569 ต้องรอมติคณะรัฐมนตรี นอกจากนี้ ได้วางแนวทางการขับเคลื่อน กระทรวงคมนาคมสู่ “ระบบราชการยุคดิจิทัล” โดยเน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้ ขบ. บูรณาการร่วมกับ สตช. เชื่อมโยงข้อมูลประวัติอาชญากรรมแบบอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรอง ผู้ขับรถสาธารณะ ลดขั้นตอน การตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ที่ขอรับหรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ ให้ประชาชนได้รับการบริการที่รวดเร็ว

นายสรพงศ์ กล่าวว่า ขบ. ได้รับข้อสั่งการและดำเนินมาตรการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ช่วงก่อนเทศกาลได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจความพร้อมรถโดยสาร ณ สถานประกอบการตามแบบ Checklist เช่น ตัวรถต้องมีความสมบูรณ์มั่นคงแข็งแรงทั้งภายในและภายนอก มีการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยครบถ้วน ผู้ขับรถมีใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง ตรวจความพร้อมด้านร่างกาย และการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจช่วงระหว่างเทศกาล ตรวจเข้มความพร้อมของรถโดยสารและพนักงานขับรถแบบ 100% ตาม Checklist ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดรถ 176 แห่ง จุด Checking Point 26 จังหวัด 28 จุด และจุด Rest Area 13 จังหวัด 15 จุด จัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเร็วรถ เฝ้าระวังการใช้ความเร็วผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ของ ขบ. ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่านแอปพลิเคชัน DLT GPS Notice แจ้งเตือนพนักงานขับรถเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุกำชับผู้ประกอบการ และ TSM ให้บริหารจัดการขนส่งให้มีความปลอดภัย และรายงานการตรวจความพร้อมของตัวรถและพนักงานขับรถก่อนออกเดินทางผ่านระบบ “เช็กชัวร์ ready to go” นอกจากนี้ ขบ. ได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายจัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม - 15 เมษายน 2569 บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฟรี 20 รายการ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางและบูรณาการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ตั้งจุดบริการ “อาชีวะ - ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน” อำนวยความสะดวกร่วม 150 จุด บริเวณถนนสายหลักและสายรอง ให้บริการตรวจเช็กสภาพรถเบื้องต้น ช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินตลอดช่วงเทศกาล ทั้งนี้ การดำเนินการในทุกมาตรการจะเป็นไปด้วยความเข้มข้น รอบคอบ โดยยึดหลักสำคัญ คือ รถพร้อม คนขับพร้อม และการบริการพร้อม เพื่อร่วมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนว่าการเดินทางในช่วงเทศกาลจะเป็นไปด้วยความสะดวกและปลอดภัย

ทั้งนี้ ในส่วนของความร่วมมือการประสานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนของประวัติอาชญากรรมของผู้ขอรับหรือขอ ต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ ระหว่าง ขบ. กับ สตช. ในครั้งนี้ ได้มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ที่ขอรับหรือขอต่ออายุใบอนุญาต ขับรถสาธารณะและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ จากเดิมต้องมาที่ ขบ. เพื่อขอทำใบอนุญาตขับรถสาธารณะแล้วจึงส่งตัวบุคคลไปตรวจสอบประวัติอาชญากรรมที่ สตช. ซึ่งต้องใช้หนังสือนำส่งและใช้เวลาในการเดินทางไปตรวจสอบประวัติอาชญากรรม เปลี่ยนเป็นตรวจสอบผ่านระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์โดยตรง โดยไม่ต้องมีหนังสือนำส่งจาก ขบ. ทั้งในกรณีผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถสาธารณะ (ขอใหม่) ที่ต้องตรวจสอบประวัติเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ และกรณีผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ที่ต้องตรวจสอบประวัติโดยไม่ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ เมื่อผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมถูกส่งให้ ขบ. ประชาชนสามารถมายื่นคำขอรับหรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะหรือใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย อบรมออนไลน์ทดสอบข้อเขียน ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ แล้วเสร็จภายใน 1 วัน ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอน ลดภาระของประชาชน และสร้างความโปร่งใส่ในกระบวนการตรวจสอบที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าสู่อาชีพขับรถสาธารณะได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ในด้านการอำนวยความสะดวกของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สตช. ได้บูรณาการข้อมูลกับ ขบ. นำข้อมูลสถานตรวจสภาพรถเอกชนทั่วประเทศมาใส่ไว้ในแอปพลิเคชัน “Police Care” เพื่อให้ประชาชนติดต่อนำรถเข้าตรวจสภาพก่อนเดินทางในช่วงเทศกาล รวมทั้ง ข้อมูลแนะนำเส้นทางจราจร คำแนะนำการขับขี่ปลอดภัย ข้อมูลจุดบริการทางหลวง และช่องทางการลงทะเบียนร่วมโครงการฝากบ้านกับตำรวจ บริการตรวจสอบข้อมูลสถานีตำรวจที่รับผิดชอบ เพื่อตรวจสอบว่าที่เกิดเหตุอยู่ใน พื้นที่สถานีตำรวจใด พร้อมข้อมูลเบอร์โทรศัพท์เพื่อแจ้งเหตุได้ทันที เป็นการช่วยดูแลพี่น้องประชาชนในเดินทางกลับภูมิลำเนาพร้อมทั้งได้จัดกำลังตำรวจทั่วประเทศช่วยดูแลการจราจรและความปลอดภัยของประชาชนตลอดช่วงเทศกาล นอกจากนี้ ได้เตรียมพร้อมในการประสานข้อมูลประวัติอาชญากรรมระหว่างสองหน่วยงาน ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้นายทะเบียนประกอบการพิจารณาการออกหรือต่อใบอนุญาตขับรถสาธารณะและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ โดยประชาชนสามารถยื่นคำร้องขอตรวจสอบประวัติและจองคิวเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ ผ่านเว็บไซต์ของ สตช. สำหรับผู้ขอทำใบอนุญาตครั้งแรก และสำหรับผู้ขอต่ออายุอายุใบอนุญาตสามารถยื่นคำร้องขอตรวจสอบประวัติโดยไม่ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ ผ่านเว็บไซต์ของ สตช. เช่นกัน โดยใช้ข้อมูล ชื่อ - นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เนื่องจากเคยเก็บประวัติลายนิ้วมือมาก่อนแล้ว ทั้งนี้ สตช. จะส่งผลการตรวจไปยัง ขบ. โดยตรง อันเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ลดขั้นตอนการติดต่อราชการ ซึ่งระบบนี้คาดว่าจะเริ่มงานได้ภายใน 90 วัน หลังจากที่ทั้งสองหน่วยงานลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันในวันนี้