IN NEWS

คมนาคมแถลงผลศปถ.ช่วงสงกรานต์69 เกิดอุบัติเหตุ171ครั้งเจ็บ169ตาย24คน



ผู้ตรวจผดุงศักดิ์ กระทรวงคมนาคม แถลงผลการปฏิบัติงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 กำชับจังหวัดบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด คุมเข้มการจำหน่ายแอลกอฮอล์ - พฤติกรรมเสี่ยง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนน

วันนี้ (13 เมษายน 2569) นายผดุงศักดิ์ สรุจิกำจรวัฒนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 วันที่ 3 ของช่วงควบคุมเข้มข้น โดยศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) โดยมี นายพงษ์พันธ์ จั่นเงิน รองอธิบดีกรมทางหลวง นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้แทนกรมการขนส่งทางบก กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมการแถลงข่าว ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

นายผดุงศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้ดำเนินการรณรงค์ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ภายใต้ชื่อ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” โดยได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน สำหรับข้อมูลสถิติครั้งนี้เป็นการรายงานและเปรียบเทียบข้อมูล 76 จังหวัด และกรุงเทพฯ ศปถ. ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 12 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์ พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 171 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 169 คน และผู้เสียชีวิต 24 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ดื่มแล้วขับ และทัศนวิสัยไม่ดี ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 77.17% ส่วนใหญ่เกิดเหตุบนเส้นทางตรง บนถนนองค์การปกครองท้องถิ่น 50.88% ถนนกรมทางหลวง 34.50% ถนนกรมทางหลวงชนบท 12.28% ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เวลา 15.01 - 18.00 น. ผู้ประสบเหตุส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ช่วงอายุ 20 - 29 ปี โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ สุพรรณบุรี (10 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด คือ แพร่ (9 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ (3 ราย) โดยสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วันของการรณรงค์ (10 - 12 เมษายน 2569) รวม 515 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 486 คน ผู้เสียชีวิต 95 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด คือ ลำปาง (25 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด คือ ลำปาง (25 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ (6 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) 30 จังหวัด

นายผดุงศักดิ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ (13 เมษายน 2569) ยังเป็นวันหยุดต่อเนื่อง คาดว่าประชาชนจำนวนมากได้เดินทางถึงจุดหมายปลายทางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ช่วงเวลาดังกล่าวจึงเป็นช่วงแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ และมีประชาชนออกมาเล่นน้ำเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลให้สถิติการเกิดอุบัติเหตุมีอัตราเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ ศปถ. จึงได้ประสานขอความร่วมมือให้จังหวัดและกรุงเทพมหานคร บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ บังคับใช้กฎหมายตามมาตรการ 10 ข้อหาหลักอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อป้องปรามผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนและอุบัติภัยต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ และสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงห้ามปรามพฤติกรรมการเล่นน้ำที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุทางถนน อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยของประชาชนระหว่างเดินทางกลับบ้าน รวมถึงดูแลการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมาย โดยไม่จำหน่ายให้เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี เด็ดขาด หากผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ดื่มแล้วขับทำให้เกิดเหตุบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ให้สืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับร้านค้า ผู้สนับสนุนให้เด็กดื่มแอลกอฮอล์ และผู้ปกครองตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ควบคุมให้สถานบริการเปิด - ปิดตามเวลาที่กำหนด พร้อมดำเนินการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเพิ่มความเข้มข้นของด่านชุมชน ด่านครอบครัว ในการเฝ้าระวัง ตรวจตรา ป้องปรามผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ เน้นตักเตือนก่อนเกิดเหตุอันตราย เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน นอกจากนี้ ให้จังหวัดเตรียมพร้อมระบบสื่อสารและการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ เพื่อประสานการปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ อำนวยความสะดวกให้รถพยาบาลและรถฉุกเฉินเข้าถึงจุดเกิดเหตุและส่งตัวผู้ประสบเหตุไปยังโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้อำนวยความสะดวกการเดินทางกลับของประชาชนในด้านต่าง ๆ พร้อมเน้นย้ำหน่วยงานในสังกัดตรวจความพร้อมของการให้บริการในระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งตรวจสอบสภาพรถ ให้มีความพร้อมในการเดินทางและความพร้อมของผู้ขับขี่รถโดยสารอย่างเข้มงวด รวมทั้งต้องสามารถรองรับการเดินทางกลับของประชาชนได้อย่างเพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ตามแนวคิดการรณรงค์ของกระทรวงคมนาคม “ออกเวลาไหนก็ถึงบ้านเหมือนกัน Smart Travel Songkran 2569” ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่ากระทรวงคมนาคมมีความพร้อมในการอำนวยความสะดวกการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ และถึงจุดหมายปลายทางด้วยความปลอดภัย