IN NEWS
ยกระดับ'น้ำพุร้อนสันกำแพง'เป็น'เวลเนส' อกก.น้ำพุร้อนจับมือสธ.ยกให้เป็นต้นแบบ
กรุงเทพฯ-คณะอนุกรรมการบริหารจัดการกิจการน้ำพุร้อนสันกำแพง อ.แม่ออน ตามพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และ องค์การเภสัชกรรม ลงนามบันทึกความเข้าใจชูอัตลักษณ์ “นวดไทยโพธิ์-ล้านนา” ให้เป็นเอกลักษณ์เวลเนส พร้อมศึกษาวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำแร่และสมุนไพรท้องถิ่น แบรนด์ “SANN by GPO” ยกระดับกิจการน้ำพุร้อนสันกำแพง สู่ต้นแบบเวลเนสน้ำพุร้อนแห่งชาติ สร้างอาชีพและรายได้ให้ชุมชน
วันนี้ (23 เมษายน 2569) ที่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานกรรมการโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง อ.แม่ออน ตามพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ยกระดับกิจการน้ำพุร้อนสันกำแพง อ.แม่ออน ตามพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ ให้เป็นต้นแบบเวลเนสน้ำพุร้อนแห่งชาติ และสร้างอาชีพรายได้ให้แก่ชุมชน จำนวน 2 ฉบับ ระหว่าง พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ประธานอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำพุร้อนสันกำแพงฯ กับ ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และ พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม โดยมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะผู้บริหาร ร่วมเป็นสักขีพยาน
พลอากาศเอก ชลิต กล่าวว่า การดำเนินงานตามบันทึกความเข้าใจทั้ง 2 ฉบับ ถือเป็นการน้อมนำพระราชดำริมาปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยการบูรณาการระหว่างโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพงฯ คณะอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำพุร้อนสันกำแพงฯ ร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกและองค์การเภสัชกรรม ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงแก่ชุมชน ผ่านอัตลักษณ์ “นวดไทยโพธิ์-ล้านนา” และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ “SANN by GPO” ทั้งนี้ ขอชื่นชมในความตั้งใจของทุกหน่วยงานที่ร่วมกันผลักดันให้ทรัพยากรท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทยก้าวสู่มาตรฐานระดับสากล ซึ่งจะส่งผลให้เป็นพื้นที่จุดหมายปลายทางด้านสุขภาพที่ยั่งยืนและเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศต่อไป
พลเอก เฉลิมชัย กล่าวว่า ขอบเขตความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจทั้ง 2 ฉบับ คณะอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำพุร้อนสันกำแพงฯ จะอำนวยความสะดวกในการใช้พื้นที่ดำเนินกิจกรรมและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง ร่วมวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อนและชุมชนรอบข้างให้มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ สนับสนุนข้อมูล การบริหารจัดการ และการสื่อสารประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชนในการฝึกอบรมและนำองค์ความรู้ไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ
นายพัฒนา กล่าวว่า สำหรับบันทึกความเข้าใจ 2 ฉบับ ฉบับที่ 1 เป็นความร่วมมือระหว่างคณะอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำพุร้อนสันกำแพงฯ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ในการพัฒนาหลักสูตร “นวดไทยโพธิ์–ล้านนา” และกำหนดเกณฑ์มาตรฐานแหล่งน้ำพุร้อนเพื่อสุขภาพ (Thermal Wellness Standard) ให้ทัดเทียมระดับโลก ซึ่งปัจจุบันได้อบรมหลักสูตรนวดไทยโพธิ์-ล้านนา 450 ชั่วโมง ให้กับบุคลากรในพื้นที่แล้ว เพื่อให้มีทักษะอาชีพขั้นสูง สามารถสร้างรายได้จากทรัพยากรในท้องถิ่นตนเอง ส่วนฉบับที่ 2 เป็นความร่วมมือระหว่างคณะอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำพุร้อนสันกำแพงฯ กับ องค์การเภสัชกรรม ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์และนวัตกรรม มุ่งเน้นการวิจัยน้ำแร่และสมุนไพรท้องถิ่น พัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ภายใต้แบรนด์ “SANN by GPO” (Natural Mineral Therapy) และน้ำแร่ดื่มเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยมีระยะเวลาความร่วมมือ 3 ปี ตั้งเป้าพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อนสันกำแพงให้เป็นสถาบันการเรียนรู้และต้นแบบเวลเนสน้ำพุร้อนแห่งชาติ ที่มีจุดเด่นในการดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาไทยอัตลักษณ์ล้านนาผสมผสานคุณสมบัติทางธาราบำบัด เป็น Soft Power ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ช่วยส่ง เสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ
“การลงนามครั้งนี้ เป็นการน้อมนำพระราชดำริมาปฏิบัติให้เห็นผลเป็นรูปธรรม มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นหัวใจหลัก ถือเป็นก้าวสำคัญของการปฏิรูปเศรษฐกิจสุขภาพไทยโดยความร่วมมือของส่วนกลางและท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น “World Herbal & Wellness Hub” ตามนโยบายรัฐบาล พร้อมส่งต่อมรดกทางภูมิปัญญาและทรัพยากรธรรมชาติให้กลายเป็นสิ่งที่สร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับประชาชนต่อไป” นายพัฒนากล่าว
