IN NEWS

คนไทยยอมรับ68.22%ร้อนจนทนไม่ไหว กว่า85%อยากให้รัฐฯช่วยค่าไฟหน้าร้อน



กรุงเทพฯ 26 เมษายน 2569 – “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับอากาศร้อน” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,306 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 21-24 เมษายน 2569  ผลการสำรวจ พบว่า จากอากาศร้อนในช่วงนี้กลุ่มตัวอย่างรู้สึกได้ว่าร้อนมากจนทนแทบไม่ไหว ร้อยละ 68.22 ขณะเดียวกันมีวิธีรับมือกับอากาศร้อนด้วยการดื่มน้ำเย็นมากขึ้น ร้อยละ 82.01 ประเด็นที่กังวลจากอากาศร้อนในช่วงนี้ คือ ค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น ร้อยละ 85.22    ในภาพรวมมองว่าคนไทยควรปรับวิถีชีวิตประจำวันเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปอย่างจริงจัง ร้อยละ 72.13 นอกจากนี้ยังเห็นว่าภาครัฐควรดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในช่วงอากาศร้อนจัดด้วยการลดหรือตรึงค่าไฟฟ้า ร้อยละ 77.95

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า อากาศร้อนกลายเป็นปัญหาใกล้ตัวที่กระทบชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างรุนแรง โดยไม่ใช่เพียงความไม่สบายตัวแต่เชื่อมโยงไปถึงภาระค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่กังวลอย่างมาก สะท้อนว่าการรับมือของประชาชนต้องแลกมากับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และคาดหวังว่ารัฐบาลจะมีมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายควบคู่กับการวางแผนระยะยาวเพื่อเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ดร.พรธิดา เทพประสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ท่ามกลางปรากฏการณ์ที่ประเทศไทยเผชิญ ไม่ใช่เพียงแค่ “อากาศร้อน” ตามฤดูกาล แต่กำลังเข้าสู่สภาวะ “Extreme Heat”หรือสภาพอากาศสุดขั้ว รวมถึงปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งใหม่ที่กำลังจะเริ่มในเดือนมิถุนายน 2569 และอาจลากยาวถึงปี 2570  ผลสำรวจสะท้อนชัดถึงวิกฤตความร้อนที่คนไทยส่วนใหญ่ยอมรับว่าพุ่งสูงจนเกือบถึงขีดจำกัด ซึ่งไม่ได้เพียงสร้างความวิตกกังวลต่อภาระค่าไฟ แต่ยังพ่วงมาด้วยความกังวลต่อสุขภาพ และในเชิงสิ่งแวดล้อมความร้อนจะเกิดขึ้นควบคู่กับสภาวะอากาศที่กักขังฝุ่น PM 2.5  ให้สะสมตัวจนเป็นอันตราย กลายเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตที่ทำให้ประชาชนต้องปรับวิถีชีวิตเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป

ขณะเดียวกันสภาพอากาศสุดขั้วนี้ยังส่งสัญญาณไปถึงภาครัฐให้เร่งบริหารจัดการน้ำและพลังงานเพื่อรับมือกับภัยแล้งที่ยาวนานกว่าปกติ การปรับตัวของคนไทยในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่ “การซื้อน้ำแข็งหรือเปิดแอร์” แต่คือการปรับวิถีชีวิตสู่การเป็นพลเมืองที่พร้อมรับมือสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป

การที่ผลโพลชี้ว่าประชาชนต้องการเห็นการจัดการจากภาครัฐ สะท้อนว่านี่คือ “วาระแห่งชาติ” ที่ต้องบูรณาการทั้งเรื่องพลังงาน สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของครัวเรือนไทยในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ