LEARNING
อว.ปลดล็อก‘Medical AI Platform’ดันนวัตกรรมตรวจเจอโรคได้ไวขึ้นจากAI
กรุงเทพฯ (วันที่ 1 พฤษภาคม 2569)-ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ผนึกกำลังเครือข่ายโรงเรียนแพทย์และหน่วยงานพันธมิตรอันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดผลงานของเครือข่าย Medical AI Consortium ให้บริการชุดข้อมูลทางการแพทย์ของเครือข่าย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถขอเข้าถึงนำไปทดลองใช้ได้ สร้างการรับรู้เกี่ยวกับแพลตฟอร์ม ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ตั้งแต่งานวิจัยและพัฒนา การทดสอบ ไปจนถึงการนำไปใช้ประโยชน์ สอดรับกับการสร้างระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI Ecosystem) อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการ "Medical AI Consortium" ในงานสัมมนาเชิงวิชาการ Medical AI Consortium เครือข่ายเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการใช้ Medical AIเพื่อให้ผลงาน Medical AI
ไปจนถึงการนำไปใช้ในบริบทจริงของระบบบริการสุขภาพโดยมีศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่การกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุลปลัดกระทรวงอว.ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลนายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ผู้อำนวยการ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.)ผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชนคณะแพทย์ นักวิจัย ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่การกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)กล่าวเปิดงานและปาฐกถา “ทิศทาง Medical AI ของประเทศไทย” ว่า การขับเคลื่อน Medical AI Consortium ในครั้งนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดนโยบาย "Wellness Thailand" ของกระทรวง อว. ที่ได้ประกาศเจตนารมณ์เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพระดับโลก โดยมุ่งเน้นการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจาก“ระบบซ่อมสุขภาพ”เป็น“การสร้างเสริมสุขภาพ”ทั้งนี้ อว. ได้กำหนดทิศทางสู่ AI & Data-Driven Nation (AI for ALL) ควบคู่กับการผลักดันนโยบาย Wellness Thailand ให้เป็นหนึ่งในฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ โดยขับเคลื่อนผ่าน ระบบนิเวศนวัตกรรมเพื่อเร่งให้เกิดการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย นวัตกรรม และกำลังคน ไปสู่ภาคเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้การดูแลความมั่นคงและอธิปไตยด้านข้อมูลของประเทศโดยเฉพาะข้อมูลด้านสุขภาพภายใต้ความเชื่อมั่นว่าข้อมูลจะไม่รั่วไหลเพื่อให้สามารถพัฒนา Medical AI ที่ตอบโจทย์คนไทย บนฐานข้อมูลของคนไทย

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเสริมว่า สวทช. ในฐานะหน่วยงานวิจัยหลักได้วางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานกลางของประเทศผ่านบทบาทของ Medical AI Consortium เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านการเข้าถึงข้อมูลและการทดสอบมาตรฐาน โดยความก้าวหน้าในครั้งนี้ครอบคลุมครบทั้ง Value Chain ตั้งแต่การมีชุดข้อมูลภาพทางการแพทย์ขนาดใหญ่ โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลสมรรถนะสูงอย่างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ LANTA ไปจนถึงห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ทดสอบซอฟต์แวร์เครื่องมือแพทย์ (SQUAT) ให้สอดคล้องกับมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และยังมีแผนการพัฒนาระบบทดสอบประสิทธิภาพMedical AI Benchmarkกระบวนการเหล่านี้จะช่วยย่นระยะเวลา และสร้างความน่าเชื่อถือให้นวัตกรรมจากห้องแล็บสามารถขึ้นทะเบียนและขยายผลสู่การใช้งานจริงในหน่วยบริการทางการแพทย์ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
ด้าน ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) กล่าวเสริมว่า บพค. ได้กำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์เพื่อทำให้ภาพนโยบาย Medical AI เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมผ่านการสนับสนุนงบประมาณในส่วนของการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือข้ามหน่วยงานหรือ Shared Innovation ปัจจุบัน Consortium ซึ่งก่อตั้งโดย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, สวทช. และกรมการแพทย์ได้ขยายความร่วมมือสู่ 8 หน่วยงานหลัก รวมถึงเครือข่ายคณะแพทยศาสตร์จาก ม.เชียงใหม่, ม.ขอนแก่น, ม.สงขลานครินทร์, วชิรพยาบาล และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งการลงทุนในระบบนิเวศที่แข็งแรงนี้จะช่วยลดต้นทุนการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.ชัยวุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. กล่าวว่า ปัจจุบัน Medical AI Data Sharing Platform รวบรวมข้อมูลไว้กว่า 3ล้านภาพ และมีแผนขยายเพิ่มอีก 7.9 แสนภาพภายในปี 2569 เนคเทค สวทช. ยังพัฒนาเครื่องมือสำคัญอย่าง RadiiViewสำหรับระบุลักษณะข้อมูลภาพ และ NomadMLสำหรับการพัฒนาโมเดล AI อย่างง่าย เกิดการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ Medical AI รวมกว่า 10 โมเดล ซึ่งขณะนี้มี 2 ผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ที่อยู่ระหว่างเตรียมขึ้นทะเบียน อย. คือ "LiverSound" ระบบช่วยคัดกรองมะเร็งตับจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันเตรียมพร้อมเพื่อนำไปใช้งานในโรงพยาบาลภายใต้เขตสุขภาพที่ 3 และ "RAMAAI CXR Solution" ระบบวินิจฉัยภาพเอกซเรย์ทรวงอกจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้เริ่มนำร่องใช้งานจริงในโรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์เป้าหมายรวม 14 แห่ง เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพของ Service Platform ในบริบทการรักษาจริง
_0.jpg)
