IN NEWS

รัฐฯจับมือทุกภาคส่วนลุยปราบยาเสพติด ปลัดมท.สั่งผู้ว่าฯ31จ.ชายแดนเข้ม4ด้าน



กรุงเทพฯ-รัฐบาลบูรณาการทุกภาคส่วน เดินหน้าปราบยาเสพติดทั้งระบบ ควบคู่กระชับความร่วมมือข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรม ด้านปลัดมหาดไทย สั่งการด่วนที่สุด ผู้ว่าฯ 31 จังหวัดชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ดำเนิน 4 มาตรการเข้ม สกัดส่งออก-นำเข้าสินค้าผิดกฎหมายและยาเสพติด บูรณาการฝ่ายปกครอง-ฝ่ายความมั่นคง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมสร้างความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแส หากพบการกระทำผิด ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีละเว้น

วันนี้ (7 พฤษภาคม 2569) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดถูกยกระดับเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยขับเคลื่อนมาตรการแบบครบวงจร ทั้งป้องกัน ปราบปราม บำบัด และฟื้นฟู ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386

ผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 สะท้อนความคืบหน้าของนโยบายรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม โดยพบว่าสามารถดำเนินคดียาเสพติดได้กว่า 150,000 คดี ตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 796 ล้านเม็ด และไอซ์ประมาณ 25 ตัน รวมถึงขยายผลทลายเครือข่ายขนาดใหญ่ได้ 139 เครือข่าย พร้อมยึดและอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 9,156 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาในมิติด้านสังคม โดยนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาแล้วกว่า 79,000 ราย และดำเนินกิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนมากกว่า 4.5 ล้านคนทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการเข้าสู่วงจรยาเสพติดในระยะยาว (ข้อมูล ณ 23 เมษายน 2569)

นอกจากนี้ รัฐบาลยังยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติดข้ามชาติ ผ่านการทำงานเชิงรุกด้านการข่าวและการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงการบูรณาการของหน่วยงานด้านความมั่นคง ซึ่งขับเคลื่อนงานทั้งด้านการข่าว การสืบสวน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะความร่วมมือไทย-สปป. ลาว ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาเป้าหมายกว่า 40 รายในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนความสำเร็จของการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม

ปลัดมท.สั่งการด่วนที่สุดผู้ว่าฯ 31จว.ชายแดนดำเนิน 4 มาตรการเข้ม 

ด้านนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายส่งเสริมความมั่นคงชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ โดยป้องกัน เฝ้าระวัง และจัดเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบจากภัยคุกคามที่เกิดขึ้นทั้งในและนอกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ปัญหาความมั่นคงชายแดน ยาเสพติด สแกมเมอร์ และการลักลอบขนส่งสินค้า” ซึ่งในปัจจุบันยังคงปรากฏข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายและยาเสพติด บริเวณชายแดนไทย – ประเทศเพื่อนบ้าน ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงตามแนวชายแดน ระบบเศรษฐกิจ และการควบคุมการนำเข้า – ส่งออกสินค้า รวมถึงมาตรฐานสินค้า

ปลัดกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำว่า เพื่อยกระดับความเข้มข้นในการป้องกันและปราบปราม การลักลอบนำเข้า – ส่งออกสินค้าผิดกฎหมาย และยาเสพติดทุกประเภท ตามนโยบายรัฐบาล กระทรวงมหาดไทยจึงได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัด 31 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ดำเนินมาตรการเข้มข้น 4 ด้าน ได้แก่ 1. เพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราและเฝ้าระวังบริเวณแนวชายแดน โดยเฉพาะจุดเสี่ยง ช่องทางธรรมชาติ และพื้นที่ที่มีสถิติการลักลอบนำเข้า–ส่งออกสินค้าโดยมิชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งยาเสพติดทุกประเภท” ด้วยการบูรณาการและประสานการปฏิบัติระหว่างฝ่ายปกครอง และหน่วยความมั่นคงที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด โดยจัดชุดปฏิบัติการร่วมออกลาดตระเวน ตรวจสอบ และสกัดกั้นการกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง และมอบหมายให้นายอำเภอ ปลัดอำเภอประจำตำบล กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ชายแดน สอดส่อง เฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส และสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมความมั่นคงปลอดภัยและความเข้มข้นในการสกัดกั้นการกระทำผิดตามแนวชายแดน 2. ดำเนินการต่อผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบนำเข้า – ส่งออกสินค้าผิดกฎหมาย และยาเสพติดทุกประเภท ตามบทลงโทษของกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งตรวจสอบแหล่งที่มา การเคลื่อนย้าย และการครอบครองสินค้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน 3. สร้างการรับรู้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนให้ตระหนักถึงข้อกฎหมายและผลกระทบของการลักลอบนำเข้า – ส่งออกสินค้า รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสกระทำผิด และ 4. ติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์ หากพบการลักลอบนำเข้า – ส่งออกสินค้า โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และยาเสพติดทุกประเภท ให้รายงานกระทรวงมหาดไทยทราบโดยทันที

สำหรับจังหวัดในประเทศไทยที่มีพื้นที่ติดต่อชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน รวม 31 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี แม่ฮ่องสอน เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สุรินทร์ สระแก้ว จันทบุรี ตราด สตูล สงขลา ยะลา และจังหวัดนราธิวาส