IN NEWS

รัฐฯดันDLT-TMSปรับสู่โลจิสติกส์ดิจิทัล ลดต้นทุนงัดแผน'รถเก่าแลกรถอีวีใหม่'



กรุงเทพฯ-รัฐบาลดัน DLT-TMS ยกระดับโลจิสติกส์ดิจิทัล ลดต้นทุน-เพิ่มศักยภาพแข่งขัน เตรียมแผน “รถเก่าแลกใหม่”หนุนผู้ประกอบการใช้ EV ส่งเสริมขนส่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคม เดินหน้ายกระดับระบบขนส่งทางถนนและโลจิสติกส์ไทย ตามนโยบายรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ด้วยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาพัฒนาระบบบริหารจัดการขนส่งให้ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคโลจิสติกส์ไทย และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หนึ่งในโครงการสำคัญคือ การพัฒนาระบบ DLT-TMS (Transport Management System) ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลกลางด้านการขนส่งทางถนน ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลไปใช้วางแผนการขนส่ง ลดต้นทุน และยกระดับมาตรฐานการให้บริการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์และกำหนดนโยบายด้านการขนส่งสินค้าได้อย่างแม่นยำมากขึ้น รวมถึงใช้เป็นฐานข้อมูลในการปรับปรุงโครงสร้างต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งของประเทศ

ทั้งนี้ ภาครัฐเตรียมปรับสูตรคำนวณอัตราค่าขนส่งและค่าโดยสารให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ควบคู่กับการแก้ปัญหา “รถตีเที่ยวเปล่า” ผ่านการใช้ข้อมูลบริหารจัดการการขนส่ง เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ

นอกจากนี้ ในระยะต่อไป รัฐบาลยังเตรียมเสนอ “โครงการรถเก่าแลกใหม่” สำหรับรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ส่งเสริมการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดมลพิษจากภาคขนส่ง ควบคู่กับการผลักดันมาตรฐานคุณภาพบริการขนส่งด้วยรถบรรทุก (Q Mark) ซึ่งปัจจุบันมีผู้ได้รับการรับรองแล้ว 462 ราย ครอบคลุมรถบรรทุกกว่า 64,000 คัน

“การพัฒนาระบบ DLT-TMS จะช่วยให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs เข้าถึงข้อมูลสำคัญด้านการขนส่ง ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยรัฐบาลจะเดินหน้าพัฒนาโลจิสติกส์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับระบบขนส่งไทยสู่มาตรฐานสากลและรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่” รองโฆษกรัฐบาล กล่าว