IN NEWS
ครม.ไฟเขียวให้ยกฐานะมทร.ล้านนาน่าน ขึ้นเป็น 'มหาวิทยาลัย'ประจำจังหวัดน่าน
กรุงเทพฯ-ครม.เห็นชอบหลักการตั้ง “มหาวิทยาลัยประจำจังหวัดน่าน” ยกฐานะ มทร.ล้านนา น่าน สู่ต้นแบบ New Gen Universityเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 72 พรรษา พร้อมยกระดับการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนานวัตกรรมจากทุนท้องถิ่นสู่กา
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาประจำจังหวัดน่าน ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ โดยการยกฐานะมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน (มทร.ล้านนา น่าน) ขึ้นเป็นสถาบันอุดมศึกษาประจำจังหวัดน่าน เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมายุครบ 6 รอบ หรือ 72 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2570 พร้อมทั้งอนุมัติข้อยกเว้นการปฏิบัติตามมติ ครม. เดิม (เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2554) ที่จำกัดการจัดตั้งมหาวิทยาลัยใหม่ด้วยการหลอมรวมหรือยุบรวม
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า มทร.ล้านนา น่าน มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนทรัพยากรท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การวิจัยและพัฒนาน้อยหน่าเครือ มันป่า ปลาท้องถิ่น และไก่พื้นเมือง อีกทั้งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดน่าน ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข วัฒนธรรม และสังคมอย่างยาวนาน การยกฐานะสถาบันฯ ครั้งนี้ จึงเป็นการสืบสานพระราชปณิธานและมุ่งหวังที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของชุมชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน
สำหรับสถาบันอุดมศึกษาประจำจังหวัดน่านแห่งใหม่นี้ จะถูกออกแบบให้เป็นมหาวิทยาลัยรูปแบบใหม่ (New Generation University) ที่หลุดพ้นจากกรอบเดิมๆ โดยมีลักษณะเด่น 4 ด้าน คือ 1.เป็นมหาวิทยาลัยที่พึ่งของจังหวัดและบริหารจัดการในรูปแบบใหม่ เน้นการบริหารงานที่ยืดหยุ่น คล่องตัว ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกและทุนทางสังคม 2. เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ปรับบทบาทอาจารย์จากผู้สอนมาเป็น "ผู้เอื้ออำนวยการเรียนรู้" (Facilitator) และ "โค้ช" (Coach) โดยให้ผู้เรียนร่วมสร้างสรรค์ความรู้ผ่านประสบการณ์จริง 3. เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีหลักสูตรระยะสั้นแบบสะสมหน่วยกิต เพื่อส่งเสริมการ Upskill และ Reskill ให้แก่คนทุกช่วงวัยในท้องถิ่น และ 4. มุ่งสู่สถาบันนวัตกรรมระดับโลก เน้นการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อก้าวสู่สากล
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า การเห็นชอบในหลักการนี้ ทางสำนักงบประมาณชี้แจงว่า จะยังไม่ก่อให้เกิดภาระงบประมาณในปัจจุบัน แต่จะเกิดขึ้นในอนาคตเมื่อมีการจัดตั้งสถาบันฯ อย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเตรียมวางแผนงบประมาณและดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 อย่างเคร่งครัด
