BANGKOK
กทม.ย้ำจนท.ประจำหน่วยคุมเข้มจ่ายบัตร หลังสิทธิเลือกผู้ว่าฯ-ส.ก.แตกต่างกัน
กรุงเทพฯ-(18 มิ.ย. 69) นายธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ตรวจติดตามการเตรียมความพร้อมด้านการจัดการเลือกตั้งและความมั่นคงทางทะเบียน ณ สำนักงานเขตคลองสามวา และสำนักงานเขตคันนายาว เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 28 มิ.ย. 69 ระหว่างเวลา 08.00–17.00 น. โดยมี คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตคลองสามวา สำนักงานเขตคันนายาว สำนักงานปกครองและทะเบียน สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมและรายงานข้อมูล

ในที่ประชุม รองปลัดกรุงเทพมหานคร ได้เน้นย้ำตามที่ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งท้องถิ่นประจำกรุงเทพมหานคร กำชับให้ข้าราชการและบุคลากรในสังกัดกรุงเทพมหานครปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางทางการเมือง เตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการงานทะเบียน การจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตรวจสอบสถานที่ตั้งของหน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมทั้งร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการเลือกตั้ง ปัญหาและอุปสรรค แนวทางการปฏิบัติในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ส่วนมาตรการเกี่ยวกับงานทะเบียนราษฎร งานทะเบียนทั่วไป กรณีเกี่ยวข้องกับต่างด้าวหรือชาวต่างชาติ ทั้งการจดทะเบียนสมรส การแจ้งเกิด การย้ายเข้า การย้ายออก ให้ตรวจสอบด้วยความรอบคอบ ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
รองปลัดฯ ธนิต กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เขตคลองสามวานับว่าเป็นเขตที่มีจำนวนหน่วยเลือกตั้งมากที่สุดในกรุงเทพมหานคร โดยมีทั้งสิ้น 246 หน่วยเลือกตั้ง จึงมีการเน้นย้ำการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต โดยเฉพาะในเรื่องจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่แตกต่างกันระหว่างการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ความแตกต่างดังกล่าวเกิดจากคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยการเลือกตั้ง ส.ก. ผู้มีสิทธิต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของเขตนั้นไม่น้อยกว่า 1 ปี ขณะที่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ใช้กรุงเทพมหานครเป็นเขตเลือกตั้งเดียว ดังนั้น ผู้ที่มีการย้ายทะเบียนบ้านภายในกรุงเทพมหานครในช่วงที่ผ่านมา อาจมีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แต่ยังไม่มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก. ซึ่งในเขตคลองสามวามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่แตกต่างกันประมาณ 2,000 ราย ด้วยเหตุนี้ สำนักงานเขตจึงต้องกำชับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งให้เพิ่มความระมัดระวังในการจ่ายบัตรเลือกตั้ง เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการจ่ายบัตร ส.ก. ให้แก่ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งเฉพาะผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการนับคะแนนได้ นอกจากนี้ ได้ให้คำแนะนำแก่สำนักงานเขตในการจัดทำจุดสังเกตและสัญลักษณ์เตือนต่าง ๆ เช่น การติดสลิปหรือใช้สีแยกประเภทในบัญชีรายชื่อ เพื่อช่วยลดความผิดพลาดในการปฏิบัติงาน
รองปลัดฯ ธนิต กล่าวต่อไปว่า สำหรับประเด็นการป้องกันปัญหาบัตรเขย่งหรือจำนวนบัตรไม่สอดคล้องกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้น สาเหตุหลักมาจากความแตกต่างของคุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้งระหว่างผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ซึ่งเป็นประเด็นที่สำนักงานเขตรับทราบและเตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว โดยเน้นทั้งการอบรมเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง และการจัดทำระบบเตือนหรือจุดสังเกตต่าง ๆ เพื่อช่วยลดความผิดพลาดในการจ่ายบัตรเลือกตั้ง ในส่วนของการย้ายหน่วยเลือกตั้ง ได้มีการดำเนินการตามที่ปลัดกรุงเทพมหานครกำชับมาอย่างต่อเนื่อง โดยทุกสำนักงานเขตจะต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นการติดป้ายแจ้งสถานที่เลือกตั้งแห่งใหม่ บริเวณหน่วยเลือกตั้งเดิม การส่งหนังสือแจ้งไปยังเจ้าบ้าน การประทับตราแจ้งเตือนในเอกสารที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการประชาสัมพันธ์เชิงรุกผ่านเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาด เจ้าหน้าที่เทศกิจ และการลงพื้นที่เคาะประตูบ้าน เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน
“หัวใจสำคัญของการจัดการเลือกตั้งคือ ความเป็นกลางของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ในฐานะผู้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งและข้าราชการทุกคน ควรตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบในการวางตัวเป็นกลาง ปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส และยึดมั่นในหลักความถูกต้อง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน” รองปลัดฯ ธนิต ย้ำในตอนท้าย
