GLOBAL C
ปักกิ่งจัดงานCISCEครั้งที่4โชว์ยานยนต์ไฟฟ้าสะท้อนเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานโลก
ปักกิ่ง, 26 มิ.ย. (ซินหัว) - ในงานมหกรรมห่วงโซ่อุปทานนานาชาติจีน (CISCE) ครั้งที่ 4 ที่กรุงปักกิ่งของจีนเมื่อไม่นานนี้ มีการจัดแสดงยานยนต์ไฟฟ้า ที่เป็นภาพสะท้อนของห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่แผ่ขยายตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบไปจนถึงการส่งออกไปยังทั่วโลก
ที่บูธจัดแสดงร่วม กลุ่มบริษัท ไชน่า เป่าอู้ สตีล (China Baowu Steel Group) และริโอ ทินโต (Rio Tinto) ได้นำเสนอความร่วมมือที่มีรากฐานมาจากโครงการแร่เหล็กซิมันดู (Simandou) ในกินี โดยริโอ ทินโต ระบุว่าในปี 2025 ที่ผ่านมา ยอดการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีในจีนของบริษัทได้สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีมูลค่าสูงถึง 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.4 แสนล้านบาท)
งานมหกรรมดังกล่าว ซึ่งจัดขึ้นจนถึงวันศุกร์ (26 มิ.ย.) ดึงดูดผู้ร่วมจัดแสดงได้มากกว่า 670 ราย จากประเทศ ภูมิภาค และองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ รวม 85 แห่ง
ยานยนต์ไฟฟ้าได้เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบความต้องการวัสดุต้นน้ำ โดยยานยนต์ไฟฟ้าต่างจากยานยนต์ทั่วไปที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ เนื่องจากต้องพึ่งพามอเตอร์ขับเคลื่อน ซึ่งส่วนสเตเตอร์ (Stator) และโรเตอร์ (Rotor) จำเป็นต้องใช้เหล็กกล้าซิลิคอน (Electrical Steel) ชนิดประสิทธิภาพสูงและบางเป็นพิเศษ โดยบริษัทเป่าอู้ฯ เป็นผู้ผลิตและส่งมอบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวให้แก่ผู้ผลิตยานยนต์พลังงานใหม่รายต่างๆ
หัวหน้าวิศวกรของบริษัทเป่าอู้ฯ ระบุว่าการพัฒนาเหล็กกล้าสำหรับงานไฟฟ้ามีส่วนช่วยเพิ่มความเร็วรอบมอเตอร์ของรถยนต์ไฟฟ้าจากเดิมที่ทำได้เพียง 10,000 กว่ารอบต่อนาที ขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 30,000 รอบต่อนาที ซึ่งช่วยให้กำลังแรงขึ้นและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เขาเสริมว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ของจีนได้ช่วยย่นระยะเวลาการการพัฒนาจนสมบูรณ์ของผลิตภัณฑ์ให้สั้นลงสำหรับผู้จัดหาวัสดุ จากเดิมที่ปกติแล้วต้องใช้เวลาขับเคลื่อนนานถึง 5-8 ปี
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตที่ส่งเสริมกัน โดยอุปสงค์จากปลายน้ำช่วยให้ผู้จัดหาวัตถุดิบต้นน้ำมีพื้นที่ทดสอบการใช้งานจริง ขณะที่นวัตกรรมจากต้นน้ำก็ช่วยให้ผู้ผลิตยานยนต์มีศักยภาพมากขึ้นในการปรับปรุงสมรรถนะและการออกแบบ
ในระดับกลางน้ำ บอช (Bosch) บริษัทวิศวกรรมและเทคโนโลยีข้ามชาติสัญชาติเยอรมัน ได้นำระบบควบคุมการเคลื่อนที่ของยานยนต์ ระบบจัดการความร้อน และแบตเตอรี่แรงดันต่ำมาจัดแสดง ซึ่งบางส่วนได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของผู้ผลิตรถยนต์ชาวจีน โดยประธานบริษัทบอชในจีนย้ำว่าความร่วมมือแบบเปิดกว้างคือหัวใจสำคัญในการสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ท่ามกลางการปรับโครงสร้างระดับโลกที่กำลังเร่งตัวขึ้น
ในส่วนของปลายน้ำนั้น โรงงานเซี่ยงไฮ้ กิกะแฟคทอรี (Shanghai Gigafactory) ของเทสลา (Tesla) ประสบความสำเร็จในการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในท้องถิ่นมากกว่าร้อยละ 95 ซึ่งส่งผลให้จีนไม่ใช่เพียงแค่ตลาดซื้อขายเท่านั้น แต่เป็นทั้งศูนย์กลางด้านการผลิต การวิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงห่วงโซ่อุปทาน
ผู้จัดหาวัตถุดิบชาวจีนมากกว่า 60 รายได้ก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกของเทสลาแล้ว และความสัมพันธ์นี้ได้พัฒนาไปสู่การร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อป้อนสู่ตลาดโลก โดยรถยนต์รุ่นโมเดล วาย แอล (Model Y L) แบบ 6 ที่นั่ง ซึ่งผลิตในเซี่ยงไฮ้และเปิดตัวในจีนไปเมื่อปี 2025 นั้น สะท้อนถึงบทบาทที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องของทีมงานและห่วงโซ่อุปทานของจีนในเครือข่ายการดำเนินงานทั่วโลกของเทสลา
รองประธานของเทสลาระบุว่า จีนเพียบพร้อมไปด้วยขนาดของตลาด ประสิทธิภาพ ห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่ครบวงจร และบุคลากรที่มีศักยภาพสูง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นรากฐานสำคัญในการลงทุนระยะยาวของบริษัทในประเทศจีน
(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/580636_20260626 , https://en.imsilkroad.com/p/351090.html)
ภาพประกอบข่าว
(แฟ้มภาพซินหัว : ชิปปัญญาประดิษฐ์ที่จัดแสดงในโซนยานยนต์อัจฉริยะ ในงานมหกรรมห่วงโซ่อุปทานนานาชาติจีน (CISCE) ครั้งที่ 4 ที่กรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 23 มิ.ย. 2026)
