GLOBAL C

จีนชู AIหุ่นยนต์เทคโนโลยีอัจฉริยะเชื่อม ซัพพลายเชนโลก ในงานมหกรรมห่วงโซ่อุปทานนานาชาติจีนครั้งที่4



งานมหกรรมห่วงโซ่อุปทานนานาชาติจีน หรือ China International Supply Chain Expo ครั้งที่ 4 จัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 22–26 มิถุนายน 2026 ภายใต้แนวคิด “Connecting the World for a Shared Future” เวทีปีนี้ถูกจับตาในฐานะงานสำคัญที่แสดงทิศทางใหม่ของห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านต้นทุน ไปสู่การแข่งขันด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม ความยืดหยุ่น และความสามารถในการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมข้ามประเทศ

ไฮไลท์แรกของงานปีนี้คือ การเปิดพื้นที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Zone เป็นครั้งแรก โดยผู้จัดงานยกระดับจากห่วงโซ่เทคโนโลยีดิจิทัล ไปสู่ห่วงโซ่เทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะ ทำให้ AI กลายเป็นหนึ่งในแกนหลักของซัพพลายเชนยุคใหม่ ภายในงานมีการนำเสนอระบบนิเวศ AI ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล ระบบประมวลผล ไปจนถึงการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม ทั้งโรงงานอัจฉริยะ โลจิสติกส์ การแพทย์ เมืองอัจฉริยะ และบริการต่างๆ

อีกจุดที่ได้รับความสนใจคือ เทคโนโลยีหุ่นยนต์และ embodied intelligence หรือการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ให้เชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวของเครื่องจักร ภายในงานมีทั้งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ หุ่นยนต์อาสาสมัคร ระบบนำชมอัจฉริยะ แว่นตา AI และเทคโนโลยีปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร ภาพเหล่านี้ทำให้เห็นว่า AI ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องทดลอง แต่กำลังถูกนำไปใช้จริงในโรงงาน การบริการ และระบบอุตสาหกรรมมากขึ้น
จุดเด่นอีกประการคือ การจัดแสดงห่วงโซ่อุตสาหกรรมแบบครบวงจร งานนี้ไม่ได้เน้นเพียงการแสดงสินค้าเป็นรายชิ้น แต่ต้องการให้ผู้เข้าร่วมเห็นระบบอุตสาหกรรมทั้งชุด ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ ครอบคลุมวัตถุดิบ เทคโนโลยี การผลิต การขนส่ง และบริการหลังการขาย ทำให้งานมีบทบาทเป็นเวทีเชื่อมความร่วมมือระยะยาวระหว่างบริษัทจีนกับบริษัทต่างชาติ

งานปีนี้แบ่งการจัดแสดงออกเป็น 6 ห่วงโซ่อุตสาหกรรมหลัก และ 1 พื้นที่บริการ ได้แก่ เทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะ การผลิตขั้นสูง เกษตรสีเขียว สุขภาพและชีวิต ยานยนต์อัจฉริยะ พลังงานสะอาด และบริการด้านห่วงโซ่อุปทาน การจัดพื้นที่ลักษณะนี้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่จีนต้องการผลักดันในระยะต่อไป โดยเฉพาะเทคโนโลยีขั้นสูง พลังงานสะอาด ยานยนต์อัจฉริยะ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิต

ในโซนการผลิตขั้นสูง หนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ หรือ low-altitude economy ซึ่งครอบคลุมธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโดรน อากาศยานไร้คนขับ ระบบขนส่งทางอากาศระยะสั้น และบริการรูปแบบใหม่ ปีนี้มีบริษัทกว่า 30 แห่งเข้าร่วมแสดงเทคโนโลยีในกลุ่มนี้ ครอบคลุมการใช้งานด้านโลจิสติกส์ การเกษตร การกู้ภัย และบริการเมืองอัจฉริยะ ซึ่งกำลังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเกิดใหม่ที่จีนเร่งผลักดันสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์

ขนาดของงานยังสะท้อนความเป็นสากลมากขึ้น ปีนี้มีบริษัทและองค์กรเข้าร่วม 676 แห่ง จาก 85 ประเทศ เขตเศรษฐกิจ และองค์การระหว่างประเทศ โดยมีบริษัทชั้นนำระดับโลกและบริษัทในกลุ่ม Fortune Global 500 เข้าร่วมจำนวนมาก หากรวมพันธมิตรต้นน้ำและปลายน้ำที่มาร่วมจัดแสดงในงาน คาดว่ามีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 1,200 ราย

บริษัทต่างชาติหลายรายใช้เวทีนี้แสดงความเชื่อมโยงกับระบบอุตสาหกรรมจีน ทั้งในกลุ่มเทคโนโลยี การบิน ยานยนต์ พลังงาน และอาหาร หลายบริษัทไม่ได้มาเพียงเพื่อแสดงสินค้า แต่ยังนำพันธมิตรท้องถิ่นและคู่ค้าในห่วงโซ่เข้าร่วมด้วย แสดงให้เห็นว่าการทำธุรกิจในจีนยังเชื่อมโยงกับการผลิต การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงการกระจายสินค้าไปยังตลาดโลก

งานมหกรรมห่วงโซ่อุปทานนานาชาติจีนครั้งนี้จึงเป็นมากกว่างานแสดงสินค้า เพราะเป็นเวทีที่จีนใช้แสดงทิศทางเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI หุ่นยนต์ พลังงานสะอาด ยานยนต์อัจฉริยะ และอุตสาหกรรมเกิดใหม่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการกีดกันทางการค้า จีนยังพยายามรักษาบทบาทในระบบซัพพลายเชนโลก ผ่านการเชื่อมโยงเทคโนโลยี คน ทุน และพันธมิตรระหว่างประเทศเข้าด้วยกัน

บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย
ภาพ : CGTN