SUSTAINABILITY

'Project Closed Loop'เป็นส่วนหนึ่ง ของeYAAรุ่นที่6มุ่งเสริมพลังเด็กอาสา



กรุงเทพฯ, ประเทศไทย  3 กรกฎาคม 2569 -ในขณะที่ประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหาวิกฤตขยะพลาสติกที่จัดการอย่างไม่ถูกต้องในอัตราที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาค โรงเรียนรัฐบาลในกรุงเทพมหานครกำลังประสบกับความท้าทายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั่นคือข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงองค์ความรู้ในทางปฏิบัติเพื่อการคัดแยกและรีไซเคิลพลาสติกอย่างถูกวิธี แม้ว่าจะมีความพยายามในการสร้างความตระหนักรู้ที่เพิ่มมากขึ้นแต่ขยะพลาสติกส่วนใหญ่ในโรงเรียนก็ยังคงถูกทิ้งรวมกับขยะทั่วไปและถูกส่งไปยังหลุมฝังกลบ ซึ่งทำให้สูญเสียโอกาสอันมีค่าในการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ให้เกิดผลจริง

ช่องว่างระหว่างความมุ่งมั่นทางนโยบายและความเป็นจริงในวิถีชีวิตประจำวัน เป็นเรื่องที่ต้องการมากกว่าแค่กฎระเบียบเชิงนโยบายจากส่วนกลางแต่ต้องอาศัยแนวทางแก้ไขปัญหาที่ลงมือปฏิบัติจริงและขับเคลื่อนโดยชุมชน เพื่อหล่อหลอมให้พฤติกรรมที่ยั่งยืนกลายเป็นวิถีปฏิบัติที่เป็นธรรมชาติสำหรับคนรุ่นต่อไป

เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายเร่งด่วนด้านสิ่งแวดล้อมนี้ บริษัท รีไซโกล (ประเทศไทย) จำกัด จึงได้ดำเนินโครงการ “Project Closed Loop” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ eMpowering Youths Across ASEAN (eYAA) รุ่นที่ 6 โดยมูลนิธิเมย์แบงก์และมูลนิธิอาเซียน ทั้งนี้ การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพระดับภูมิภาคเป็นเวลา 5 วัน ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 ถึง 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร จะเป็นจุดศูนย์รวมของเยาวชนอาสาจำนวน 110 คน พร้อมด้วยผู้แทนจากองค์กรภาคประชาสังคม และวิสาหกิจเพื่อสังคมจากทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน

กลุ่มเยาวชนในปีนี้นับเป็นตัวแทนของความสำเร็จครั้งสำคัญถึงสองประการ โดยประการแรก ถือเป็นครั้งแรกที่ สปป.ลาว ได้เข้าร่วมในฐานะประเทศดำเนินโครงการ และประการต่อมาคือการต้อนรับติมอร์-เลสเต เข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 ของอาเซียน ส่งผลให้จำนวนเยาวชนอาสาเพิ่มขึ้นจาก 100 คน เป็น 110 คน

ช่วงเวลาในการดำเนินโครงการ eYAA รุ่นที่ 6 มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากปี พ.ศ. 2569 ได้รับการประกาศโดยสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติให้เป็นปีอาสาสมัครสากลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (IYV 2026) การยอมรับในระดับโลกนี้ช่วยเน้นย้ำถึงบทบาทอันสำคัญยิ่งของงานอาสาสมัครในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) การสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและยืดหยุ่น ตลอดจนการส่งเสริมความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วมของคนทุกกลุ่มในสังคม และในขณะที่ทั่วโลกกำลังร่วมขับเคลื่อนวาระปีหมุดหมายสำคัญนี้ โครงการ eYAA จึงถือเป็นตัวอย่างอันทรงพลังที่แสดงให้เห็นว่า โครงการเยาวชนอาสาข้ามพรมแดนที่มีโครงสร้างการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ สามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในระดับฐานรากทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างไร

การประชุมเชิงปฏิบัติการ eYAA ในครั้งนี้ ทำหน้าที่เป็นเวทีสำคัญให้ทีมอาสาสมัครได้ร่วมกันพัฒนาแผนงานขั้นสุดท้ายสำหรับโครงการชุมชนจำนวน10 โครงการ ซึ่งจะนำไปปฏิบัติจริงใน 8 ประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย สปป.ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม

ดร. ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิอาเซียน กล่าวในพิธีเปิดโครงการว่า “eYAA รุ่นที่ 6 สะท้อนภาพความเป็นไปของอาเซียนในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน ด้วยจำนวนประเทศสมาชิกทั้ง 11 ประเทศ ประเทศดำเนินโครงการ 8 ประเทศ รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มาร่วมออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกับชุมชนในพื้นที่ แทนที่จะเป็นเพียงผู้หยิบยื่นความช่วยเหลือให้ สิ่งที่ทำให้โครงการ eYAA มีความโดดเด่นและแตกต่าง คือการที่ทุกโครงการเริ่มต้นจากองค์กรในท้องถิ่นที่เข้าใจชุมชนของตนเองอย่างลึกซึ้ง และอาสาสมัครทุกคนก้าวเข้ามาในฐานะพันธมิตร ไม่ใช่เพียงผู้มาเยือนการขยายขอบเขตการดำเนินงานของเรา จากประเทศเวียดนามในรุ่นที่ 5 สู่ สปป.ลาว ในรุ่นที่ 6 นั้น เป็นความตั้งใจจริง และทุกย่างก้าวถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง”

ในฐานะพันธมิตรระยะยาวที่ร่วมงานกับมูลนิธิอาเซียนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 มูลนิธิเมย์แบงก์ยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบทุนสนับสนุนจำนวนสูงสุดถึง 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ทีมงานของแต่ละโครงการ

ดาโต๊ะ ชาห์ริล อัซวาร์ จิมิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืนกลุ่มเมย์แบงก์ กล่าวว่า “นับตั้งแต่ก่อตั้งโครงการ eYAA เป็นต้นมา เราได้เห็นคนรุ่นใหม่ผู้เปี่ยมด้วยพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง ก้าวข้ามนิยามของการเป็นเพียงอาสาสมัคร สู่การเป็นตัวเร่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนชุมชนอย่างมีความหมายทั่วภูมิภาคอาเซียน ความสามารถของพวกเขาในการเข้าถึงชุมชนท้องถิ่น การทำความเข้าใจความท้าทายที่แท้จริงในพื้นที่ และการลงมือแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ถือเป็นสิ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างแท้จริง สำหรับเมย์แบงก์ สิ่งนี้สอดคล้องอย่างใกล้ชิดกับพันธสัญญา ROAR30 ของเราในการสร้างคุณค่าที่เหนือกว่าการธนาคาร และด้วยความร่วมมือกับมูลนิธิอาเซียน เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างเวทีอันทรงพลังในการเสริมศักยภาพให้แก่เยาวชน เพื่อแปรเปลี่ยนความมุ่งมั่นสู่การลงมือทำ และเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนอย่างยั่งยืน” 

โครงการรุ่นที่ 6 นี้นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการมีส่วนร่วมของเครือข่ายอาสาสมัครรุ่นก่อนหน้า โดยชูความโดดเด่นของโครงการ “Alumni as Mentors” ที่นำความสำเร็จมาจากรุ่นก่อนมาพัฒนาต่อยอด ควบคู่ไปกับการริเริ่มโครงการใหม่อย่าง “Alumni Accelerator Programme”ซึ่งภายใต้โครงการ Alumni as Mentors นี้ ตัวแทนอาสาสมัครรุ่นพี่ที่ได้รับการคัดเลือกจากรุ่นก่อน ๆ จะมารับหน้าที่เป็นผู้ให้คำแนะนำด้านการปรับตัวทางวัฒนธรรม การถ่ายทอดข้อมูลเชิงลึกในระดับพื้นที่ และการสนับสนุนในรูปแบบเพื่อนช่วยเพื่อน (Peer support) แก่กลุ่มอาสาสมัครในปีนี้ ในขณะเดียวกัน โครงการ Alumni Accelerator Programme จะมอบเงินทุนสนับสนุนสูงสุดถึง 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ทีมโครงการที่นำโดยอาสาสมัครรุ่นพี่ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้พวกเขาสามารถพัฒนาและขับเคลื่อนโครงการริเริ่มระดับชุมชน ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างมีความหมายในพื้นที่

นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง โครงการ eYAA ได้เสริมศักยภาพแก่เยาวชนอาสาสมัครไปแล้วกว่า 482 คน ขับเคลื่อนโครงการชุมชนรวม 50 โครงการ และสร้างประโยชน์โดยตรงให้แก่ประชาชนกว่า 114,000 คนทั่วภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้ โครงการยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องผ่านแนวทางการดำเนินงานที่วางแผนไว้อย่างเป็นระบบและเป็นขั้นเป็นตอน โดยจะขยายการดำเนินงานไปยังประเทศใหม่ ๆ ก็ต่อเมื่อมีความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายท้องถิ่นที่เข้มแข็ง และมีโครงสร้างพื้นฐานในชุมชนที่พร้อมและเหมาะสมรองรับแล้วเท่านั้น

โครงการทั้ง 10 โครงการในรุ่นที่ 6 นี้ ล้วนมุ่งเน้นไปที่การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน การส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ความหลากหลายทางสิ่งแวดล้อม และการศึกษา โดยโครงการ “Project Closed Loop” จะมุ่งเน้นขับเคลื่อนด้านความหลากหลายทางสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ด้วยการบูรณาการหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบโรงเรียนรัฐบาลในกรุงเทพมหานครรวมถึงชุมชนแวดล้อมโดยตรง

ภายใต้โครงการนี้ เยาวชนอาสาอาเซียนจำนวน 11 คน จะลงพื้นที่ทำงานร่วมกับโรงเรียนรัฐบาลที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน 10 แห่งภายใต้สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยจะดำเนินการติดตั้งถังแยกขยะสำหรับพลาสติกโดยเฉพาะ พร้อมป้ายบ่งชี้ที่ชัดเจน เป็นการถาวรจำนวน 20 ถัง ทั้งนี้ ขยะพลาสติกที่รวบรวมได้จะถูกขนส่งไปยังโรงงานพันธมิตรและนำไปแปรรูปผ่านความร่วมมือกับกลุ่ม Precious Plastic Bangkok เพื่อเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น อุปกรณ์การเรียนหรือสิ่งของที่ใช้ประโยชน์ได้จริง ซึ่งจะถูกส่งกลับคืนให้แก่โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ แนวทางแบบวงจรปิด (Closed-loop) นี้จะช่วยให้นักเรียนได้เห็นขยะของตนเองถูกแปรสภาพเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ ซึ่งช่วยให้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้และสร้างแรงบันดาลใจอย่างเป็นรูปธรรม

นอกเหนือจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแล้ว โครงการนี้จะจัดการอบรมสร้างความตระหนักรู้ในระดับสูงเกี่ยวกับหลักการคัดแยกขยะพลาสติกและเศรษฐกิจหมุนเวียนให้แก่กลุ่มนักเรียนและครู นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งชมรมนักเรียน “Circular Hero” เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของโครงการในระยะยาวภายในโรงเรียน และเพื่อขยายผลสู่ภายนอกโรงเรียน โครงการจะจัดกิจกรรม “Circular Community Workshops” เพื่อฝึกอบรมให้แก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในท้องถิ่น รวมถึงสมาชิกในชุมชน ในเรื่องของการรีไซเคิลพลาสติกและเทคนิคการผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า

โดยรวมแล้ว โครงการนี้สร้างผลประโยชน์โดยตรงให้แก่ประชาชนจำนวน 3,161 คน ซึ่งประกอบด้วย นักเรียนประมาณ 3,000 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา 100 คน ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในท้องถิ่น 50 คน รวมถึงเยาวชนอาสาอาเซียนทั้ง 11 คน นอกจากนี้โครงการยังเข้าถึงผู้รับประโยชน์ทางอ้อมอีกราว 12,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นครอบครัวของนักเรียนและชุมชนโดยรอบโรงเรียน ในขณะเดียวกันก็ตั้งเป้าหมายที่จะเข้าถึงผู้คนผ่านช่องทางสื่อสารออนไลน์อีกกว่า 60,000 คน

“เราเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในแนวคิดความยั่งยืนอย่างเข้มแข็งยิ่งขึ้น และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดวิถีปฏิบัติในชีวิตประจำวันที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น” ตัวแทนจากบริษัท รีไซโกล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “เพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเป็นครั้งคราว แต่เราต้องการสนับสนุนให้เยาวชนลงมือลดขยะพลาสติกอย่างจริงจัง พร้อมบ่มเพาะวัฒนธรรมความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้ฝังรากลึกอย่างยั่งยืน ทั้งภายในโรงเรียนและชุมชนโดยรอบ”

ด้วยการผสานโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง การสร้างความตระหนักรู้ที่ขับเคลื่อนโดยเยาวชน และระบบรีไซเคิลแบบวงจรปิด(Closed-loop) ที่เห็นผลเป็นรูปธรรม โครงการ “Project Closed Loop” จึงถือเป็นโมเดลต้นแบบที่สามารถนำไปปรับใช้ซ้ำในพื้นที่อื่นได้ เพื่อเปลี่ยนความท้าทายด้านขยะพลาสติกของกรุงเทพมห