ECON & BIZ

'วราวุธ'ประชุมผู้บริหารก.อุตฯเดินหน้า  ONE MINDปรับระบบร้องเรียนอก.ใหม่



กรุงเทพฯ-วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม (ONE MIND) ครั้งที่ 2/2569 (ประจำเดือนกรกฎาคม 2569) เพื่อติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงานตามนโยบาย และพิจารณามาตรการสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ โดยมี นายทัตพงศ์ สะสมทรัพย์  ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม คณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหารจากทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุมฯ อย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุม อก.1 ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

โดยก่อนเริ่มวาระการประชุมฯ นายวราวุธ ได้กล่าวต้อนรับนายทัตพงศ์  สะสมทรัพย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม ตามที่มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี และมอบหมายให้กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569

จากนั้น นายวราวุธ ได้ขอบคุณผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมที่ได้เข้าร่วมการสนับสนุนข้อมูลในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระที่ 1 ที่ได้ประชุมเสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้ว และได้มีการแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณไปแล้ว จึงขอให้ผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญในการไปชี้แจงต่อกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการงบประมาณด้วยตัวเอง หากมีประเด็นใดขัดข้องจะต้องให้ตนช่วยในการประสานก็ขอให้รีบแจ้งได้ในทันที และเมื่องบประมาณของกระทรวงอุตสาหกรรม ผ่านการพิจารณาของกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ขอให้ทุกหน่วยงานวางแผนในการใช้จ่ายงบประมาณฯ เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายได้อย่างรวดเร็วและเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศด้วย

นายวราวุธ ยังได้ติดตามความคืบหน้าถึงความชัดเจนของนโยบายเรื่องการบูรณาการช่องทางการสื่อสารและการรับเรื่องร้องเรียนของกระทรวงอุตสาหกรรมให้เป็นระบบเดียวกัน โดยอาจจะต้องปรับระบบหมายเลข 1564 สายด่วนร้องเรียนของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นช่องทางในการรับเรื่องร้องเรียนเดิมและมีผู้ใช้เป็นจำนวนพอสมควรแล้ว ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนของประชาชนเห็นว่าควรใช้เบอร์สายด่วน 1564 ดังกล่าวเป็นเบอร์หลักของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการดำเนินงานที่ครอบคลุมทุกหน่วยงานของกระทรวง และขอให้มีเจ้าหน้าที่รับสายที่พร้อมให้คำตอบ ให้คำแนะนำ หรือรับฟังปัญหา ทั้งในเวลาราชการ และถ้าเป็นไปได้นอกเวลาราชการด้วยยิ่งดี แต่ก็ไม่อยากให้เป็นภาระของเจ้าหน้าที่มากเกินไปนัก จึงขอให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมช่วยเร่งดำเนินการเรื่องดังกล่าวให้เป็นรูปธรรมต่อไป