BANGKOK
เขตธนบุรีแจงน้ำรั่วอุโมงค์ก่อสร้างMRT สายสีม่วงใต้งัดมาตรการเชิงรุกช่วย
กรุงเทพฯ-เขตธนบุรี แจงเหตุน้ำรั่วอุโมงค์การก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) สายสีม่วงใต้ งัดมาตรการเชิงรุกป้องกันผลกระทบประชาชน
ว่าที่ร้อยตรี เดชาธร แสงอำนาจ ผู้อำนวยการเขตธนบุรี กทม. กล่าวถึงการประสานความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกรณีเกิดเหตุน้ำรั่วภายในบ่อพักน้ำใต้อุโมงค์การก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) สายสีม่วงใต้ บริเวณวงเวียนใหญ่ รวมทั้งติดตามประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนว่า สำนักงานเขตฯ ได้ประสานความร่วมมือสำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การประปานครหลวง (กปน.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการจัดการเหตุการณ์น้ำรั่วซึมเข้าสู่อุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินบริเวณแยกวงเวียนใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงฯ สัญญาที่ 4 ช่วงสะพานพุทธ - ดาวคะนอง ในเบื้องต้นทาง รฟม. ร่วมกับที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้าง PMCSC2 ได้เข้ากำกับการตรวจสอบสาเหตุ สันนิษฐานว่า เป็นน้ำที่รั่วซึมมาจากบริเวณรอยต่อของบ่อรับน้ำใต้อุโมงค์ (Sump pit) โดยผู้รับจ้างสัญญาที่ 4 ได้เร่งดำเนินการปรับปรุงคุณภาพดิน (Ground Improvement) เพื่อให้ชั้นดินมีความแข็งตัวและหยุดการรั่วซึมของน้ำตามหลักวิศวกรรม ทำให้สามารถควบคุมปริมาณการรั่วซึมของน้ำได้เร็ว และได้ตรวจวัดการเคลื่อนตัวของสะพานลอยและอาคารที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง ยังไม่พบผลกระทบต่อการทรุดตัวของถนนและอาคารข้างเคียงแต่อย่างใด ทั้งนี้ กฟน. อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ในความรับผิดชอบและ กปน. ได้ดำเนินการตรวจสอบระบบท่อประปาในพื้นที่ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบมีท่อประปารั่วซึม
โดยช่วงเย็นของเมื่อวานนี้ (9 มิ.ย. 69) เพื่ออำนวยความสะดวกและประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายหลังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่เกิดเหตุได้เน้นย้ำใน 3 มาตรการหลัก ดังนี้ 1. เฝ้าระวังสถานการณ์สิ่งปลูกสร้างและเร่งอพยพ กทม. ร่วมกับ รฟม. กำหนดรัศมีเฝ้าระวัง 30 เมตรจากจุดเกิดเหตุ เพื่อมอนิเตอร์อัตราการรั่วของน้ำ ปริมาณดิน และการทรุดตัวหรือเอียงของอาคารอย่างละเอียด แม้ปัจจุบันสถานการณ์จะเริ่มทรงตัว แต่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ได้สั่งการให้อพยพประชาชนจากอาคารด้านหลังที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง 2-3 อาคารไปพักอาศัยในสถานที่ปลอดภัยชั่วคราว (เช่น โรงแรม) โดยมีผู้รับจ้างของ รฟม. เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและการเยียวยาทั้งหมด
นอกจากนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยังได้นำเครื่องตรวจวัดการเคลื่อนตัวของอาคารอัตโนมัติมาติดตั้งเพิ่มเติมเพื่อแจ้งเตือนภัยทันทีหากเกิดการทรุดตัวเพิ่ม 2. ปิดการจราจรลดแรงสั่นสะเทือน (ถนนประชาธิปก) เพื่อความปลอดภัยและลดแรงสั่นสะเทือนที่จะกระทบต่อโครงสร้างชั้นดินและอาคาร กทม. ได้ประสานปิดการจราจรถนนประชาธิปก ตั้งแต่แยกบ้านแขก มุ่งหน้าอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน (วงเวียนใหญ่) โดยแนะนำให้ประชาชนที่เดินทางมาจากสะพานพุทธ หรือสะพานพระปกเกล้า ให้เลี้ยวที่สี่แยกบ้านแขก เพื่อเลี่ยงไปใช้เส้นทางถนนอิสรภาพ ถนนลาดหญ้า หรือถนนสมเด็จเจ้าพระยาแทน
และ 3. เตรียมแผนรองรับผลกระทบโรงเรียนในพื้นที่ เนื่องจากทำเลดังกล่าวเป็นจุดคอขวดและมีโรงเรียนขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และโรงเรียนศึกษานารี ผู้ว่าฯ กทม. จึงแสดงความห่วงใยเรื่องปัญหาการจราจรในระยะยาว โดยเตรียมถอดบทเรียนแนวทางแก้ไขปัญหาจากการทรุดตัวที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล (เช่น เคสโรงเรียนแซงต์กาเบรียล และโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์) มาปรับใช้ อาจมีการจัดรถรับส่งของโรงเรียนเพิ่มเติมเพื่อลดความหนาแน่นของรถผู้ปกครอง โดยจะประสานแจ้งรายละเอียดเส้นทางให้ประชาชนทราบต่อไป
