IN NEWS

สรุป12ประเด็นสำคัญประชุมครม.ในวันนี้ กม.ตลาดทุน-กม.ครอบครัว-ศาลแรงงาน



กรุงเทพฯ-ครม. เห็นชอบร่างกฎหมายเพิ่มอำนาจ “ศาลแรงงาน” พิจารณาคดีอาญาตามกฎหมายแรงงาน มุ่งรวมคดีไว้ในศาลเชี่ยวชาญ ลดการแยกฟ้องหลายศาล พร้อมย้ำคดีค้ามนุษย์ยังอยู่ในอำนาจศาลคดีอาญาทั่วไป/เดินหน้ากรอบความร่วมมือไทย–ลาวด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ เพิ่มการรับมือภูมิอากาศ–มลพิษ–ภัยพิบัติ และการบริหารจัดการน้ำร่วมกัน/ครม. เห็นชอบสลากบำรุงสภากาชาดไทยปี 2569 เสียภาษีอัตราร้อยละ 0.5 ของยอดจำหน่าย เพื่อนำรายได้สนับสนุนกิจการสาธารณกุศล/ครม. อนุมัติงบกลาง 558 ล้านบาท เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมปี 69 กว่า 60,971 ครัวเรือน ใน 41 จ. เสียชีวิตได้รับรายละ 2 ล้านบาท/ครม. ไฟเขียวแก้ 4 กฎหมายตลาดทุน วางรากฐานตลาดทุนไทย สร้างความโปร่งใส เพิ่มความน่าเชื่อถือ/ครม. ขยายเวลาตรึงกรอบอัตรากำลังองค์การมหาชนถึงปีงบประมาณ 2572 กำชับลดงานไม่จำเป็น-ใช้เทคโนโลยีแทนการเพิ่มคน/ครม.อนุมัติร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 พ.ศ. ..../ครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดระยะเวลาการทำหน้าที่ เงินเดือนและค่าตอบแทนอย่างอื่น สิทธิประโยชน์ ระเบียบและวินัยของบุคคลเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว (ฉบับที่..) พ.ศ. …./ครม. เปิดทางพัฒนาพื้นที่เกษตร จ.อ่างทอง กว่า 6,800 ไร่ เดินหน้ากำหนดเขตสำรวจการจัดรูปที่ดิน วางระบบน้ำ–ทางลำเลียงถึงระดับแปลงนา หวังยกระดับการผลิต เพิ่มรายได้ และลดความเสี่ยงให้เกษตรกร/ครม. มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว ยกเครื่องกฎหมายเดิมให้ทันกับปัญหายุคใหม่ขยายความรุนแรงครอบคลุมทั้งความกลัว การขู่เข็ญ และการบั่นทอนทางเศรษฐกิจ เปลี่ยนความผิดเป็น “ยอมความไม่ได้” เพิ่มโทษ และเปิดทางเจ้าหน้าที่สั่งมาตรการคุ้มครองผู้ถูกกระทำได้ทันที/ครม. มีมติเห็นชอบให้ไทยเข้าร่วม “เครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศว่าด้วยความยุติธรรมทางสังคม” เดินหน้าสิทธิแรงงาน ค่าจ้างเป็นธรรม และการคุ้มครองทางสังคม สอดรับไทยเป็นเจ้าภาพประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 ผลักดันการพัฒนาทักษะสู่การยอมรับระดับสากล/คนทำงานที่เคยอยู่นอกความคุ้มครองเตรียมมีหลักประกันเพิ่ม! ครม. อนุมัติหลักการแก้กฎหมาย เปิดทางลูกจ้าง 3 กลุ่มเข้าสู่ประกันสังคม ม.33 ได้สิทธิครบทั้งเจ็บป่วย–มะเร็ง–คลอดบุตร–ทุพพลภาพ–เสียชีวิต–ชราภาพ–ว่างงาน คาดปี 2573 มีผู้ประกันตนเพิ่มกว่า 1.05 ล้านคน/ครม. เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจไทย–สิงคโปร์ เปิดทางแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ บุคลากร และแนวปฏิบัติด้านสวัสดิการสังคม การพัฒนาชุมชน และการคุ้มครองเด็ก รวมถึงการดูแลเด็กในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต

ครม. เห็นชอบร่างกฎหมายเพิ่มอำนาจ “ศาลแรงงาน” พิจารณาคดีอาญาตามกฎหมายแรงงาน

วันนี้ (25 สิงหาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อปรับปรุงกระบวนการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายแรงงานให้มีความเหมาะสม รวดเร็ว และเป็นธรรมมากขึ้น

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันศาลแรงงานมีอำนาจพิจารณาคดีแรงงานในส่วนที่ไม่รวมคดีอาญา ทำให้เมื่อข้อพิพาทเรื่องเดียวกันมีทั้งส่วนที่เป็นคดีแรงงานและความผิดอาญาตามกฎหมายแรงงาน คู่ความอาจต้องดำเนินกระบวนพิจารณาแยกกันคนละศาล ร่างกฎหมายครั้งนี้จึงกำหนดให้ศาลแรงงานสามารถพิจารณาพิพากษาคดีอาญาตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานได้ เพื่อให้คดีได้รับการพิจารณาโดยผู้พิพากษาที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานโดยตรง และช่วยลดภาระจากการดำเนินคดีแยกกัน

สำหรับขอบเขตคดีอาญาที่จะอยู่ในอำนาจศาลแรงงาน ครอบคลุมความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงาน 11 ฉบับ ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน การคุ้มครองแรงงาน การคุ้มครองแรงงานในงานประมง การจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว การประกันสังคม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เงินทดแทน แรงงานทางทะเล แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และแรงงานสัมพันธ์ รวมถึงกฎหมายอื่นที่อาจกำหนดเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา ทั้งนี้ คดีที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัวจะไม่อยู่ในอำนาจของศาลแรงงาน

รัฐบาลเดินหน้ากรอบความร่วมมือไทย–ลาวด้านทรัพยากรธรรมชาติฯ

นางสาวลลิดา กล่าวอีกว่า คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่งราชอาณาจักรไทย กับกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อมแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อปรับกรอบความร่วมมือให้สอดคล้องกับโครงสร้างหน่วยงานของฝ่ายลาวที่เปลี่ยนแปลงไป และรองรับสถานการณ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบันมากขึ้น โดยมีกำหนดลงนามในโอกาสที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อมแห่ง สปป.ลาว เดินทางเยือนประเทศไทยในเดือนกันยายน 2569

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยและ สปป.ลาว มีกรอบความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2560 และได้ดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการมลพิษ การฝึกอบรมเกี่ยวกับการควบคุมมลพิษทางอากาศ การเคลื่อนย้ายข้ามแดนของเสียอันตราย รวมถึงการแลกเปลี่ยนนโยบายและองค์ความรู้ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นางสาวลลิดา กล่าวว่า สาระสำคัญของร่างบันทึกความเข้าใจฉบับใหม่ยังคงครอบคลุมการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นโยบายและแผนด้านสิ่งแวดล้อม การป้องกันและควบคุมมลพิษทางอากาศ น้ำ และดิน การจัดการสารเคมีและของเสียอันตราย การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม การเตือนภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ ตลอดจนการพัฒนาองค์ความรู้ บุคลากร และฐานข้อมูลร่วมกัน

นอกจากนี้ ยังมีการปรับขอบเขตความร่วมมือด้านน้ำ จากเดิมที่อ้างถึงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำภายใต้ความตกลงคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง มาเป็นการเน้น “การอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำ” เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจด้านการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรน้ำสาธารณะและพื้นที่ชุ่มน้ำของทั้งสองประเทศมากขึ้น

ครม. เห็นชอบสลากบำรุงสภากาชาดไทยปี 2569 เสียภาษีอัตราร้อยละ 0.5

นางสาวลลิดา กล่าวต่อไปว่า คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบให้สภากาชาดไทย เหล่ากาชาดจังหวัด หรือกิ่งกาชาดอำเภอ ซึ่งเป็นตัวแทนของสภากาชาดไทย และเป็นผู้รับใบอนุญาตจัดให้มีการออกสลากกินแบ่งหรือสลากบำรุงสภากาชาดไทย ประจำปี 2569 รวมถึงสลากบำรุงสภากาชาดไทยในงานกาชาดและงานออกร้านคณะภริยาทูต ประจำปี 2569 เสียภาษีในอัตราร้อยละ 0.5 ของยอดราคาสลากที่มีผู้รับซื้อก่อนหักรายจ่าย

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การออกสลากบำรุงสภากาชาดไทยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย และนำไปใช้ในกิจการสาธารณกุศล โดยตามกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติการพนัน กำหนดให้การออกสลากที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้ไปใช้ในกิจการสาธารณกุศล และได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี สามารถเสียภาษีในอัตราร้อยละ 0.5 ของยอดราคาสลากที่จำหน่ายได้

ครม. อนุมัติงบกลาง 558 ล้านบาท เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมปี 69

ด้าน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯมีสั่งการในที่ประชุม ครม. กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเบิกจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว ไม่ให้การยื่นเอกสารหรือหลักฐานสร้างภาระเกินความจำเป็น  ข้อมูลที่ภาครัฐมีอยู่แล้ว ให้หน่วยงานประสานและตรวจสอบกันเอง ไม่ควรให้ประชาชนที่กำลังเดือดร้อน  ต้องเดินทางไปขอเอกสารจากหลายหน่วยงานเพื่อยืนยันความเสียหายซ้ำอีก

คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติอนุมัติงบกลาง กรอบวงเงินงบประมาณในการดำเนินการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2569 งบกลาง  รายจ่ายเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นวงเงิน  558,739,000 ล้านบาท  เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าดำรงชีพเบื้องต้นและค่าปลงศพ เป็นกรณีพิเศษ ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เสนอ และที่ ครม. มีมติเพิ่มเติม  ดังนี้

1. กรณีที่อยู่อาศัยประจำอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงการระบายน้ำ ไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ช่วยเหลือในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท

2. กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขัง ติดต่อกันเกินกว่า 7 วัน ช่วยเหลือในอัตราครัวเรือนละ 9,000บาท(รวมจำนวน 60,971 ครัวเรือน)

3. กรณีเสียชีวิตจากดินโคลนถล่ม และอุทกภัยโดยตรง เช่น การจมน้ำ ถูกกระแสน้ำทำให้เสียชีวิต ช่วยเหลือในอัตรารายละ 2,000,000 บาท (จำนวน 5 ราย ที่จังหวัดน่าน)

ครม. ไฟเขียวแก้ 4 กฎหมายตลาดทุน วางรากฐานตลาดทุนไทย

นางสาวรัชดา ยังได้กล่าวอีกว่า รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาระบบเศรษฐกิจตลาดทุน ให้เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของประเทศ ซึ่งตลาดทุนถือเป็นช่องทางระดมทุนของภาคธุรกิจ และเป็นทางเลือกในการออมและลงทุนของประชาชน ดังนั้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ปรับปรุงกฎหมายรองรับการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ในตลาดทุน สร้างความชัดเจนในการกำกับดูแลและเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งสิ้น 4 ฉบับ ดังนี้

1. ร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

2. ร่างพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

3. ร่างพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

4. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 พ.ศ. ....

นางสาวรัชดา กล่าวว่า การปรับปรุงร่างกฎหมายตลาดทุนชุดนี้ ช่วยยกระดับตลาดทุนไทยใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ (1) เพิ่มประสิทธิภาพและความทันสมัยของตลาดทุน ให้รองรับกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ดีขึ้น (2) เสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน ผ่านการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และ (3) เพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลการระดมทุน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน (ผู้ประกอบธุรกิจ ตลาดรองและองค์กรที่เกี่ยวเนื่อง ผู้ให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับตลาดทุน) ซึ่งช่วยวางรากฐานตลาดทุนไทยให้มีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งพัฒนาระบบเศรษฐกิจและตลาดทุน ให้เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของประเทศ เป็นมาตรฐานสากล เพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคตด้วย

นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า สาระสำคัญของร่างกฎหมายตลาดทุน ทั้ง 4 ฉบับ มีดังนี้

1. ร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีสาระสำคัญ อาทิ 1)ด้านเทคโนโลยี เพิ่มการกำกับดูแลผู้ให้บริการระบบที่มีนัยสำคัญต่อตลาดทุน (Digital Infrastructure) และรองรับการส่ง รับ โฆษณา ประกาศ เอกสารหรือข้อมูลด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ชัดเจนและมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย 2)ยกระดับการกำกับ Gatekeepers ครอบคลุมผู้สอบบัญชีและสำนักงานสอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) ผู้ประเมินราคาทรัพย์สิน (Valuer) สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (CRA) ทั้งในและต่างประเทศ และบุคลากรในธุรกิจหลักทรัพย์ ทำให้กำกับดูแลสำนักงานสอบบัญชีได้โดยตรงตลอด gatekeeper chain 3)การบังคับใช้กฎหมาย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. มีอำนาจสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนหรือพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในคดี high impact และปรับโครงสร้างโทษเป็นมาตรการปรับเป็นพินัยให้ได้สัดส่วนกับความรุนแรงของการกระทำผิด

2. ร่างพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีสาระสำคัญ อาทิ 1)รองรับกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในการส่ง รับ โฆษณา ประกาศ เอกสารหรือข้อมูล ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น 2)เพิ่มอำนาจสอบสวนร่วม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. สอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนหรือพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในคดี high impact

3. ร่างพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีสาระสำคัญ อาทิ รองรับกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในการส่ง รับ โฆษณา ประกาศ เอกสารหรือข้อมูล ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวก ลดภาระและระยะเวลาการดำเนินการของประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจ

4. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 พ.ศ. .... มีสาระสำคัญ อาทิ เพิ่มอำนาจสอบสวนร่วม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. สอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนหรือพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในคดี high impact เพื่อให้กระบวนการก่อนฟ้องรวบรัด รวดเร็ว และสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ครม. ขยายเวลาตรึงกรอบอัตรากำลังองค์การมหาชนถึงปีงบประมาณ 2572

นางสาวรัชดา ยังได้กล่าวต่ออีกว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ทบทวนมติ ครม. เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 โดยขยายระยะเวลาการตรึงกรอบอัตรากำลังขององค์การมหาชน จากเดิมสิ้นสุดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นปีงบประมาณ พ.ศ. 2572 พร้อมยกเลิกการทบทวนกรอบอัตรากำลัง ซึ่งเดิมกำหนดให้ดำเนินการภายในเดือนกันยายน 2569 ตามที่คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน (กพม.) เสนอ

เพื่อสนับสนุนการบริหารกำลังคนให้มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 และ 11 สิงหาคม 2569 เรื่อง การปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ

ทั้งนี้ มติดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบราชการด้านอัตรากำลังและโครงสร้างภาครัฐ โดยมุ่งตรึงและลดขนาดกำลังคน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์การมหาชน กำหนดให้ลดหรือยุติงานและกิจกรรมที่ไม่จำเป็น และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรมแทนการเพิ่มอัตรากำลัง รวมถึงลดตำแหน่งที่สามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทดแทนได้ให้เหลือเท่าที่จำเป็น พร้อมพัฒนาทักษะดิจิทัลของบุคลากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและควบคุมภาระงบประมาณด้านบุคลากรในระยะยาว

ครม.อนุมัติร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกแบงค์โลกและไอเอ็มเอฟ

นางสาวพลอย ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วนแล้วดำเนินการต่อไปได้

ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ระหว่างวันที่ 12 – 18 ตุลาคม 2569 สำนักงานเศรษฐกิจการคลังจึงขอความอนุเคราะห์ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลังจัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในโอกาสการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569

ร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดชนิด ราคา โลหะ อัตราเนื้อโลหะ น้ำหนัก ขนาด อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด ลวดลาย และลักษณะอื่น ๆ ของเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 รวม 2 ชนิด ได้แก่ 1) เหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ชนิดราคาหนึ่งร้อยบาท ประเภทขัดเงา 2) เหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ชนิดราคาหนึ่งร้อยบาท ประเภทธรรมดา ซึ่งมีลวดลาย ด้านหน้าและด้านหลังเช่นเดียวกันทั้ง 2 ชนิด

ครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดการทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว

นางสาวพลอยทะเล เปิดเผยต่ออีกว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดระยะเวลาการทำหน้าที่ เงินเดือนและค่าตอบแทนอย่างอื่น สิทธิประโยชน์ ระเบียบและวินัยของบุคคลเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงกลาโหม (กห.) เสนอ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และให้ดำเนินการต่อไปได้ รวมทั้งให้กระทรวงกลาโหมรับข้อสังเกตของสำนักงาน ก.พ.ร. ไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย

กระทรวงกลาโหมจึงได้เสนอร่างกฎกระทรวงฯ โดยได้ปรับแก้เพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดระยะเวลาการทำหน้าที่ เงินเดือน และค่าตอบแทนอย่างอื่น สิทธิประโยชน์ ระเบียบและวินัยของบุคคลเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว พ.ศ. 2553 ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมสามารถรับสมัครบุคคลเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว (ทหารอาสา) เข้ามาปฏิบัติภารกิจในหน่วยงานภายในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมได้ เช่น ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร กองพันระวังป้องกัน ซึ่งมีหน้าที่ป้องกันและรักษาความปลอดภัย ณ พื้นที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมกำหนด และสอดคล้องกับนโยบายโครงการทหารอาสา 100,000 อัตราของรัฐบาล

ครม. เปิดทางพัฒนาพื้นที่เกษตร จ.อ่างทอง กว่า 6,800 ไร่

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตสำรวจการจัดรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลศรีพราน ตำบลบ้านพราน อำเภอแสวงหา และตำบลหนองแม่ไก่ ตำบลคำหยาด ตำบลทางพระ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง พ.ศ. .... เพื่อกำหนดพื้นที่สำหรับการสำรวจและจัดทำโครงการจัดรูปที่ดิน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 6,800 ไร่ มุ่งพัฒนาพื้นที่เกษตรให้ได้รับประโยชน์จากระบบชลประทานและสาธารณูปโภคอย่างทั่วถึง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและรายได้ของเกษตรกร

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาฯ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ โดยมีสาระสำคัญเพื่อกำหนดพื้นที่ในท้องที่ตำบลศรีพราน ตำบลบ้านพราน อำเภอแสวงหา และตำบลหนองแม่ไก่ ตำบลคำหยาด ตำบลทางพระ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เป็นเขตสำรวจการจัดรูปที่ดิน เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งปฏิบัติงานร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปสำรวจพื้นที่ที่จะจัดทำเป็นโครงการจัดรูปที่ดิน รวมทั้งให้คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดมีอำนาจพิจารณาการนำที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินภายในเขตสำรวจมาใช้เพื่อการจัดรูปที่ดินได้

ครม. มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเหยื่อความรุนแรงใน

ร้อยเอกหญิง แถลงอีกว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. …. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอ เพื่อเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นการยกเครื่องกฎหมายเดิม พ.ศ. 2550 ให้เท่าทันรูปแบบความรุนแรงในครอบครัวที่เปลี่ยนไป โดยมุ่งปิดช่องว่างของกฎหมาย เพิ่มกลไกคุ้มครองผู้ถูกกระทำให้รวดเร็วขึ้น และทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่มีความชัดเจนและบูรณาการระหว่างหน่วยงานมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเหตุผลความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมายที่ระบุไว้ในเอกสารประกอบการเสนอ ครม.

จุดเปลี่ยนสำคัญคือ ขยายความหมายของ “ความรุนแรง” ให้มากกว่าการทำร้ายร่างกาย ครอบคลุมการกระทำที่ทำให้เกิดความกลัว การขู่เข็ญ และการบั่นทอนทางเศรษฐกิจ พร้อมขยายความหมายของ “บุคคลในครอบครัว” ให้ครอบคลุมถึงอดีตคู่สมรสและผู้ที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนเดียวกัน เพื่อให้การคุ้มครองสอดคล้องกับรูปแบบความสัมพันธ์ในสังคมปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน ร่างกฎหมายยัง เปลี่ยนความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัวเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้ พร้อมกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากกระทำต่อเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือกระทำผิดซ้ำภายใน 3 ปี จะต้องรับโทษหนักขึ้น

อีกมาตรการสำคัญคือการ “หยุดความรุนแรงให้เร็ว ก่อนเหตุจะบานปลาย” โดยให้อำนาจเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ถูกกระทำได้ทันที เช่น ห้ามผู้กระทำเข้าใกล้ผู้ถูกกระทำ หรือห้ามเสพสิ่งมึนเมา ก่อนยื่นต่อศาลเยาวชนและครอบครัวพิจารณาภายใน 48 ชั่วโมง พร้อมคุ้มครองผู้แจ้งเหตุโดยสุจริตไม่ให้ต้องรับผิดทางกฎหมาย

ส่วนการจัดการหลังเกิดเหตุ ยังปรับจากการ “ไกล่เกลี่ย–ยอมความ” มาเป็นการจัดทำ “แผนแก้ไขและป้องกันการใช้ความรุนแรงในครอบครัว” ร่วมกัน ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน หากปฏิบัติตามแผนสำเร็จ ศาลอาจสั่งยุติคดีได้ แต่หากฝ่าฝืน ศาลจะยกคดีขึ้นพิจารณาพิพากษาทันที

การปรับกฎหมายครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ความรุนแรงในครอบครัวยังเป็นปัญหาที่ต้องเร่งจัดการ โดยข้อมูลปี 2568 ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน พบเหตุที่ได้รับรายงานแล้ว มากกว่า 2,000 เคส ในจำนวนนี้ประมาณ 20% เกิดจากการใช้อารมณ์และความโกรธจนทำร้ายกัน ขณะที่มากกว่า 20% มีความเกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติด สะท้อนว่าความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เพียงปัญหาภายในบ้าน แต่เชื่อมโยงกับปัจจัยทางสังคมหลายด้าน

ครม. มีมติเห็นชอบให้ไทยเข้าร่วม “เครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศว่าด้วยความยุติธรรมทางสังคม”

ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวอีกว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศว่าด้วยความยุติธรรมทางสังคม (Global Coalition for Social Justice) โดยมีกระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย ภายใต้กรอบองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)

เครือข่ายดังกล่าวจัดตั้งขึ้นโดย ILO เพื่อส่งเสริมความยุติธรรมทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งขับเคลื่อนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแรงงานโดยตรง อาทิ สิทธิแรงงาน ค่าจ้างที่เป็นธรรม การเข้าถึงงานและการคุ้มครองทางสังคม การสร้างงานที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ และการเจรจาระหว่างภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า การเดินหน้าความร่วมมือทั้งในระดับโลกและอาเซียนจะช่วยให้ไทยมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางความร่วมมือด้านแรงงาน พร้อมเตรียมแรงงานให้มีทักษะที่ตอบโจทย์ตลาดงาน ควบคู่กับการส่งเสริมสิทธิและหลักประกันที่เหมาะสมกับโลกการทำงานยุคใหม่

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมีกำหนดลงนามในหนังสือยืนยันการเข้าเป็นภาคีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศว่าด้วยความยุติธรรมทางสังคม ในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ในห้วงการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงแรงงานจะเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการต่อไป

ครม. อนุมัติหลักการแก้กฎหมาย เปิดทางลูกจ้าง 3 กลุ่มเข้าสู่ประกันสังคม ม.33

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีอีกว่า ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการหรือลูกจ้างอื่นที่ไม่อยู่ในบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อขยายความคุ้มครองระบบประกันสังคมมาตรา 33 ให้แก่กลุ่มลูกจ้างที่เคยถูกยกเว้น

สำหรับร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ จะขยายความคุ้มครองให้ลูกจ้าง 3 กลุ่ม เข้าสู่ระบบประกันสังคมมาตรา 33 ได้แก่ 1. ลูกจ้างของกิจการเพาะปลูก ป่าไม้ และเลี้ยงสัตว์ 2. ลูกจ้างของนายจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดา อาทิ แม่บ้าน คนสวน คนขับรถ และ 3. ลูกจ้างของนายจ้างที่ประกอบการค้าแผงลอย

การขยายความคุ้มครองครั้งนี้หมายถึง ลูกจ้างกลุ่มที่เดิมถูกยกเว้นจะมีโอกาสเข้าสู่ระบบประกันสังคมและได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไป ครอบคลุมตั้งแต่เจ็บป่วย มะเร็ง คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต ชราภาพ และว่างงาน ช่วยเพิ่มหลักประกันให้คนทำงานและครอบครัวในช่วงที่เกิดเหตุไม่คาดคิด โดยเฉพาะเมื่อเจ็บป่วยจนกระทบต่อการทำงานและรายได้ รวมถึงมีหลักประกันเมื่อว่างงานและเข้าสู่วัยชรา

สิทธิดังกล่าวครอบคลุมทั้งลูกจ้างสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ที่มีเอกสารยืนยันตัวตนและใบอนุญาตทำงานถูกต้อง รวมถึงกลุ่มลูกจ้างต่างด้าวที่ได้รับการผ่อนผันให้ทำงานในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมไม่ได้กำหนดสัญชาติของลูกจ้างที่ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม ทำให้กลุ่มลูกจ้างดังกล่าวสามารถขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้

สำหรับผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น การขยายความคุ้มครองครั้งนี้จะทำให้จำนวนผู้ประกันตนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2569 และเมื่อถึงปี 2573 คาดว่าจะมีผู้ประกันตนรวมแล้วกว่า 1,050,000 คน เป็นการขยายหลักประกันทางสังคมให้ครอบคลุมคนทำงานที่เคยอยู่นอกระบบมากขึ้น และช่วยให้คนทำงานกลุ่มนี้มีหลักประกันรองรับความเสี่ยงสำคัญในชีวิตมากกว่าเดิม

ครม. เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจไทย–สิงคโปร์ เปิดทางแลกเปลี่ยนองค์ความรู้

ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร กล่าวอีกว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและครอบครัวแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาสังคมระหว่าง 2 ประเทศ

สาระสำคัญของร่างบันทึกความเข้าใจ มุ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยน ข้อมูล องค์ความรู้ ประสบการณ์ นโยบาย และแนวปฏิบัติ ระหว่างหน่วยงานของทั้ง 2 ประเทศ ครอบคลุมด้านสวัสดิการสังคม การพัฒนาชุมชน การพัฒนาและคุ้มครองเด็ก ตลอดจนการแลกเปลี่ยนบุคลากร การศึกษาดูงาน การฝึกอบรม การประชุม และการสัมมนาร่วมกัน

สำหรับประเด็นด้านเด็ก ร่างบันทึกความเข้าใจเปิดโอกาสให้ทั้ง 2 ประเทศแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับ การพัฒนาเด็กในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต รวมถึงแนวทางการดำเนินงานด้านการพัฒนาและคุ้มครองเด็ก เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนานโยบายและการจัดบริการด้านสังคมให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละประเทศ

ทั้งนี้ มีแผนลงนามร่างบันทึกความเข้าใจดังกล่าวในวันที่ 6 กันยายน 2569 ในโอกาสการประชุมผู้นำไทย–สิงคโปร์ ครั้งที่ 6 ซึ่งกำหนดให้เป็นหนึ่งในผลลัพธ์สำคัญของความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ