IN NEWS
นายกฯเปิดMega Halal Bangkok2026 บูม!ฮาลาลไทยสู่ศูนย์กลางศก.อาเซียน
กรุงเทพฯ-นายกฯ เปิดงาน Mega Halal Bangkok 2026 ยกระดับอุตสาหกรรมฮาลาลไทย สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน ตอกย้ำบทบาทครัวโลก และหุ้นส่วนความมั่นคงทางอาหารที่เชื่อถือได้
วันนี้ (วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569) เวลา 11.00 น. ณ ฮอลล์ 8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวเปิดงาน Mega Halal Bangkok 2026 โดยภายหลังเสร็จสิ้น นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งกำลังเปลี่ยนโฉมภูมิทัศน์ด้านอาหารโลก และทำให้ความมั่นคงทางอาหารกลายเป็นหนึ่งในประเด็นความท้าทายที่สำคัญ
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสิ่งที่ซื้อมากกว่าที่ผ่านมา กล่าวคือ ไม่เพียงแต่สนใจว่าซื้ออะไร แต่ยังต้องการทราบว่าสินค้ามีแหล่งที่มาอย่างไร ผลิตด้วยวิธีใด และสามารถเชื่อถือได้หรือไม่ ด้วยเหตุนี้ “ความเชื่อมั่น” จึงกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่ามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อมั่นในคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย ตลอดจนความเชื่อมั่นต่อผู้ผลิตที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ ซึ่งล้วนเป็นคุณค่าที่สะท้อนอยู่ในเศรษฐกิจฮาลาล
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ปัจจุบันฮาลาลได้พัฒนาไปไกลกว่าการเป็นเพียงเครื่องหมายรับรองทางศาสนา แต่ได้กลายเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทั้งในด้านคุณภาพ ความซื่อสัตย์ ความสามารถในการตรวจสอบ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งเป็นคุณค่าที่เป็นประโยชน์ไม่เฉพาะต่อผู้บริโภคชาวมุสลิมเท่านั้น แต่รวมถึงทุกคนที่ต้องการความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ที่เลือกซื้อ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เศรษฐกิจฮาลาลเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก และสำหรับประเทศไทย สิ่งนี้เป็นมากกว่าโอกาสทางการตลาดที่กำลังขยายตัว แต่เป็นโอกาสในการเสริมสร้างระบบอาหารของประเทศ สร้างอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่ม สนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการ และมีส่วนร่วมในการสร้างความมั่นคงทางอาหารของโลก
ประเทศไทยได้รับการยอมรับในฐานะ “ครัวของโลก” มาอย่างยาวนาน และวันนี้ไทยกำลังต่อยอดจุดแข็งดังกล่าวสู่เป้าหมายที่กว้างขึ้น นั่นคือการเป็น “หุ้นส่วนด้านความมั่นคงทางอาหารของโลกที่ได้รับความเชื่อถือ” (Trusted Global Food Security Partner) ซึ่งสามารถจัดหาอาหาร ผลิตภัณฑ์ และบริการที่ผู้คนทั่วโลกไว้วางใจได้ โดยเศรษฐกิจฮาลาลถือเป็นเสาหลักสำคัญของวิสัยทัศน์ดังกล่าว
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจฮาลาลของอาเซียน และเป็นประตูเชื่อมระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับโลกมุสลิม ด้วยจุดแข็งด้านที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ อุตสาหกรรมอาหารที่มีศักยภาพ ภาคการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับโลก ภาคการแพทย์และสุขภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่ทันสมัย
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การเป็นศูนย์กลางไม่ได้ขึ้นอยู่กับที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือ การมีมาตรฐานสูงอย่างสม่ำเสมอ และความร่วมมือที่เข้มแข็ง ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงเดินหน้าลงทุนเพื่อยกระดับมาตรฐานฮาลาล การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ระบบการรับรอง โลจิสติกส์ การค้าดิจิทัล และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า รัฐบาลยังให้การสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ให้สามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าเศรษฐกิจฮาลาลระดับโลก โดยเชื่อมั่นว่าโอกาสจากการเติบโตของเศรษฐกิจฮาลาลจะสร้างประโยชน์แก่ผู้ประกอบการทุกขนาด
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า งาน Mega Halal Bangkok ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจมาพบปะ แลกเปลี่ยนแนวคิด และต่อยอดสู่ความร่วมมือ ผู้ผลิตท้องถิ่นสามารถเชื่อมโยงกับตลาดโลก ขณะที่ความเชื่อมั่นในระดับท้องถิ่นสามารถพัฒนาไปสู่โอกาสในระดับสากล พร้อมเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างระบบอาหารที่ปลอดภัย ห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่น และระบบเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืน
